
พ.ร.บ.นอนแบงก์ต้อน‘เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง’เข้าระบบมั่นใจดูแลการเงินครบ100%
แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายในการกำกับดูแลการทำธุรกิจหลายประเภท แต่ยังมีผู้ให้บริการทางการเงินบางประเภท ซึ่งมีปริมาณธุรกรรมรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลชัดเจน ทำให้ขาดแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรม เมื่อเกิดปัญหาขึ้น จำเป็นต้องอาศัยพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)และพ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิ ภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศแล้ว จึงเป็นที่มาของการนำเสนอร่างพ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน พ.ศ... หรือพ.ร.บ. นอนแบงก์ ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ผ่านความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561
“หลังจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะทำให้ผู้ให้บริการทางการเงินบางประเภทที่เคยอยู่ในพื้นที่สีเทา(Grey area)ได้เข้ามาอยู่ภายใต้กำกับดูแล และทำให้ระบบการเงินของประเทศมีการดูแลครบทั้ง 100%” พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าว
โดยขั้นตอนจากนี้ ต้องเสนอเรื่องที่สำนักงานคณะกรรม การกฤษฎีกา จากนั้นก็ดำเนินการตามกระบวน การออกกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญมาก จึงเชื่อว่า น่าจะดำเนินการให้เสร็จและมีผลบังคับใช้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น
ภายหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อมาวางกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ต่างๆ ทั้งเพดานการคิดอัตราดอกเบี้ย เพดานการปล่อยกู้ พร้อมๆกับการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจขึ้นมาคล้ายๆ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) โดยมีเวลา 360 วันที่จะเปิดให้ผู้สนใจยื่นขอใบอนุญาตการทำธุรกิจหรือขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน ซึ่งรวมถึงสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เคยได้ใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังไปก่อนหน้านั้นด้วย
ทั้งนี้ครอบคลุมการประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการทางการเงินรวม 5 ประเภท 2 กลุ่มคือ
1) ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทให้สินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) และสินเชื่อที่มีการรับสมุดคู่มือจดทะเบียนรถเป็นประกันการชำระหนี้ (สินเชื่อทะเบียนรถ หรือ Car fo cash) ซึ่งผู้ให้บริการกลุ่มนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ
2) ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ได้แก่ การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลีสซิ่ง และแฟกตอริ่ง เป็นทางค้าปกติ โดยผู้ให้บริการกลุ่มนี้จะต้องขึ้นทะเบียนในการประกอบธุรกิจ
เมื่อพ้นระยะเวลา 360 วันแล้วไม่ยื่นขอใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน กฎหมายกำหนดบทลงโทษเป็นโทษอาญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับกลุ่มที่ 1 และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับกลุ่มที่ 2
ทั้งนี้จากข้อมูลของสศค.พบว่า ปริมาณธุรกรรมสินเชื่อทั้ง 5 ประเภทในปี 2560 พบว่า สินเชื่อเช่าซื้อ มีปริมาณธุรกรรมรวม 5 แสนล้านบาท ลีสซิ่งมียอดสินเชื่อคงค้าง 2.27 แสนล้านบาท สินเชื่อแฟกตอริ่งมียอดคงค้าง 6.7 หมื่นล้านบาท สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ มียอดคงค้าง 2 แสนล้านบาท และยอดสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ สิ้นเดือนกันยายน 2561 มีทั้งสิ้น 330 ล้านบาท และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เดือนมีนาคม- เมษายน 2561 มีทั้งสิ้น 6,246 ล้านบาท
“ในอนาคตหากมีประเภทผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ เพิ่มเติมก็เข้ามาอยู่ในการกำกับดูแลของร่างพ.ร.บ.นี้ได้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติม ส่วนการกำหนดอัตราดอกเบี้ย การให้สินเชื่อใดที่มีกฎหมายชัดเจนก็ให้ยึดกรอบไปตามนั้น แต่หากยังมีสินเชื่อประเภทใดที่กฎหมายยังไปไม่ถึง คณะกรรมการ จะมีการพิจารณากันใหม่อีกครั้ง”
หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,409 วันที่ 14 - 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561






