ในปี 2561 (ม.ค. – ก.ย.) กรมฯ ออกหนังสือรับรองฯ e-Form D ภายใต้ ASW ไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนนำร่อง 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม จำนวนทั้งสิ้น 222,795 ฉบับ โดยแยกเป็นการยื่นคำขอผ่านระบบ EDI จำนวน 120,735 ฉบับ คิดเป็นสัดส่วน 54.19% และยื่นคำขอผ่านระบบ Digital Signature จำนวน 102,060 ฉบับ คิดเป็นสัดส่วน 45.81% การยื่นผ่านระบบ Digital Signature เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 41,946 ฉบับ ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า e-Form D ด้วยระบบ Digital Signature ภายใต้ ASW กับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ขณะนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการทดสอบการส่งข้อมูล e-Form D กับประเทศบรูไน และจะเริ่มทดสอบฯ กับประเทศฟิลิปปินส์และกัมพูชาในลำดับถัดไป
ทั้งนี้ผู้ประกอบการได้ให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิพิเศษภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนมากที่สุด โดยในปี 2561 (ม.ค. – ก.ย.) มีการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form D ไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 9 ประเทศ ปริมาณทั้งสิ้น 283,042 ฉบับ คิดเป็นสัดส่วน 33.46% ของการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั้งหมด ในส่วนของการให้บริการออกหนังสือรับรองฯ Form D ด้วยระบบ Digital Signature ในการส่งออกสินค้าไปทุกประเทศอาเซียน ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าใช้งาน e-Form D ASW โดยติดต่อขอใบรับรอง Digital Certification จาก TOT CA (www.ca.tot.co.th) หรือ CAT CA (www.thaipki.com) โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 พร้อมกันนี้ เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 กรมฯ ได้ออกประกาศยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านในการขอหนังสือรับรอง การขอขึ้นทะเบียน การขอต่อทะเบียน การจดแจ้งและการดำเนินการอื่นๆ ใดที่มายื่นคำขอต่อกรมฯ เพื่อรองรับการเป็น Digital Government และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้บริการอีกด้วย