thansettakij
thansettakij
เครื่องนอนหมื่นล.ระอุ‘ดีพีลโลฯ’ชิงตลาดบน

เครื่องนอนหมื่นล.ระอุ‘ดีพีลโลฯ’ชิงตลาดบน

02 ก.ย. 61 | 12:47 น.
    ตลาดเครื่องนอนหมื่นล้านคึกคัก ชี้ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน คนไทยต้องการชุดเครื่องนอนเพิ่ม “ดีพีลโล 999” สบช่องคลอด 2 แบรนด์น้องใหม่ “ดีพีลโล” และ “ฮีลกาเท็กส์ไทล์” เจาะตลาดพรีเมียม วางเป้าปั้นยอด 500 ล้านบาทใน 3 ปี

นายมงคล คงสุขจิร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีพีลโล 999 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดเครื่องนอนมีการ ขยายตัวอย่างรวดเร็วเฉลี่ยที่ประมาณ 10% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกในเรื่องของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด กอปรกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไปมีความต้องการชุดเครื่องนอนมากกว่า 1 ชุดต่อคนที่ผลักดันให้ภาพรวมตลาดมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

[caption id="attachment_310701" align="alignleft" width="424"] มงคล คงสุขจิร มงคล คงสุขจิร[/caption]

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแบรนด์เครื่องนอน ดีพีลโล และฮีลกาเท็กส์ไทล์ ซึ่งประกอบไปด้วยไลน์สินค้า 1.หมอนบิ๊กไซซ์ ขนาด 25X35 นิ้ว 2. หมอนขนาดปกติ 3.หมอนลดกรน 4.ชุดผ้าปูที่นอนผ้ายืด (ปลอกหมอน ผ้าปูเตียง และปลอกผ้านวม) และ5.ผ้าขนหนู โดยสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าพรีเมียม เจาะตลาดระดับบน กลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรม Nano zinc ที่สามารถป้องกันแบคทีเรียได้อย่างถาวรแบรนด์แรกของเมืองไทย

พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมงบประมาณทางการตลาด 30 ล้านบาท ในการสร้างการรับรู้แบรนด์ ให้ผู้บริโภคได้รู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านการทำตลาดแบบครบวงจร ควบคู่กับการขยายช่องทางการจำหน่ายครอบคลุมทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ออฟไลน์ และออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง โดยออฟไลน์จะเน้นการจำหน่ายผ่าน ร้านขายยา โรงพยาบาลเอกชน โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ห้างสรรพสินค้า ซึ่งปัจจุบันได้หารือร่วมกับพันธมิตรทางการค้าไว้หมดแล้ว ส่วนออนไลน์จะเน้นการจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย

“บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำลังการผลิตและการโฆษณา เพื่อที่จะสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งก่อนจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายเข้าไปวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ห้างในกลุ่มเดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน รวมถึงการเปิดเอาต์เล็ตในโรงพยาบาลเอกชน”

สำหรับการทำตลาดไปต่างประเทศนั้น บริษัทมีแผนจะเข้าไปร่วมงานแสดงสินค้า ระดับโลก ที่ประเทศตุรกี ที่จะเป็นโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายตลาดไปต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังวางแผนขยายเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนตลาดในประเทศก็มองว่ายังเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดจำนวนมาก โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ออกมารุกตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับในอนาคต เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ชุดคนไข้ ชุดชั้นใน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า

อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในปี 2562 บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 90 ล้านบาท โดยตั้งเป้า 3 ปี จะมีรายได้ประมาณ 400-500 ล้านบาท พร้อมกับครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มเครื่องนอนพรีเมียมได้ 20% จากปัจจุบันที่ตลาดรวมเครื่องนอนเมืองไทยมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดพรีเมียม 4,000 ล้านบาท และตลาดระดับกลาง-ล่าง 6,000 ล้านบาท

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,397 ระหว่างวันที่ 2-5 กันยายน 2561

e-book-1-503x62-7