
มองปัญหาสังคมก้มหน้า ส่วนใหญ่เชื่อรุนแรงปานกลาง
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-12 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง“ความคิดเห็นของประชาชนต่อผลกระทบจาก“สังคมก้มหน้า”” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8 - 12 กุมภาพันธ์ 2559 จากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น จำนวน 4,819 หน่วยตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีลงพื้นที่ภาคสนาม โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error : S.E.) ไม่เกิน 0.7
จากผลการสำรวจ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ ร้อยละ 88.94 และไม่ใช้อุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ ร้อยละ 11.06 และใช้มือถือ (Smartphone) เป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.94 รองลงมาแท็บเล็ต (Tablet) ร้อยละ 3.51
และไอแพด (I-pad) ร้อยละ 2.56
เมื่อถามต่อไปว่าส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ช่วงเวลาใดมากที่สุดและใช้ระยะเวลาเท่าใด พบว่า ส่วนใหญ่ใช้บนเตียงนอน (ก่อนนอน/ตื่นนอน) ร้อยละ 35.28 รองลงมาระหว่างทำงาน ร้อยละ 17.44 และระหว่างการเดินทาง ร้อยละ 12.27 และส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 24.74 รองลงมา 2-3 ชั่วโมงต่อวัน
ร้อยละ 19.24 และน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 19.17
เหตุผลที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อันดับแรก คือ พูดคุย/ติดต่อกับบุคคลที่รู้จัก ร้อยละ 90.60 อันดับที่ 2 คือ หาข้อมูล/แลกเปลี่ยนข้อมูล ร้อยละ 46.55 และ อันดับที่ 3 คือ โพสข้อความ/รูปภาพ ร้อยละ 39.25
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับความรุนแรง “ปัญหาสังคมก้มหน้า” ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงปานกลาง ร้อยละ 36.65 รองลงมาเป็นปัญหาที่รุนแรงค่อนข้างมาก ร้อยละ 29.39 และรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 22.47 ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 6.69 ซึ่งปัญหาที่รุนแรงในระดับค่อนข้างมาก และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.321
เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากสังคมก้มหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าสังคมก้มหน้ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะมัวสนใจอยู่แต่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร้อยละ 55.78 รองลงมาทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอย หรือมีปฎิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลงไป ร้อยละ 51.16 และเสี่ยงต่อการที่จะมีพฤติกรรมเสพติดด้านอื่นๆ เช่น ติดเกม Social Network ร้อยละ 39.34
และเมื่อถามว่าตัวท่านเองคิดว่าตนเองจัดอยู่ในกลุ่มประเภทของ “สังคมก้มหน้า” ประชาชนส่วนใหญ่ตอบว่า เป็นบ้างในระดับหนึ่ง ร้อยละ 59.35 รองลงมาไม่เป็นเลย ร้อยละ 34.24 และเป็นมาก ร้อยละ 6.41
ท้ายที่สุดประชาชนให้ข้อเสนอแนะหรือวิธีแก้ปัญหาในเรื่องสังคมก้มหน้า อันดับแรก คือ รณรงค์ในการเล่นมือถือให้เหมาะสมกับเวลาและสถานที่ ร้อยละ 36.36 อันดับที่ 2 ทำกิจกรรมภายในครอบครัวและคนรอบข้างให้มากขึ้น เช่น พูดคุย ไปเที่ยว ร้อยละ 14.55 และอันดับที่ 3 เยาวชนควรได้รับการควบคุมในการเล่นมือถือจากผู้ปกครอง ร้อยละ 12.61
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง ตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 60.71 เพศชาย ร้อยละ 38.34 และเพศทางเลือก ร้อยละ 0.96 มีอายุระหว่าง 18 – 25 ปี ร้อยละ 27.10 รองลงมา 26 – 35 ปี ร้อยละ 21.56 36 – 45 ปี ร้อยละ 19.78 46 – 60 ปี ร้อยละ 18.42 และ มากกว่า 60 ปี ร้อยละ 13.14 ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 46.48 รองลงมามีสถานภาพโสด 45.86 และหม้าย/ หย่าร้าง/แยกกัน ร้อยละ 7.66 ตัวอย่างส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี/เทียบเท่า ร้อยละ 36.91 รองลงมาระดับมัธยมศึกษา/เทียบเท่า ร้อยละ 26.65 ระดับประถมศึกษา/ต่ำกว่า ร้อยละ 15.98 ระดับอนุปริญญา/เทียบเท่า ร้อยละ 14.70 สูงกว่าระดับปริญญาตรี/เทียบเท่า ร้อยละ 5.76
ตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้างของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 27.86 รองลงมา นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 20.46 เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 15.69 ผู้ใช้แรงงาน/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 12.72 พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 9.26 พนักงานเอกชน ร้อยละ 8.84 และเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 5.17
ตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน ระหว่าง 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 32.12 รองลงมา ต่ำกว่า 10,000 บาท ร้อยละ 25.73 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 18.55 รายได้ระหว่าง 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 12.60 รายได้ระหว่าง 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 3.76 มากกว่า 40,001 บาทขึ้นไป ร้อยละ 2.74 ตัวอย่างส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล ร้อยละ 50.42 และอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล ร้อยละ 49.58
