
"Golden Week" จีนเที่ยวไทย 1.8 แสนคน สะพัด 1 หมื่นล้าน!!
กระทรวงท่องเที่ยวฯ แจงช่วงโกลเด้นท์วีค ทัวร์จีนเที่ยวไทย 1.8 แสนคน ทำเงินสะพัดหมื่นล้านบาท ยัน! ไม่ใช้มาตรการฟรีวีซ่า แต่จะเน้นสร้างความเชื่อมั่นด้านปลอดภัย
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาประเทศไทยในช่วง Golden Week หรือ วันชาติจีน ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาประเทศไทย 180,807 คน ขยายตัว 2.77% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย 10,205 ล้านบาท ขยายตัว 4.82% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา การเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วง Golden Week แม้ว่าจะต่ำกว่าในช่วงครึ่งปีแรก แต่อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ
เนื่องจากสอดคล้องกับทิศทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในภูมิภาค เช่น เวียดนาม ที่หดตัวในเดือน ส.ค. 1.65% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นต้น รวมถึงความกังวลของนักท่องเที่ยวชาวจีนต่อสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเห็นได้จากค่าเงินหยวนเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน ก.ย. ที่ลดลงกว่า 5.59% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค. และดัชนีตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ที่เคยอยู่ในระดับสูงสุดถึง 3,470 จุด ในเดือน ม.ค. และลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ไตรมาส เหลือที่ระดับ 2,717 จุด หรือ ลดลง 22.7% จากเดือน ม.ค. ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวจีน
นอกจากนี้ พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เปลี่ยนแปลงไปสู่การจัดการเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น จากเดิมที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จัดการเดินทางด้วยตนเอง (F.I.T.) ต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จัดการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว (Group Tour) ในสัดส่วน 60:40 เปลี่ยนแปลงเป็น 70:30 ซึ่งจะมีผลต่อการกระจายการเดินทางสู่เมืองต่าง ๆ มากขึ้น
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังคงให้ความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยจะไม่ใช้มาตรการด้านราคา เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ซึ่งไม่มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่จะให้ความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
ทั้งการท่องเที่ยวทางบกและทางน้ำ การยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายและสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการด้านการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารการดำเนินมาตรการของรัฐบาล และการนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่สวยงามและมีคุณภาพของประเทศ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจะจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ของประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ในวันที่ 18 ต.ค. นี้
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาประเทศไทยในช่วง Golden Week หรือ วันชาติจีน ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาประเทศไทย 180,807 คน ขยายตัว 2.77% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย 10,205 ล้านบาท ขยายตัว 4.82% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา การเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วง Golden Week แม้ว่าจะต่ำกว่าในช่วงครึ่งปีแรก แต่อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ
เนื่องจากสอดคล้องกับทิศทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในภูมิภาค เช่น เวียดนาม ที่หดตัวในเดือน ส.ค. 1.65% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นต้น รวมถึงความกังวลของนักท่องเที่ยวชาวจีนต่อสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเห็นได้จากค่าเงินหยวนเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน ก.ย. ที่ลดลงกว่า 5.59% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค. และดัชนีตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ที่เคยอยู่ในระดับสูงสุดถึง 3,470 จุด ในเดือน ม.ค. และลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ไตรมาส เหลือที่ระดับ 2,717 จุด หรือ ลดลง 22.7% จากเดือน ม.ค. ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวจีน
นอกจากนี้ พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เปลี่ยนแปลงไปสู่การจัดการเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น จากเดิมที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จัดการเดินทางด้วยตนเอง (F.I.T.) ต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จัดการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว (Group Tour) ในสัดส่วน 60:40 เปลี่ยนแปลงเป็น 70:30 ซึ่งจะมีผลต่อการกระจายการเดินทางสู่เมืองต่าง ๆ มากขึ้น
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังคงให้ความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยจะไม่ใช้มาตรการด้านราคา เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ซึ่งไม่มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่จะให้ความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
ทั้งการท่องเที่ยวทางบกและทางน้ำ การยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายและสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการด้านการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารการดำเนินมาตรการของรัฐบาล และการนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่สวยงามและมีคุณภาพของประเทศ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจะจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ของประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ในวันที่ 18 ต.ค. นี้






