svasdssvasds

‘กรุงศรีออโต้’ ปลื้มยอดโตสวนตลาดติดลบ ทั้งปีโกย 1.67 หมื่นล้าน

28 ก.ค. 2561 เวลา 14:01 น. 164
กรุงศรี ออโต้ ยันเรียกเก็บภาษีมอ’ไซค์ ตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯไม่กระทบ เหตุข้อมูลยังไม่ชัด เชื่อผู้ประกอบการ เริ่มปรับตัว หันผลิตรถไฮบริดเพิ่มขึ้น ฟุ้งผลงาน 6 เดือนสวนกระแสตลาดติดลบ 2% เหตุดัชนีสินค้าเกษตรกดกำลังซื้อฐานราก ส่งผลครึ่งปีปล่อยสินเชื่อใหม่ 8.9 พันล้านบาท โต 19%

นางกฤติยา ศรีสนิท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน)  หรือ กรุงศรี ออโต้ เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า กรมสรรพสามิตยังไม่ได้เรียกบริษัทเข้าไปรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) แต่อย่างใดเพราะเชื่อว่า น่าจะเรียกผู้ประกอบการหารือมากกว่าสถาบันการเงิน

[caption id="attachment_301691" align="aligncenter" width="335"] กฤติยา ศรีสนิท กฤติยา ศรีสนิท[/caption]

อย่างไรก็ดี หากมีการเรียกเก็บจริง เชื่อว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อตลาดมากนัก ประกอบกับปัจจุบันจะเห็นว่า ผู้ประกอบการหลายค่ายพยายามปรับตัว โดยมุ่งเน้นผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เป็นไฮบริดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีได้ แต่ยังต้องมีการทดสอบระบบการเก็บแบตเตอรี่และต้องรอดูยอดขายว่า  จะออกมาในทิศทางไหน ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีนี้จะยังไม่เห็นการเปลี่ยนของตลาดมากนัก

สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้นางกฤติยากล่าวว่า คาดว่าจะเติบโตลดลงเหลืออยู่ที่ 1% หรือมียอดขายอยู่ที่ 1.83 ล้านคัน จากประมาณการเดิมที่คาดว่า จะขยายตัว 3% หรือมียอดขายที่ 1.87 ล้านคัน ขณะที่ตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์คาดว่า จะทรงตัว โดยช่วง 6 เดือนแรก ตลาดสินเชื่อมีอัตราการเติบโตติดลบ 2% เมื่อ
เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากระดับ 2.75 หมื่นล้านบาท ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากดัชนีภาคเกษตรที่ปรับลดลงและราคาค่อนข้างนิ่งทั้งปาล์ม ยางพารา และสับปะรด

“แม้ราคาข้าวจะปรับตัวดีขึ้น แต่เฉพาะข้าวหอมมะลิเท่านั้น ทำให้กำลังซื้อน้อยลงและหากดูตัวเลขจะพบว่าเดิมประชากร 3 คน จะมีรถจักรยานยนต์ 1 คัน ปัจจุบันลดเหลือประชากร 2.5 คน เหลือ 1 คัน”

MP23-3386-A

 

ทั้งนี้ในส่วนผลการดำเนินงานของกรุงศรี ออโต้ ช่วง 6 เดือนแรก มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาด โดยมียอดสินเชื่อปล่อยใหม่ 8,900 ล้านบาท เติบโต 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีเติบโต 7% หรือคิดเป็นยอดปล่อยใหม่ 1.67 หมื่นล้านบาทจากปีก่อนอยู่ที่ 1.56 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 16% ส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 31% จากปีก่อน 30% ถือเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อรถจักรยาน ยนต์ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 และถือว่ามีพอร์ตห่างจากอันดับ 2 ถึง 3 เท่า

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง แม้ไตรมาส 3 อัตราการเติบโตจะไม่สูงมาก เนื่องจากภาคเกษตรยังคงได้รับแรงกดดันจากดัชนีราคาที่ปรับลดลง และมีภาวะนํ้าท่วม แต่จากแคมเปญการตลาดและกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่มีอยู่ 1,000 ตัวแทน ครอบคลุมทุกพื้นที่ และงานมหกรรมต่างๆ รวมถึงการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. .. “ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์” จะช่วยให้ดีลเลอร์ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดที่นิยมปล่อยกู้เองหันมาส่งลูกค้าให้บริษัทเข้าไปช่วยปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพราะพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต้องทำตารางแสดงอัตราดอกเบี้ยใหม่ และแจ้งผู้คํ้าประกันใหม่ ซึ่งจะยุ่งยากสำหรับดีลเลอร์ในต่างจังหวัด คาดว่าสัดส่วนดีลเลอร์ที่ไฟแนนซ์เองราว 70% จะปรับลดลงในอนาคต ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  (เอ็นพีแอล) ตัวเลข ณ ไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.65% และหากตัวเลข 6 เดือนแรกอยู่ที่ 1.89% คาดว่าทั้งปีไม่เกิน 2% ส่วนหนึ่งมาจากดัชนีภาคเกษตรที่กดดันกำลังซื้อใหม่ และกดดันให้ลูกค้าเดิมอาจผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น

หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,386 วันที่ 26 - 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561