จากผลการสำรวจ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ ร้อยละ 88.94 และไม่ใช้อุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ ร้อยละ 11.06 และใช้มือถือ (Smartphone) เป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.94 รองลงมาแท็บเล็ต (Tablet) ร้อยละ 3.51
และไอแพด (I-pad) ร้อยละ 2.56
เมื่อถามต่อไปว่าส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ช่วงเวลาใดมากที่สุดและใช้ระยะเวลาเท่าใด พบว่า ส่วนใหญ่ใช้บนเตียงนอน (ก่อนนอน/ตื่นนอน) ร้อยละ 35.28 รองลงมาระหว่างทำงาน ร้อยละ 17.44 และระหว่างการเดินทาง ร้อยละ 12.27 และส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 24.74 รองลงมา 2-3 ชั่วโมงต่อวัน
ร้อยละ 19.24 และน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 19.17
เหตุผลที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อันดับแรก คือ พูดคุย/ติดต่อกับบุคคลที่รู้จัก ร้อยละ 90.60 อันดับที่ 2 คือ หาข้อมูล/แลกเปลี่ยนข้อมูล ร้อยละ 46.55 และ อันดับที่ 3 คือ โพสข้อความ/รูปภาพ ร้อยละ 39.25
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับความรุนแรง “ปัญหาสังคมก้มหน้า” ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงปานกลาง ร้อยละ 36.65 รองลงมาเป็นปัญหาที่รุนแรงค่อนข้างมาก ร้อยละ 29.39 และรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 22.47 ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 6.69 ซึ่งปัญหาที่รุนแรงในระดับค่อนข้างมาก และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.321
เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากสังคมก้มหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าสังคมก้มหน้ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะมัวสนใจอยู่แต่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร้อยละ 55.78 รองลงมาทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอย หรือมีปฎิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลงไป ร้อยละ 51.16 และเสี่ยงต่อการที่จะมีพฤติกรรมเสพติดด้านอื่นๆ เช่น ติดเกม Social Network ร้อยละ 39.34
และเมื่อถามว่าตัวท่านเองคิดว่าตนเองจัดอยู่ในกลุ่มประเภทของ “สังคมก้มหน้า” ประชาชนส่วนใหญ่ตอบว่า เป็นบ้างในระดับหนึ่ง ร้อยละ 59.35 รองลงมาไม่เป็นเลย ร้อยละ 34.24 และเป็นมาก ร้อยละ 6.41
ท้ายที่สุดประชาชนให้ข้อเสนอแนะหรือวิธีแก้ปัญหาในเรื่องสังคมก้มหน้า อันดับแรก คือ รณรงค์ในการเล่นมือถือให้เหมาะสมกับเวลาและสถานที่ ร้อยละ 36.36 อันดับที่ 2 ทำกิจกรรมภายในครอบครัวและคนรอบข้างให้มากขึ้น เช่น พูดคุย ไปเที่ยว ร้อยละ 14.55 และอันดับที่ 3 เยาวชนควรได้รับการควบคุมในการเล่นมือถือจากผู้ปกครอง ร้อยละ 12.61
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง ตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 60.71 เพศชาย ร้อยละ 38.34 และเพศทางเลือก ร้อยละ 0.96 มีอายุระหว่าง 18 – 25 ปี ร้อยละ 27.10 รองลงมา 26 – 35 ปี ร้อยละ 21.56 36 – 45 ปี ร้อยละ 19.78 46 – 60 ปี ร้อยละ 18.42 และ มากกว่า 60 ปี ร้อยละ 13.14 ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 46.48 รองลงมามีสถานภาพโสด 45.86 และหม้าย/ หย่าร้าง/แยกกัน ร้อยละ 7.66 ตัวอย่างส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี/เทียบเท่า ร้อยละ 36.91 รองลงมาระดับมัธยมศึกษา/เทียบเท่า ร้อยละ 26.65 ระดับประถมศึกษา/ต่ำกว่า ร้อยละ 15.98 ระดับอนุปริญญา/เทียบเท่า ร้อยละ 14.70 สูงกว่าระดับปริญญาตรี/เทียบเท่า ร้อยละ 5.76
ตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้างของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 27.86 รองลงมา นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 20.46 เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 15.69 ผู้ใช้แรงงาน/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 12.72 พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 9.26 พนักงานเอกชน ร้อยละ 8.84 และเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 5.17
ตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน ระหว่าง 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 32.12 รองลงมา ต่ำกว่า 10,000 บาท ร้อยละ 25.73 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 18.55 รายได้ระหว่าง 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 12.60 รายได้ระหว่าง 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 3.76 มากกว่า 40,001 บาทขึ้นไป ร้อยละ 2.74 ตัวอย่างส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล ร้อยละ 50.42 และอาศัยอยู่ในเขตเทศบาล ร้อยละ 49.58






