
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส
สภาวะตลาดทองคำวันที่ 04 ตุลาคม ราคาแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,195.70-1,201.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,450 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFV18 อยู่ที่ 18,610 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 70 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,540 บาท
แนวโน้มวันที่ 05 ตุลาคม 2561
สหรัฐเชื่อว่า รัสเซียกำลังพัฒนาระบบปล่อยขีปนาวุธภาคพื้น ซึ่งละเมิดสนธิสัญญาสงครามเย็นที่อาจทำให้รัสเซียสามารถยิงนิวเคลียร์ใส่ยุโรปแบบไม่ทันตั้งตัว แต่รัสเซียยืนกรานปฏิเสธเรื่องการละเมิดสนธิสัญญาใดๆดังกล่าว แนวโน้มความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อนายเคย์ เบลีย์ ฮัตชิสัน ทูตสหรัฐประจำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต้) ระบุว่า รัสเซียต้องระงับการพัฒนาอย่างลับๆ สำหรับระบบขีปนาวุธร่อน มิฉะนั้นสหรัฐจะหาทางทำลายระบบขีปนาวุธดังกล่าวก่อนที่จะสามารถปฏิบัติการได้ ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม
นอกจากนี้นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในอิตาลี เมื่อนายมัตเตโอ ซัลวีนี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีระบุว่า อิตาลีจะไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณ แม้แต่ในขณะที่ช่องว่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของอิตาลีและของเยอรมนีจะกว้างสู่ 4% โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลอิตาลีเคยให้คำมั่นต่อประชาชนใน "สัญญา" ฉบับหนึ่งว่า รัฐบาลจะปรับลดภาษี สนับสนุนรายได้ขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า และถอนแผนปฏิรูปเงินบำนาญที่ไม่ได้รับความนิยม ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องปรับเพิ่มเป้าหมายขาดดุลงบประมาณเพื่อดำเนินการเช่นนั้น ความกังวลดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้าสู่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตามราคาขยับขึ้นอย่างจำกัดเนื่องจากดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินสำคัญปรับขึ้นและเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 96.116 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.นี้ ขณะที่นักลงทุนรอคอยการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์
สำหรับมุมมองประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,212-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ยังต้องระมัดระวังแรงขาย แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,196-1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำสำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือให้ลงทุนระยะสั้น โดยรอการตั้งฐานของราคาจึงเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับโซน 1,196 หรือ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลัง โดยหากมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,214 หรือ 1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
แนวโน้มวันที่ 05 ตุลาคม 2561
สหรัฐเชื่อว่า รัสเซียกำลังพัฒนาระบบปล่อยขีปนาวุธภาคพื้น ซึ่งละเมิดสนธิสัญญาสงครามเย็นที่อาจทำให้รัสเซียสามารถยิงนิวเคลียร์ใส่ยุโรปแบบไม่ทันตั้งตัว แต่รัสเซียยืนกรานปฏิเสธเรื่องการละเมิดสนธิสัญญาใดๆดังกล่าว แนวโน้มความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อนายเคย์ เบลีย์ ฮัตชิสัน ทูตสหรัฐประจำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต้) ระบุว่า รัสเซียต้องระงับการพัฒนาอย่างลับๆ สำหรับระบบขีปนาวุธร่อน มิฉะนั้นสหรัฐจะหาทางทำลายระบบขีปนาวุธดังกล่าวก่อนที่จะสามารถปฏิบัติการได้ ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม
นอกจากนี้นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในอิตาลี เมื่อนายมัตเตโอ ซัลวีนี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีระบุว่า อิตาลีจะไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณ แม้แต่ในขณะที่ช่องว่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของอิตาลีและของเยอรมนีจะกว้างสู่ 4% โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลอิตาลีเคยให้คำมั่นต่อประชาชนใน "สัญญา" ฉบับหนึ่งว่า รัฐบาลจะปรับลดภาษี สนับสนุนรายได้ขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า และถอนแผนปฏิรูปเงินบำนาญที่ไม่ได้รับความนิยม ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องปรับเพิ่มเป้าหมายขาดดุลงบประมาณเพื่อดำเนินการเช่นนั้น ความกังวลดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้าสู่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตามราคาขยับขึ้นอย่างจำกัดเนื่องจากดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินสำคัญปรับขึ้นและเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 96.116 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.นี้ ขณะที่นักลงทุนรอคอยการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์
สำหรับมุมมองประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,212-1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ยังต้องระมัดระวังแรงขาย แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,196-1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำสำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือให้ลงทุนระยะสั้น โดยรอการตั้งฐานของราคาจึงเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับโซน 1,196 หรือ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลัง โดยหากมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,214 หรือ 1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ






