
‘กาฬสินธุ์’โกอินเตอร์ เปิดเมืองรองอีสานบุกตลาดญี่ปุ่น
‘กาฬสินธุ์’โกอินเตอร์
เปิดเมืองรองอีสานบุกตลาดญี่ปุ่น
โดยบูธของประเทศไทย ถูกออกแบบและตกแต่งภายใต้แนวคิด “Open to the New Shades” นำเสนอการท่องเที่ยวเมืองรอง คือ “จังหวัดกาฬสินธุ์” และยังมีพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ซื้อชาวญี่ปุ่น การนำกิจกรรม VR มวยไทย ตู้ทดสอบภาษาไทย การแสดงนาฏศิลป์ไทยภาคอีสาน
ดันทัวริสต์ญี่ปุ่น1.75ล.
นายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าในช่วง 7 เดือนของปี 2561 มีคนญี่ปุ่นเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว 908,059 คน เพิ่มขึ้น 5.62% และจนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะเดินทางมาไทย 1.5 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 70,210 ล้านบาท และเป้าหมายปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.75 ล้านคน มีการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 10% ซึ่งได้มอบหมายให้ 3 สำนักงานของททท. (โตเกียว, โอซากา และฟุกุโอกะ) เน้นขยายนักท่องเที่ยวกลุ่มเฟิสต์ วิสิต (คนที่ไม่เคยเดินทางมาเที่ยวไทย) ให้เพิ่มขึ้น เพราะคนญี่ปุ่นที่มาเที่ยวไทยจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มมาซํ้าเป็นส่วนใหญ่ โดยจะเน้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้ที่เพิ่งเรียนจบและกลุ่มที่เริ่มทำงาน ซึ่งจะต้องจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้
อีกทั้งจากการกลับมาเปิดสำนักงานใหม่ของททท.ที่ฟุกุโอกะอีกครั้ง หลังจากปิดไป 2 ปี และการเปิดสถานกงสุลที่เมืองแห่งนี้อีกครั้ง ก็จะทำให้ททท.คาดหวังการทำตลาดเพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจากพื้นที่ทางใต้ได้เข้มข้นขึ้น
ครั้งแรกชูกาฬสินธุ์รุกอินเตอร์
โจทย์ที่สำคัญในการขายตลาดญี่ปุ่น คือการผลักดันให้กระจายการเดินทางไปยังพื้นที่ 12 เมืองรอง โดยมองที่จะผลักดันให้ไปเที่ยวอีสาน เพราะเห็นว่าญี่ปุ่นกับอีสานมีวัฒนธรรมที่มีเรื่องของโลคัล เอ็กซ์พีเรียนซ์ ซึ่งน่าจะถูกจริตกับคนญี่ปุ่น และอาหารอีสาน ซึ่งททท.เริ่มไปทดลองตลาดแล้ว พบว่าคนญี่ปุ่นชอบ ก็จะใช้กิมมิกให้มากินและเที่ยวที่อีสานถึงถิ่น ทั้งยังได้นำเมืองรองอย่างกาฬสินธุ์ มาเป็นธีมภายในบูธของททท. ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการทำแบรนดิ้ง
ของจังหวัดด้วยแนวคิด “ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์” หรือ “Creative Kalasin” เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ในรูปแบบที่แตกต่าง เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่มากยิ่งขึ้น
นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ททท.ดึงเอาเมืองรอง อย่างกาฬสินธุ์ มาเสนอขายในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับนานาชาติเช่นนี้ ซึ่งอาจจะยังใหม่มากสำหรับตลาดญี่ปุ่น แต่เราก็มองว่าน่าจะขายได้ เพราะก่อนหน้านั้นทางจังหวัดได้ร่วมมือกับอ.ชาวญี่ปุ่นจากWARA Art Institute มาทำหุ่นฟางไดโนเสาร์พันธุ์สยามโมไทรัสนัส 1 ในสายพันธุ์ไดโนเสาร์ที่ขุดพบฟอสซิลที่นี่ และร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมในพื้นที่
[caption id="attachment_325263" align="aligncenter" width="377"]
จากจุดนี้จะทำให้สามารถเสนอขายได้ โดยจะขายพ่วงกับขอนแก่นที่เป็นเมืองหลัก แล้วต่อไปกาฬสินธุ์ ที่นอกจากฟอสซิลไดโนเสาร์ ก็ยังมีผ้าไหมบ้านโพน ผ้าไหมแพรวา การทำบุญเดือนสิบ ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นวัฒนธรรมดั้งเดิม อย่างการสานพวงมาลัยไม้ไผ่ และยังมีเรื่องอาหารด้วย ซึ่งในช่วงต้นปีหน้าททท.จะนำบริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่นและสื่อมวลชน เข้ามาดูพื้นที่และร่วมกิจกรรม เพื่อผลักดันเป็นแพ็กเกจขายในตลาดญี่ปุ่นต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีห้องพักในกาฬสินธุ์ราว 800 ห้อง และการเดินทางจากขอนแก่นมาก็สะดวก ทำให้เชื่อว่า จากนี้ไปจะมีจำนวนคนเดินทางมาเพิ่มมากขึ้นใน 2 จังหวัดนี้ และน่าจะถึง 6 ล้านคนในปีหน้า
ผู้ประกอบการรุกขยายธุรกิจ
ส่วนบรรยากาศในการเจรจาธุรกิจภายในงาน ผู้ประกอบการไทย ก็มีเวทีสำหรับการเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อญี่ปุ่น (บีทูบี) รวมถึงการนำเสนอโปรดักซ์ผ่านนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาชมงานด้วย (บีทูซี)
นายคิม สเต็ปเป้ ผู้จัดการทั่วไปร้านอาหารไทยบลูเอเลเฟ่นท์ กล่าวว่า การมาออกบู้ธภายในงานนี้นอกจากการขยายฐานลูกค้าชาวญี่ปุ่นให้เดินทางมาไทย ให้มาทานอาหารไทย ที่บลูเอเลเฟ่นท์ แล้ว เรายังมีแผนจะเปิดร้านอาหารไทยบลูเอเลเฟ่นท์ ที่โตเกียว ในอีก3-4 ปีนี้ ก่อนการจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020
ทั้งนี้ตลาดญี่ปุ่นถือเป็น กลุ่มคุณภาพที่มีอัตราการเติบ โตต่อเนื่อง ไม่ขึ้นๆ ลงเหมือนจีนและรัสเซีย ปัจจุบันที่ร้านบลูเอเลเฟ่นท์ ในไทยเรามีลูกค้าญี่ปุ่นคิดเป็นสัดส่วน 10-12% และมองว่าจะเติบโตขึ้นได้อีก เพราะคนญี่ปุ่นชอบเที่ยวไทย ติดอันดับ 1 ใน 7 ที่มาเที่ยวไทย
“สยามเจมส์ กรุ๊ป มา ออกบู้ธในครั้งนี้ร่วมกับททท. เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าตลาดจีนหายไปกว่า 50% เป็นเวลาราว 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุเรือล่มที่จ.ภูเก็ต ทำให้ทางบริษัทจึงมาออกบูธกับททท. เพื่อหวังขยายฐานตลาดญี่ปุ่น” อรวรรณ พันธ์เกษกรณ์ ผู้จัดการอาวุโส สยามเจมส์ กรุ๊ป กล่าว
ด้านนายคาซูฮีโกะ ชิโอคาวะ ผู้จัดการทั่วไปนิปปอน ทราเวล เอเจนซี่ เผยว่า การขายทัวร์ไปญี่ปุ่นของบริษัทเมื่อก่อนหากเป็นที่กรุงเทพฯโรงแรมแถวโซนสีลม จะได้รับความสนใจมาก แต่ตอนนี้จะเห็นว่ามีความต้องการเข้าพักในย่านสุขุมวิทเพิ่มมากขึ้น แหล่งท่องเที่ยวของไทยที่นิยมยังคงเป็นทะเล อย่าง ภูเก็ต เกาะพีพี
กิจกรรมก็จะชอบเรื่องของอาหารไทย ซึ่งไม่นานมานี้บริษัทก็มีการจัดทริปอินเซนทีฟนำพนักงานกว่า 3 พันคนจากบริษัทในเมืองฟุกุโอกะมาเที่ยวกรุงเทพฯ โดยบริษัทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในการขายแพ็กเกจทัวร์มาไทยเพิ่มขึ้น 20% ต่อปี แต่ขณะเดียวกันเวียดนามก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้น บริษัทก็คาดว่าจะมีการจัดทัวร์นำกลุ่มนักเรียนไปเวียดนามด้วย
ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมของการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ภายใน Tourism EXPO Japan 2018 ที่เกิดขึ้น
……………………………………………………………….
รายงาน โดย ธนวรรณ วินัยเสถียร
หน้า 22 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3404 ระหว่างวันที่ 27 - 29 กันยายน 2561






