
หนุนไฮสปีดฯกทม.-เชียงใหม่ รับงานมหกรรม Northern Thailand Expo2023
[caption id="attachment_334205" align="aligncenter" width="503"]
ผศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 นี้จะเปิดรับฟังความเห็นครั้งแรกเพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ ไปปรับปรุงในการจัดงานมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของภาคเหนือ “Northern Thailand Expo2023” โดยเป็นความร่วมมือในเบื้องต้นของเครือข่ายพลเมืองกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบัน ศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ บริษัท รีเจียนนอล ทรานซิท โคเปอร์เรชั่น จำกัด (RTC) บริษัท เชียงใหม่นครพิงค์ พัฒนาเมือง จำกัด สมาคมการผังเมืองไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่
[caption id="attachment_334209" align="aligncenter" width="503"]
ด้านนายไพรัช โตวิวัฒน์ อดีตรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แผนนี้คิดมาตั้งแต่กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดต่างๆของภาคเหนือมีศักยภาพซ่อนอยู่หลายเรื่องที่สามารถจะนำมาเผยแพร่และกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่และของประเทศไทยได้เลยทันที ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม หัตถกรรม อีกทั้งเชียงใหม่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองครีเอทีฟซิตีจึงน่าจะนำจุดแข็งเหล่านี้มาจัดงานเอ็กซ์โปให้ยิ่งใหญ่ของภาคเหนือ
ทั้งนี้ในเบื้องต้นคิดว่าจะดำเนินการนำร่องก่อนใน 7 จังหวัดของภาคเหนือ โดยได้นำเสนอแนวคิดนี้ให้ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เห็นชอบแล้ว ปัจจุบันเชียงใหม่ประกอบสินค้าหัตถกรรมคิดเป็นมูลค่าปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงสามารถกระจายความเจริญไปสู่จังหวัดต่างๆ ได้อีกด้วย
[caption id="attachment_334211" align="aligncenter" width="377"]
ด้านนายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทยและที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาเมือง กล่าวว่าหลายจังหวัดต้อง บูรณาการร่วมกันเนื่องจากเป็นงานใหญ่ที่สามารถกระจายคนไปสู่จังหวัดต่างๆ รัฐบาลต้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อนกับภาคเอกชน มีระยะเวลาเตรียมการในระยะอีก 4-5 ปีข้างหน้าให้พร้อมรองรับงานยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน
“บางงานจะไปจัดที่ลำพูน ลำปาง น่าน แม่ฮ่องสอน ฯลฯ โดยเชียงใหม่จะเริ่มต้น ระดมความเห็นในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นครั้งแรกหลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจะเร่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมการขับเคลื่อนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป รูปแบบยิ่งใหญ่เน้นเรื่องต่างๆอาทิ ฟื้นหัตถกรรมในจังหวัดต่างๆ ด้านสุขภาพและความงาม เกษตรกรรม ศิลปะ วัฒนธรรม มรดกโลก ดิจิตอลฮับ เบื้องต้นกำหนดระยะเวลาจัดงานประมาณ 2 เดือน เป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจจากรัฐบาลเข้ามาร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้โดยเร่งขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูง รถไฟเชื่อมสนามบินเชียงใหม่กับสนามบินแห่งใหม่ที่บ้านธิ จังหวัดลำพูน รูปแบบไลต์เรล (LRT) และการพัฒนาเมืองใหม่สันกำแพงให้พร้อมรองรับงานมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้”
|เซกชั่น : เศรษฐกิจมหภาค
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3410 หน้า 12 ระหว่างวันที่ 18-20 ต.ค.2561






