
4สมาคมค้านร่างพ.ร.บ.ข้าวหวั่นทำอุตสาหกรรมพัง-สร้างเสือนอนกินตัวใหม่
4สมาคมค้านร่างพ.ร.บ.ข้าวหวั่นทำอุตสาหกรรมพัง-สร้างเสือนอนกินตัวใหม่
ร่าง พ.ร.บ.ข้าวเดือด ชาวนา-โรงสี-ผู้ส่งออก-ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ รวมพลังประกาศเจตนารมณ์คัดค้าน 28 ส.ค.นี้ หวั่นทำอุตสาหกรรมข้าวพังทั้งระบบ นักวิชาการชี้เปิดช่องจ่ายใต้โต๊ะ แจ้งเกิดเสือนอนกินตัวใหม่
นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ในฐานะแกนนำของ 4 สมาคม ที่ได้รับผลกระทบจากร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. .... เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่มีข่าวทำให้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะรองประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) มีความเป็นห่วงและโทร.มาถามเป็นระยะๆ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบกับทุกภาคส่วน ซึ่งในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ตัวแทน 4 สมาคมได้แก่ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย และผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อยื่นหนังสือและประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นี้ในหลายประเด็น
“ขณะนี้รัฐบาลใช้แผนผลิตข้าวครบวงจรมาดูแลชาวนาก็ขายข้าวได้ราคาค่อนข้างดีอยู่แล้ว ดังนั้นจะให้ถอนร่างดังกล่าวนี้ออก เพราะในร่างกฎหมายชาวนาไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะจะกระทบการซื้อขายข้าวเปลือกที่มีประมาณ 30 ล้านตันต่อปี และส่งออกข้าวปีละ 10-11 ล้านตันแต่หากมีร่างฯ ใหม่ก็ต้องให้ทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม”
ด้านนางสาวธันยนันท์ อริยขจรนนท์ นายกสมาคมค้าข้าวไทย (หยง) กล่าวว่า เข้าใจว่าร่างกฎหมายนี้ คนร่างต้องการจะจัดการกับคนที่หวังผลประโยชน์จากชาวนา ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้าเล่ห์บางรายที่หลอกขายเมล็ดพันธุ์ผิดชนิดให้ชาวนาเพื่อหวังกำไร ทำให้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ราคาตํ่าและต้องการเล่นงานโรงสีที่โกงนํ้าหนักและค่าความชื้น ซึ่งในข้อเท็จจริงอาจมีไม่กี่ราย ซึ่งไม่ควรเหมาเข่ง ทำให้รายที่ทำถูกต้องได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายนี้ไปด้วย
“ถ้ากฎหมายนี้มีผลออกมาบังคับใช้การส่งออกข้าว (ดูกราฟิกประกอบ) จะสะดุดแน่นอนโดยเฉพาะช่วงที่ชาวนาเกี่ยวข้าวพร้อมๆ กันหรือไล่เลี่ยกัน เพราะตามกฎหมายนี้จะต้องให้เซอร์เวเยอร์ (บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว) มาการันตีคุณภาพข้าวเปลือกก่อนโรงสีรับซื้อ จะให้วิ่งไปทุกโรงคงไม่ทัน เพราะปัจจุบันโรงสีทั่วประเทศมีกว่า 1 พันโรง ครั้นโรงสีจะรับซื้อก่อนก็ไม่ได้จะโดนจับผิดกฎหมาย หากกฎหมายเกิดชาวนาจะซวยซํ้าซ้อน เพราะถ้ามีปัญหามากโรงสีก็อาจปฏิเสธไม่รับซื้อเพราะเสี่ยงติดคุก”
สอดคล้องกับนายวิชัย ศรีนวกุล ประธานชมรมโรงสีข้าวภาคอีสาน ที่กล่าวว่า หากออกกฎหมายมาเพื่อควบคุมการซื้อขายที่เข้มงวด และข้าวเปลือกไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด โรงสีข้าวอาจชะลอการรับซื้อข้าวเปลือกเพราะกลัวผิดกฎหมาย ขณะที่ในข้อเท็จจริงข้าวของชาวนาอาจมีปัญหาเช่น ข้าวล้ม จมนํ้า ข้าวเกี่ยวเขียวเพื่อหนีนํ้า ข้าวเมล็ดลีบจากเพลี้ยกระโดด หากโรงสีเลือกซื้อแต่ข้าวที่ดี สวยตามมาตรฐาน ถามว่าข้าวที่ตกมาตรฐานจะไปไหน เมื่อนั้นจะเกิดความโกลาหล
รศ.ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การออกกฎหมายแบบเหมาเข่งเป็นผลเสีย จะทำให้เจ้าหน้าที่บางคนไปหากินกับโรงสีจะมีปัญหาจ่ายเงินใต้โต๊ะ แลกความสะดวก เช่นเดียวกับ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ที่ระบุว่าจะทำให้เกิด “เสือนอนกินตัวใหม่” โดยบริษัทเซอร์เวเยอร์ข้าวเปลือก ซึ่งจะเป็นอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นจากกฎหมายนี้ ฟันธงตลาดข้าวจะพังพินาศ ขณะที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัจจัยการผลิต สนช. ในฐานะเจ้าของร่าง พ.ร.บ.ข้าวฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ใครเห็นอย่างไรก็เสนอมาได้ ยอมรับว่ามีความกังวล อาจจะมีนายทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาลมาทำให้ไขว้เขว ขณะที่ร่างฯพ.ร.บ.นี้จะเป็นผลประโยชน์ชาวนา จะยังสู้ต่อไปไม่ย่อท้อ
หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,393 วันที่ 19-22 สิงหาคม 2561
ร่าง พ.ร.บ.ข้าวเดือด ชาวนา-โรงสี-ผู้ส่งออก-ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ รวมพลังประกาศเจตนารมณ์คัดค้าน 28 ส.ค.นี้ หวั่นทำอุตสาหกรรมข้าวพังทั้งระบบ นักวิชาการชี้เปิดช่องจ่ายใต้โต๊ะ แจ้งเกิดเสือนอนกินตัวใหม่
นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ในฐานะแกนนำของ 4 สมาคม ที่ได้รับผลกระทบจากร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. .... เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่มีข่าวทำให้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะรองประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) มีความเป็นห่วงและโทร.มาถามเป็นระยะๆ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีผลกระทบกับทุกภาคส่วน ซึ่งในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ตัวแทน 4 สมาคมได้แก่ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย และผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อยื่นหนังสือและประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นี้ในหลายประเด็น
“ขณะนี้รัฐบาลใช้แผนผลิตข้าวครบวงจรมาดูแลชาวนาก็ขายข้าวได้ราคาค่อนข้างดีอยู่แล้ว ดังนั้นจะให้ถอนร่างดังกล่าวนี้ออก เพราะในร่างกฎหมายชาวนาไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะจะกระทบการซื้อขายข้าวเปลือกที่มีประมาณ 30 ล้านตันต่อปี และส่งออกข้าวปีละ 10-11 ล้านตันแต่หากมีร่างฯ ใหม่ก็ต้องให้ทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม”
ด้านนางสาวธันยนันท์ อริยขจรนนท์ นายกสมาคมค้าข้าวไทย (หยง) กล่าวว่า เข้าใจว่าร่างกฎหมายนี้ คนร่างต้องการจะจัดการกับคนที่หวังผลประโยชน์จากชาวนา ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้าเล่ห์บางรายที่หลอกขายเมล็ดพันธุ์ผิดชนิดให้ชาวนาเพื่อหวังกำไร ทำให้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ราคาตํ่าและต้องการเล่นงานโรงสีที่โกงนํ้าหนักและค่าความชื้น ซึ่งในข้อเท็จจริงอาจมีไม่กี่ราย ซึ่งไม่ควรเหมาเข่ง ทำให้รายที่ทำถูกต้องได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายนี้ไปด้วย
“ถ้ากฎหมายนี้มีผลออกมาบังคับใช้การส่งออกข้าว (ดูกราฟิกประกอบ) จะสะดุดแน่นอนโดยเฉพาะช่วงที่ชาวนาเกี่ยวข้าวพร้อมๆ กันหรือไล่เลี่ยกัน เพราะตามกฎหมายนี้จะต้องให้เซอร์เวเยอร์ (บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว) มาการันตีคุณภาพข้าวเปลือกก่อนโรงสีรับซื้อ จะให้วิ่งไปทุกโรงคงไม่ทัน เพราะปัจจุบันโรงสีทั่วประเทศมีกว่า 1 พันโรง ครั้นโรงสีจะรับซื้อก่อนก็ไม่ได้จะโดนจับผิดกฎหมาย หากกฎหมายเกิดชาวนาจะซวยซํ้าซ้อน เพราะถ้ามีปัญหามากโรงสีก็อาจปฏิเสธไม่รับซื้อเพราะเสี่ยงติดคุก”
สอดคล้องกับนายวิชัย ศรีนวกุล ประธานชมรมโรงสีข้าวภาคอีสาน ที่กล่าวว่า หากออกกฎหมายมาเพื่อควบคุมการซื้อขายที่เข้มงวด และข้าวเปลือกไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด โรงสีข้าวอาจชะลอการรับซื้อข้าวเปลือกเพราะกลัวผิดกฎหมาย ขณะที่ในข้อเท็จจริงข้าวของชาวนาอาจมีปัญหาเช่น ข้าวล้ม จมนํ้า ข้าวเกี่ยวเขียวเพื่อหนีนํ้า ข้าวเมล็ดลีบจากเพลี้ยกระโดด หากโรงสีเลือกซื้อแต่ข้าวที่ดี สวยตามมาตรฐาน ถามว่าข้าวที่ตกมาตรฐานจะไปไหน เมื่อนั้นจะเกิดความโกลาหล
รศ.ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การออกกฎหมายแบบเหมาเข่งเป็นผลเสีย จะทำให้เจ้าหน้าที่บางคนไปหากินกับโรงสีจะมีปัญหาจ่ายเงินใต้โต๊ะ แลกความสะดวก เช่นเดียวกับ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ที่ระบุว่าจะทำให้เกิด “เสือนอนกินตัวใหม่” โดยบริษัทเซอร์เวเยอร์ข้าวเปลือก ซึ่งจะเป็นอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นจากกฎหมายนี้ ฟันธงตลาดข้าวจะพังพินาศ ขณะที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัจจัยการผลิต สนช. ในฐานะเจ้าของร่าง พ.ร.บ.ข้าวฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ใครเห็นอย่างไรก็เสนอมาได้ ยอมรับว่ามีความกังวล อาจจะมีนายทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาลมาทำให้ไขว้เขว ขณะที่ร่างฯพ.ร.บ.นี้จะเป็นผลประโยชน์ชาวนา จะยังสู้ต่อไปไม่ย่อท้อ
หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,393 วันที่ 19-22 สิงหาคม 2561






