
ปัจจัยบวกดันสื่อโฆษณาฟื้น "หนังสือพิมพ์-แม็กกาซีน"ติดลบต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมสื่อโฆษณา 8.9 หมื่นล้านบาท ส่งสัญญาณสดใสช่วง 5 เดือนสุดท้าย “เอเชี่ยนเกมส์-ไฮซีซัน” ปัจจัยหลักดันภาพรวมฟื้น 3% หลังช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาติดลบ 3.1% ขณะที่ “นีลเส็น” เผยผลสำรวจเม็ดเงินโฆษณาสื่อหลักครึ่งปีแรกสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือพิมพ์ แม็กกาซีน ติดลบต่อเนื่อง
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์
จํากัด (MI) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด เปิดเผยว่า เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณาช่วง 5 เดือนสุดท้ายจะสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หากไม่มีปัจจัยลบที่เหนือความคาดหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่จะส่งผลให้ผู้ชมสนใจและธุรกิจสื่อโฆษณาเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้าย (พ.ย.-ธ.ค.) ซึ่งถือเป็นช่วงเพรสทีจที่มีการออกมาฉลองและหลายธุรกิจเริ่มหันมาทุ่มเม็ดเงินเพื่อสร้างแบรนด์อีกครั้งหนึ่ง โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในสิ้นปีนี้กลับมาเติบโตได้ที่ 3-4% หรือมีมูลค่าราว 8.9 หมื่นล้านบาท จากช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมาติดลบที่ 3.1%
สำหรับการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อต่างๆพบว่า สื่อทีวีดิจิตอลมีการใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น 43% ขณะที่สื่อทีวีอนาล็อกมีการใช้จ่าย 1.58 หมื่นล้านบาท ลดลง 18% สอด คล้องกับทิศทางธุรกิจสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ด้านสื่อวิทยุ สื่ออินสโตร์ โรงภาพยนตร์ สื่อกลางแจ้ง ยังคงมีการเติบโตในทิศทางที่ดีแต่ก็ยังติดลบอยู่ ขณะที่สื่อออนไลน์ยังคงเป็นสื่อที่มีการเติบโตมาเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องที่ 15% โดยมีผู้เล่นหลักในการไดรฟ์ตลาดคือ เฟซบุ๊กและยูทูบ ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรีอแม้กระทั้งแม็กกาซีนต่างๆ จะค่อยๆ ลดลงที่ 0.2-0.4% สวนทางกับธุรกิจสื่อนอกบ้าน (OUT OF HOME) ที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเมืองใหญ่ ต่างจังหวัดมีความเป็นเมืองมากขึ้น ส่งผลให้สื่อนอกบ้านขยายตัวตามไปด้วย
ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 tier หลักคือ กลุ่ม tier1 ได้แก่ ช่อง 3, ช่อง 7 สัดส่วนของเม็ดเงินโฆษณาจะอยู่ 45-50% หรือประมาณครึ่งหนึ่ง, กลุ่ม tier2 ที่ได้แก่ เช่น “เวิร์คพอยท์”, One, Mono, GMM25, ช่อง 8, ไทยรัฐทีวี สัดส่วนจะอยู่ที่ราว 45-50% ที่เหลือ tier 3 ประมาณ 5%
ด้านการจัดมหกรรมกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการกระตุ้นเม็ดเงินโฆษณาในช่วง 5 เดือนนับจากนี้ และแม้ว่ากระแสจะไม่เทียบเท่ากับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จากข้อจำกัดในเรื่องการถ่ายทอดสดที่มีเพียง 2 ช่อง คือเวิร์คพอยท์ และPPTV แต่คาดว่าจะสามารถผลักดันให้เม็ดเงินในธุรกิจสื่อโฆษณาเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องการถ่ายทอดสดที่มีเพียงช่องเวิร์คพอยท์ และช่อง PPTV เพียงเท่านั้นที่จะได้สิทธิ์การถ่ายทอดสดไป โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินโษณาในช่วงที่มีเอเชี่ยน เกมส์ในปีนี้จะอยู่ที่ 85-90 ล้านบาทลดลง 25% จากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่มีเม็ดเงินโฆษณาสะพัดที่ 116 ล้านบาท
ด้านบริษัท นีลเส็น (ประเทศ ไทย) จำกัด ได้เปิดเผยข้อมูลภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาล่าสุดแม้จะมีตัวเลขเติบโตที่ดีขึ้น โดยในช่วงกรกฎาคม 2561 มูลค่าอยู่ที่ 9,173 ล้านบาท เติบโตจากช่วงกรกฎาคม 2560 ที่มีมูลค่า 8,490 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8.04% โดยกลุ่มทีวีมีการใช้เม็ดเงินอยู่ที่ 6,169 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.35%, วิทยุใช้งบ 412 ล้านบาท เติบโต1.73%, โรงภาพยนตร์ใช้ 628 ล้านบาท เติบโต 8.09% เป็นต้น แต่ทว่าใน 2 ธุรกิจสื่อหลักอย่างหนังสือพิมพ์และแม็กกาซีนกลับติดลบ โดยหนังสือพิมพ์ใช้เม็ดเงินโฆษณาอยู่ที่ 553 ล้านบาท ติดลบ 12.50%, แม็กกาซีนใช้ 95 ล้านบาท ติดลบ 35.37%
หน้า 35 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3393 | ระหว่างวันที่ 19 - 22 สิงหาคม 2561
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์
จํากัด (MI) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด เปิดเผยว่า เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณาช่วง 5 เดือนสุดท้ายจะสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หากไม่มีปัจจัยลบที่เหนือความคาดหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่จะส่งผลให้ผู้ชมสนใจและธุรกิจสื่อโฆษณาเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้าย (พ.ย.-ธ.ค.) ซึ่งถือเป็นช่วงเพรสทีจที่มีการออกมาฉลองและหลายธุรกิจเริ่มหันมาทุ่มเม็ดเงินเพื่อสร้างแบรนด์อีกครั้งหนึ่ง โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในสิ้นปีนี้กลับมาเติบโตได้ที่ 3-4% หรือมีมูลค่าราว 8.9 หมื่นล้านบาท จากช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมาติดลบที่ 3.1%
ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตอลนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 tier หลักคือ กลุ่ม tier1 ได้แก่ ช่อง 3, ช่อง 7 สัดส่วนของเม็ดเงินโฆษณาจะอยู่ 45-50% หรือประมาณครึ่งหนึ่ง, กลุ่ม tier2 ที่ได้แก่ เช่น “เวิร์คพอยท์”, One, Mono, GMM25, ช่อง 8, ไทยรัฐทีวี สัดส่วนจะอยู่ที่ราว 45-50% ที่เหลือ tier 3 ประมาณ 5%
ด้านการจัดมหกรรมกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการกระตุ้นเม็ดเงินโฆษณาในช่วง 5 เดือนนับจากนี้ และแม้ว่ากระแสจะไม่เทียบเท่ากับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จากข้อจำกัดในเรื่องการถ่ายทอดสดที่มีเพียง 2 ช่อง คือเวิร์คพอยท์ และPPTV แต่คาดว่าจะสามารถผลักดันให้เม็ดเงินในธุรกิจสื่อโฆษณาเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องการถ่ายทอดสดที่มีเพียงช่องเวิร์คพอยท์ และช่อง PPTV เพียงเท่านั้นที่จะได้สิทธิ์การถ่ายทอดสดไป โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินโษณาในช่วงที่มีเอเชี่ยน เกมส์ในปีนี้จะอยู่ที่ 85-90 ล้านบาทลดลง 25% จากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่มีเม็ดเงินโฆษณาสะพัดที่ 116 ล้านบาท
ด้านบริษัท นีลเส็น (ประเทศ ไทย) จำกัด ได้เปิดเผยข้อมูลภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาล่าสุดแม้จะมีตัวเลขเติบโตที่ดีขึ้น โดยในช่วงกรกฎาคม 2561 มูลค่าอยู่ที่ 9,173 ล้านบาท เติบโตจากช่วงกรกฎาคม 2560 ที่มีมูลค่า 8,490 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8.04% โดยกลุ่มทีวีมีการใช้เม็ดเงินอยู่ที่ 6,169 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.35%, วิทยุใช้งบ 412 ล้านบาท เติบโต1.73%, โรงภาพยนตร์ใช้ 628 ล้านบาท เติบโต 8.09% เป็นต้น แต่ทว่าใน 2 ธุรกิจสื่อหลักอย่างหนังสือพิมพ์และแม็กกาซีนกลับติดลบ โดยหนังสือพิมพ์ใช้เม็ดเงินโฆษณาอยู่ที่ 553 ล้านบาท ติดลบ 12.50%, แม็กกาซีนใช้ 95 ล้านบาท ติดลบ 35.37%
หน้า 35 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3393 | ระหว่างวันที่ 19 - 22 สิงหาคม 2561






