
ราคาน้ำมันดิบร่วงอีก หลังซาอุดิอาระเบียประกาศ ไม่มีแผนในการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอีกครั้งวานนี้ หลังจาก Ali Al-Naimi ได้เปิดเผยในการประชุม HIS CERAweek ณ เมืองฮูสตันรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ว่าพร้อมทั้งยังกล่าวอีกว่า ซาอุดิอาระเบียพร้อมที่จะคงกำลังระดับการผลิตน้ำมันดิบไว้ หากประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ทั้งหมดคงระดับการผลิตด้วยเช่นกันโดยอาจจะมีการหารือเร็วที่สุดในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
นอกจากนั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ของสถาบันปิโตรเลียมสหรัฐฯ (API) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง7.1ล้านบาร์เรลมาอยู่ระดับ 506.2 ล้านบาร์เรลมากกว่านักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ3.4ล้านบาร์เรลเท่านั้น ในขณะที่ระดับปริมาณน้ำมันดิบที่จุดส่งมอบ ณ เมืองคุชชิ่ง โอคลาโฮม่า ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 307,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้นักลงทุนยังได้กังวลถึงการกลับมาส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านหลังการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรกรณีอาวุธนิวเคลียร์จากสหประชาชาติ ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดอิหร่านมีแนวโน้มที่จะไม่ให้ความร่วมมือในการคงระดับการผลิตน้ำมันดิบ เนื่องจากอิหร่านต้องการที่จะได้รับโค้วต้าการผลิตน้ำมันดิบกลับคืนมา เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเองในอนาคต
นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า ระดับการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในไตรมาสที่สองของปีนี้จะอยู่ที่ 32.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งได้รวมการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่นที่จะเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดิบจะเริ่มเข้าสู่สมดุลในไตรมาสที่สามของปีนี้จากการผลิตน้ำมันดิบที่ลดลง 800,000 บาร์เรลต่อวันของผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตลาดน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ และยุโรป ที่ฟื้นตัวขี้นเล็กน้อย ประกอบกับอุปสงค์ในภูมิภาคโดยเฉพาะจากอินโดนีเซียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมไปถึงระดับสต๊อกน้ำมันเบนซินในสิงคโปรได้ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่อยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปทานจากประเทศไทยที่ได้ผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศมาเลเซียอยู่
ไทยออยล์คาดารณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 27-34 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนด์เคลื่อนไหวในกรอบ 30-37 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง จับตาการเจรจาระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกในการปรับลดหรือคงกำลังการผลิตว่าจะออกมาในทิศทางใดหลังซาอุดิอาระเบีย กาต้าร์ เวเนซุเอลา อิรัก และรัสเซียตกลงที่จะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตในเดือน ม.ค. ประกอบกับ อิหร่านเองที่ออกมาสนับสนุนความพยายามในการรักษาเสถียรภาพราคาโดยการคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับเดิมหรือไม่
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 504.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี ประกอบกับน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่งโอกลาโฮมา ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง64.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 89 ของความจุของถังเก็บน้ำมัน แม้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบก็ตาม
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอีกครั้งวานนี้ หลังจาก Ali Al-Naimi ได้เปิดเผยในการประชุม HIS CERAweek ณ เมืองฮูสตันรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ว่าพร้อมทั้งยังกล่าวอีกว่า ซาอุดิอาระเบียพร้อมที่จะคงกำลังระดับการผลิตน้ำมันดิบไว้ หากประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ทั้งหมดคงระดับการผลิตด้วยเช่นกันโดยอาจจะมีการหารือเร็วที่สุดในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
นอกจากนั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ของสถาบันปิโตรเลียมสหรัฐฯ (API) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง7.1ล้านบาร์เรลมาอยู่ระดับ 506.2 ล้านบาร์เรลมากกว่านักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ3.4ล้านบาร์เรลเท่านั้น ในขณะที่ระดับปริมาณน้ำมันดิบที่จุดส่งมอบ ณ เมืองคุชชิ่ง โอคลาโฮม่า ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 307,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้นักลงทุนยังได้กังวลถึงการกลับมาส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านหลังการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรกรณีอาวุธนิวเคลียร์จากสหประชาชาติ ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดอิหร่านมีแนวโน้มที่จะไม่ให้ความร่วมมือในการคงระดับการผลิตน้ำมันดิบ เนื่องจากอิหร่านต้องการที่จะได้รับโค้วต้าการผลิตน้ำมันดิบกลับคืนมา เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเองในอนาคต
นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า ระดับการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในไตรมาสที่สองของปีนี้จะอยู่ที่ 32.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งได้รวมการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่นที่จะเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดิบจะเริ่มเข้าสู่สมดุลในไตรมาสที่สามของปีนี้จากการผลิตน้ำมันดิบที่ลดลง 800,000 บาร์เรลต่อวันของผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตลาดน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ และยุโรป ที่ฟื้นตัวขี้นเล็กน้อย ประกอบกับอุปสงค์ในภูมิภาคโดยเฉพาะจากอินโดนีเซียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมไปถึงระดับสต๊อกน้ำมันเบนซินในสิงคโปรได้ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่อยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปทานจากประเทศไทยที่ได้ผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศมาเลเซียอยู่
ไทยออยล์คาดารณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 27-34 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนด์เคลื่อนไหวในกรอบ 30-37 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง จับตาการเจรจาระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกในการปรับลดหรือคงกำลังการผลิตว่าจะออกมาในทิศทางใดหลังซาอุดิอาระเบีย กาต้าร์ เวเนซุเอลา อิรัก และรัสเซียตกลงที่จะคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับการผลิตในเดือน ม.ค. ประกอบกับ อิหร่านเองที่ออกมาสนับสนุนความพยายามในการรักษาเสถียรภาพราคาโดยการคงปริมาณการผลิตไว้ที่ระดับเดิมหรือไม่
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 504.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี ประกอบกับน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่งโอกลาโฮมา ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง64.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 89 ของความจุของถังเก็บน้ำมัน แม้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบก็ตาม






