thansettakij
thansettakij
อีก 3-5 ปี จีนขึ้นแท่นผู้นำพัฒนาบล็อกเชนของโลกแทนสหรัฐฯ

อีก 3-5 ปี จีนขึ้นแท่นผู้นำพัฒนาบล็อกเชนของโลกแทนสหรัฐฯ

27 ก.ย. 61 | 06:23 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ย. 61 | 13:23 น.
PwC เผย 4ใน 5 ของผู้บริหารจ่อใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนกับธุรกิจของตน ชี้จีนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการพัฒนาบล็อกเชนของโลกแทนสหรัฐฯภายใน3-5ปีข้างหน้า ขณะที่ความไว้วางใจ และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดต่อการนำบล็อกเชนมาใช้กับธุรกิจ

PwC ระบุว่า เผย 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจกำลังมีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตน โดย15% ได้นำนวัตกรรมนี้มาใช้งานจริงแล้ว หลังระบบบล็อกเชนปฏิวัติการเชื่อมต่อการดำเนินธุรกิจในยุคอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งชี้จีนจะแซงหน้าสหรัฐฯ ในการเป็นผู้นำการพัฒนาในอีก 3-5ปีข้างหน้า ด้านไทยมองบล็อกเชนจะขยายตัวมากขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น โดยไม่กระจุกอยู่เพียงโลกการเงิน

pwc-703x422

จากรายงาน Blockchain is here. What’s your next move? ของ PwC ซึ่งสำรวจผู้บริหาร 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวม ถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยี พบว่า

1 ใน 4 หรือ 25% ของผู้บริหารรายงานว่า กำลังดำเนินโครงการนำร่องในการใช้ระบบบล็อกเชนอยู่  10% หรือได้นำมาใช้งานจริงแล้ว 15%  ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการและ 1 ใน5 หรือ 20%อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่

นอกจากนั้น ประเทศผู้นำอย่างสหรัฐอเมริกา 29%  สาธารณรัฐประชาชนจีน 18%  และออสเตรเลีย 7% ในปัจจุบัน ถูกมองว่า เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุด แต่อย่างไรก็ดี ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐฯ ได้ ซึ่งจะส่งผลให้อิทธิพลและศูนย์กลางในการพัฒนากิจกรรมบล็อกเชนมาอยู่ที่จีน แทนที่จะเป็นสหรัฐฯ และยุโรปเหมือนในช่วงยุคแรกๆ

รายงานของ PwC ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย  46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน และ 41% กล่าวว่า ในระยะอันใกล้หรือ  3-5 ปีข้างหน้า โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้ในระยะอีก 3-5 ปีข้างหน้าเช่นกัน ได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค 14% บริการทางด้านสุขภาพ 14% และอุตสาหกรรมการผลิต 12%

นายสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชน ของ PwC กล่าวว่า  สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับเราคือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่า ตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ ซึ่งบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ

อย่างร็ตาม แม้ว่าประโยชน์ที่สำคัญของบล็อกเชนจะอยู่ที่การพัฒนาและส่งมอบผ่านแพลตฟอร์มที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างกันในกลุ่มอุตสาหกรรม แต่รายงานชี้ว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้หากปราศจากการร่วมมือกันของหลายๆ ฝ่าย ซึ่งรวมไปถึงคู่แข่ง ที่ต้องมีการตกลงร่วมกันในเรื่องของมาตรฐานและข้อปฏิบัติที่จะนำมาใช้

alookat-blockchain

แม้ศักยภาพของบล็อกเชนจะมีมาก แต่45% ของผู้บริหารยังมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% โดยยังสะท้อนให้ถึงการพัฒนาบล็อกเชนในส่วนของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินที่ถือเป็นผู้เล่นหลัก นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ยังถูกพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากเยอรมนี 38% ออสเตรเลีย 37% และสหราชอาณาจักร 32%

ด้านนางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทยกล่าวว่า เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กรและหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งแม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในวงแคบ เช่นในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก ในระยะข้างหน้า คาดหวังว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง

Khun_Vilaiporn_PwC_Consulting_Thailand[5892]

“ความท้าทายของการนำบล็อกเชนมาใช้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้นแต่ในธุรกิจอื่นๆก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกันโดยการปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีนี้ จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว ดิฉันยังเชื่อว่า ปัจจัยที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ การศึกษาและทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆซึ่งจุดนี้จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีความได้เปรียบในการคว้าโอกาสใหม่ๆมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน”