thansettakij
thansettakij
เช่าซื้อคึกรับเลือกตั้ง ไฟแนนซ์-แบงก์ ดันโปรแกรมดาวน์ตํ่า ผ่อนนาน

เช่าซื้อคึกรับเลือกตั้ง ไฟแนนซ์-แบงก์ ดันโปรแกรมดาวน์ตํ่า ผ่อนนาน

05 ต.ค. 61 | 12:25 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 61 | 19:25 น.
กลุ่มเช่าซื้อคึกรับเลือกตั้ง คาดทั้งปีความต้องการสินเชื่อโต 10% ยอดขายรถแตะ 1.1-1.2 ล้านคัน “กรุงศรี ออโต้”มั่นใจ สินเชื่อรวมทั้งปีแตะ 6.1 แสนล้านบาท เห็นไฟแนนซ์-แบงก์ ดันโปรแกรมดาวน์ตํ่า ผ่อนนาน ค่ายรถจับมือดีลเลอร์จัดอีเวนต์ชิงเค้ก
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัสฯประเมินกลุ่มเช่าซื้องานเข้าอีก หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ประกาศเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน(Car for Cash)ให้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับของธปท.เดือนพฤศจิกายนนี้ จึงน่าจะเป็นอุปสรรคต่อรายใหม่และรายเดิม ซึ่งต้องขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจ

 

ขณะที่กระทรวงการคลังกำลังเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกำกับดูแลผู้ให้บริการ ทางการเงินพ.ศ. (พ.ร.บ.กำกับนอนแบงก์) เพราะต้องการให้หน่วยงานกำกับแห่งใหม่ควบคุมใน 3 เรื่องคือ การคิดอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการ สำหรับนอนแบงก์ตั้งแต่รายเล็กถึงรายใหญ่โดยรวมถึงบริษัทเช่าซื้อที่เป็นบริษัทลูก หรือบริษัทในเครือของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ร้านค้าหรือไฟแนนซ์ห้องแถว และร้านขายมอเตอร์ไซค์ในต่างจังหวัด

MP24-3406-A

ทั้งนี้พ.ร.บ.กำกับนอนแบงก์ เบื้องต้นประเมินว่า กลุ่มเช่าซื้อรับผลกระทบ 2 เรื่องคือ 1.กระทบรายได้ดอกเบี้ย เนื่องจากสินเชื่อทะเบียนรถเป็นสัญญากู้ยืม คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ซึ่งยังไม่ชัดเจน แต่น่าสังเกตว่า กระทรวงการคลังเพิ่งอนุญาตให้พิโกไฟแนนซ์ ทำสินเชื่อทะเบียนรถได้ อาจเป็นไปได้ว่าดอกเบี้ยสำหรับใบอนุญาตใหม่ จะเหมือนกับฟิโกไฟแนนซ์ คือ สูงสุดที่ 36% 2.กระทบรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะการทวงถามและติดตามหนี้ นอกจากนั้น กลุ่มเช่าซื้อยังถูกกระทบจากการใช้มาตรฐานบัญชี IFRS 9 แต่เชื่อว่างวดครึ่งปีหลัง ภาพรวมธุรกิจกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถ จะสดใส จากความพยายามเข้าถึงลูกค้า ด้วยการขยายสาขาเชิงรุก

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรี อยุธยา จำกัด(มหาชน)เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แนวโน้มตลาดสินเชื่อยานยนต์ครึ่งปีหลังจะเติบโตที่ 9% โดยมีมูลค่าสินเชื่อรวมที่ 6.1 แสนล้านบาท โดยจะได้รับแรงผลักดันจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัย กรุงศรีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวที่ 4.7% รวมถึงแรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ภายในประเทศ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครึ่งปีแรกเติบโตเป็นบวกในทุกเซ็กเมนต์

แหล่งข่าวระบุว่า ปีนี้ความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อมีโอกาสเติบโตดีขึ้นตามยอดขายรถยนต์คาดว่า จะแตะ 1.1-1.2 ล้านคันหรือเติบโต 10% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งจากค่ายผู้ผลิตรถออกโมเดลใหม่ๆเช่น MITSUBISHI, NISSAN และ TOYOTA แต่ส่วนใหญ่ยังคงเสนอดอกเบี้ยตํ่า เช่น 0.99%, 1.99% ต่อปี รวมถึงค่ายรถยนต์หลายแห่งทำตลาดเช่าซื้อโดยเสนอแบบผ่อนต่องวดตํ่า แต่ไปโป๊ะงวดสุดท้ายหรือ “บอลลูน”  ผ่อนนาน 5 ปี โดยกำหนดจ่ายงวดสุดท้าย เพื่อทำให้การผ่อนจ่ายค่างวดตํ่าหรือยืดอายุการผ่อนชำระตามความต้องการของลูกค้า หรือลูกค้าเลือกปิดบัญชีหรือผ่อนต่อได้อีกในช่วงค่างวดสุดท้าย

“นอกจากไฟแนนซ์ แบงก์จะแข่งทำตลาดแล้ว ดีลเลอร์ยังเข้ามาทำโปรแกรมเองโดยมีค่ายรถสนับสนุนงบการตลาด ค่ายเล็กก็ทำตลาดมากขึ้น เท่าที่เห็นเน้นดาวน์ตํ่า 10-15% ผ่อนชำระ 84 เดือนพวกนี้ยอดจ่ายดอกเบี้ยสูงหน่อย แต่น่าสังเกตว่า ปีนี้มียอดปฏิเสธ 15-20% ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา”

090861-1927-9-335x503

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น(ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา สินเชื่อเช่าซื้อทั้งรถป้ายแดง(รถใหม่)กับผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว(รถมือ2) ขยายตัวดีขึ้นมากราว 20% ทำให้ผลตอบแทนจากรถมือ 2 อยู่ที่ 7-8% ต่อปี สัญญากู้ 5 ปี แต่ยอมรับว่า ความเสี่ยงก็เพิ่มตาม ปัจจุบันเอ็นพีแอลสินเชื่อรถมือ2 อยู่ที่ 4.5-5% สูงกว่าเอ็นพีแอลของรถป้ายแดงราว 2.5 เท่า ขณะที่รถป้ายแดงผลตอบแทนเบื้องต้น 5-6% สัญญากู้ 5 ปี

“ไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งตลาดรถใหม่และรถมือ2 คึกคัก โดยเฉพาะปิ๊กอัพ รับฤดูกาลเลือกตั้งทั้งบรรทุกคน รถอีเวนต์หาเสียง แต่ยอมรับว่า เกณฑ์สคบ.และธปท. ทำให้ต้นทุนเพิ่ม จากกระบวนการทำงาน หรือการคิดดอกเบี้ยและการปรับสัญญามาตรฐานซึ่งยังไม่รวมค่าทวงถามหนี้ที่ยังไม่ออกมาชัดเจน หรือกฎหมายกำกับนอนแบงก์ ทำให้สถาบันการเงินทั้งไฟแนนซ์และแบงก์เข้มงวด นอกจากรายได้แล้ว ยังดูทั้งภาระหนี้ เงินคงเหลือต่อเดือน เพราะหากมีภาระหนี้หลายแห่ง แม้จะไม่เคยมีประวัติค้างชำระหรือผิดนัดชำระ ก็มักจะถูกปฏิเสธสูง เพราะคนซื้อกำลังซื้อไม่พอ”

หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,406 วันที่ 4 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว