thansettakij
thansettakij
คานิทปีแรกโตพรวด100% คึกผุดช็อปกลางย่านแฟชั่น

คานิทปีแรกโตพรวด100% คึกผุดช็อปกลางย่านแฟชั่น

17 ก.พ. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 59 | 12:57 น.
คานิท โชว์รายได้ธุรกิจแฟชั่นโต 100 % สวนกระแสเศรษฐกิจ เล็งเปิดสโตร์ใจกลางเมืองย่านสยามเซ็นเตอร์ และพารากอน พร้อมรุกตลาดเอเชียในรูปแบบมัลติแบรนด์สโตร์ ย้ำกลยุทธ์การตลาดต้องทำออฟไลน์ควบคู่ออนไลน์

[caption id="attachment_31818" align="aligncenter" width="351"] ขนิษฐา ดรุณเนตร ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ บริษัท ซีเอ็น แบงค็อก จำกัด เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า คานิท (CANITT) ขนิษฐา ดรุณเนตร
ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ บริษัท ซีเอ็น แบงค็อก จำกัด เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า
คานิท (CANITT)[/caption]

นางสาวขนิษฐา ดรุณเนตร ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ บริษัท ซีเอ็น แบงค็อก จำกัด เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า คานิท (CANITT) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แม้สภาพเศรษฐกิจในประเทศจะไม่ดีมากนัก แต่ในระยะเวลา 1 ปีหลังจากเปิดตัวแบรนด์คานิท(CANITT) บริษัทกลับมียอดรายได้เติบโตจากคอลเลคชั่นซัมเมอร์สู่วินเทอร์กว่า 100% ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการเติบโตที่ดี และมีแนวโน้มขยายธุรกิจให้มั่นคงมากขึ้น โดยจากเดิมในปีก่อนบริษัทจะเน้นการขายผ่านทางช้อปออนไลน์ แต่เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้บริโภคให้ความสนใจมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง สิงค์โปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3-5 ปีต่อจากนี้ บริษัทจะนำแบรนด์เสื้อผ้าคานิทเข้าสู่ตลาดประเทศดังกล่าว ในรูปแบบของมัลติแบรนด์สโตร์

"ขณะนี้คานิทวางแผนเตรียมขยายแบรนด์ ให้ครอบคลุมตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศบริษัทจะตั้งสโตร์ใหม่ ซึ่งทำเลที่บริษัทสนใจ ได้แก่ สยามเซ็นเตอร์และพารากอน เป็นต้น ซึ่งหากปัจจัยรอบด้านไม่เป็นอุปสรรคอาจได้เห็นสโตร์ในปีนี้ ขณะเดียวกันในด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทวางแผนรุกตลาดเอเชียให้ครอบคลุม โดยเป็นการเข้าไปในรูปแบบมัลติแบรนด์สโตร์ เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้บริโภคและซัพพลายเออร์จากประเทศต่าง ๆ สนใจแบรนด์คานิทค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันเนื่องจากแบรนด์คานิทยังติดปัญหาเรื่องของด้านกำลังการผลิต ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นในปีนี้บริษัทจะเน้นกำลังการผลิตให้มากขึ้น ก่อนนำแบรนด์เข้าสู่ตลาดต่างประเทศ"

สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดของแบรนด์คานิทในปีนี้ ยังคงเน้นสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เช่น อินสตาแกรม และเฟสบุ๊ค เป็นต้น ขณะเดียวกันยังต้องให้ความสำคัญกับสื่อออฟไลน์ เช่น นิตยสาร และอีเว้นท์แฟชั่นโชว์ควบคู่กันไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์

ปัจจุบันแบรนด์คานิทมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงทำงานรุ่นใหม่ ประกอบกับคุณแม่ทันสมัย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ โดยวางตำแหน่งเป็นแบรนด์ระดับกลางถึงบน ราคาขายเฉลี่ย 5 พัน – 3 หมื่นบาท/ชิ้น ดังนั้นแบรนด์จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมีกำลังซื้อ อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ได้รับผลกระทบของกำลังซื้อ แต่ในด้าการแข่งขันอุตสาหกรรมแฟชั่นขณะนี้นับว่าสูงมาก ดังนั้นแบรนด์คานิท จึงต้องพยายามพัฒนาคุณภาพให้ดี และเหมาะสมกับราคา รวมถึงการทำการตลาดที่ดี เพื่อที่จะสามารถช่วงชิงเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคได้

ล่าสุดบริษัทได้อออกคอลเลกชันสปริง/ซัมเมอร์ 2016 ภายใต้ชื่อ‘เชด ออฟ มีนนิ่ง’ (Shades ofMeaning) ประกอบกับแผนธุรกิจการเปิดสโตร์ น่าจะส่งผลให้แบรนด์คานิทมีรายได้เติบโตไม่ตํ่ากว่า 50% ในปีนี้

Photo : Cannitt official

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,131 วันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business