
เร่งพัฒนามาตรฐานของผู้ทำบัญชีสหกรณ์
นายสมปอง อินทร์ทอง อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ยังมีสหกรณ์บางแห่งที่ยังไม่มีผู้ทำบัญชีที่ได้มาตรฐานหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ทั้งในเรื่องของวุฒิการศึกษาหรือการทำบัญชีที่ยังไม่ถูกต้องมากนัก ดังนั้น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กำหนดนโยบายว่า ทุกสหกรณ์จะต้องมีผู้จัดทำบัญชี โดยจะมีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหรือมอบหมายผู้รับผิดชอบในการจัดทำบัญชี พร้อมทั้งจะมีการขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีสหกรณ์กับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ต่อไป
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ทุกสหกรณ์จะต้องมีผู้ทำบัญชีและโดยภารกิจของสหกรณ์นั้นจะมีการบันทึกกิจกรรมทางการเงินต่างๆ ว่าได้ทำอะไรไปบ้างและเกิดรายรับ รายจ่ายอย่างไร เพื่อให้สหกรณ์สามารถย้อนกลับไปดูสิ่งที่ทำในอดีต และสามารถวางแผนได้ว่าจะทำอะไรต่อไป จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีการจัดทำบัญชีที่โปร่งใส เพื่อประโยชน์ต่อภาพรวมของสหกรณ์
นายสมปอง กล่าวอีกว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีไว้ว่าจะต้องมีวุฒิการศึกษาทางด้านบัญชีโดยตรง โดยเบื้องต้นกำหนดหลักเกณฑ์ ดังนี้ สหกรณ์ขนาดใหญ่ มีทุนดำเนินการเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ผู้ทำบัญชีจะต้องจบปริญญาตรีทางบัญชีโดยตรง เนื่องจากสหกรณ์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีกิจกรรมทางการเงินที่มีความซับซ้อนมาก จำเป็นที่จะต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีความรู้ ความสามารถในการทำบัญชีโดยตรง ในส่วนของสหกรณ์ขนาดกลาง ผู้ทำบัญชีก็จะต้องมีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับ ปวส.ทางบัญชี และสหกรณ์ขนาดเล็ก มีกิจกรรมทางการเงินไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถมีผู้ทำบัญชีที่จบในระดับ ปวช.ทางบัญชีได้
ทั้งนี้ สำหรับสหกรณ์ที่มีผู้ทำบัญชีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีวุฒิการศึกษาขั้นใดนั้น ก็จะได้รับการส่งเสริมเพื่อเพิ่มศักยภาพทางบัญชี ส่วนสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ที่ยังไม่มีผู้ทำบัญชี จะต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี โดยในขณะนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กำลังอยู่ในระยะเร่งรัดให้สหกรณ์จัดให้มีผู้ทำบัญชีทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ ให้สามารถทำบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน สะท้อนความเป็นจริง ทำให้สหกรณ์สามารถวิเคราะห์บัญชีได้ เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้มีความสามารถในการแข่งขัน เท่าทันในธุรกิจ ทำให้เกิดความเข้มแข็งภายใต้ความโปร่งใสในทุกๆ สหกรณ์ได้
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ทุกสหกรณ์จะต้องมีผู้ทำบัญชีและโดยภารกิจของสหกรณ์นั้นจะมีการบันทึกกิจกรรมทางการเงินต่างๆ ว่าได้ทำอะไรไปบ้างและเกิดรายรับ รายจ่ายอย่างไร เพื่อให้สหกรณ์สามารถย้อนกลับไปดูสิ่งที่ทำในอดีต และสามารถวางแผนได้ว่าจะทำอะไรต่อไป จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีการจัดทำบัญชีที่โปร่งใส เพื่อประโยชน์ต่อภาพรวมของสหกรณ์
นายสมปอง กล่าวอีกว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีไว้ว่าจะต้องมีวุฒิการศึกษาทางด้านบัญชีโดยตรง โดยเบื้องต้นกำหนดหลักเกณฑ์ ดังนี้ สหกรณ์ขนาดใหญ่ มีทุนดำเนินการเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ผู้ทำบัญชีจะต้องจบปริญญาตรีทางบัญชีโดยตรง เนื่องจากสหกรณ์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีกิจกรรมทางการเงินที่มีความซับซ้อนมาก จำเป็นที่จะต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีความรู้ ความสามารถในการทำบัญชีโดยตรง ในส่วนของสหกรณ์ขนาดกลาง ผู้ทำบัญชีก็จะต้องมีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับ ปวส.ทางบัญชี และสหกรณ์ขนาดเล็ก มีกิจกรรมทางการเงินไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถมีผู้ทำบัญชีที่จบในระดับ ปวช.ทางบัญชีได้
ทั้งนี้ สำหรับสหกรณ์ที่มีผู้ทำบัญชีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีวุฒิการศึกษาขั้นใดนั้น ก็จะได้รับการส่งเสริมเพื่อเพิ่มศักยภาพทางบัญชี ส่วนสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ที่ยังไม่มีผู้ทำบัญชี จะต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี โดยในขณะนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กำลังอยู่ในระยะเร่งรัดให้สหกรณ์จัดให้มีผู้ทำบัญชีทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ ให้สามารถทำบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน สะท้อนความเป็นจริง ทำให้สหกรณ์สามารถวิเคราะห์บัญชีได้ เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้มีความสามารถในการแข่งขัน เท่าทันในธุรกิจ ทำให้เกิดความเข้มแข็งภายใต้ความโปร่งใสในทุกๆ สหกรณ์ได้






