thansettakij
thansettakij
พาณิชย์เลื่อนปรับเป้าส่งออก เอกชนขานรับช่วยประเมินใหม่-สงครามการค้าทำป่วน

พาณิชย์เลื่อนปรับเป้าส่งออก เอกชนขานรับช่วยประเมินใหม่-สงครามการค้าทำป่วน

28 ส.ค. 61 | 05:01 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 61 | 12:01 น.
“สนธิรัตน์” ยันยังไม่ถึงเวลาปรับเป้าส่งออก ยอมรับสงครามการค้าทำประเมินยาก แต่มั่นใจตัวเลขทั้้งปีมากกว่า 8% เล็งประกาศตัวเลขใหม่สิงหาคมนี้ ด้านเอกชนขานรับ กลับไปศึกษาผลกระทบทั้งด้านบวกและลบก่อนนำมาเสนออีกครั้ง

sontirat-copy
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับภาคเอกชนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยถึงผลกระทบจากสงครามการค้า โดยยอมรับว่ายังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะมีการประกาศมาตรการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นประเมินว่าสถานการณ์สงครามการค้าจะส่งผลต่อการส่งออกของไทยในเชิงบวกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่สามารถใช้โอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวขยายตลาดเพิ่มได้อีก ทำให้ยังมั่นใจว่าทั้งปีนี้ยอดการส่งออกของไทยจะขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายที่ประเมินไว้ 8%

อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนช่วยกันประเมินตัวเลขส่งออกทั้งปีในแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนจะรวบรวมนำมาพิจารณาปรับเป้าหมายการส่งออกใหม่คาดว่าน่าจะได้ความชัดเจนในเดือนสิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันกระทรวงจะดำเนินนโยบายเชิงรุกเจาะตลาดส่งออกในเชิงลึกตามยุทธศาสตร์เป็นรายประเทศ โดยจัดคณะผู้บริหารระดับสูงไปเยือนประเทศเป้าหมายเพื่อขยายตลาดส่งออกให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้คาดว่าน่าจะได้ความชัดเจนในเดือนสิงหาคมนี้

“สินค้าไทยที่คาดว่าน่าจะมีโอกาสขยายตัวในตลาดจีนเพิ่มขึ้น เช่น สินค้าประมง อย่างกุ้ง โดยคาดว่าจีนอาจนำเข้าจากสหรัฐฯน้อยลงจากการขึ้นภาษี รวมถึงผลไม้ และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น ปลาทูน่าและหอยนางรมบรรจุภาชนะ ส่วนสินค้าไทยที่น่าจะมีโอกาสส่งออกไปสหภาพยุโรป (อียู) มากขึ้นแทนที่สินค้าสหรัฐฯที่ถูกอียูขึ้นภาษี เช่น ข้าว ธัญพืชและข้าวปรุงแต่ง และในการหารือกับภาคเอกชนในรอบนี้ เอกชนได้มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐพิจารณาให้ความช่วยเหลือในประเด็นต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเอกชนและเตรียมรับมือสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการค้าที่อาจ เกิดขึ้น รวมทั้งเสนอให้เร่งการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู เพื่อเปิดตลาดใหม่และสร้างโอกาสในการส่งออกให้กับสินค้าไทย”

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้เอกชนกลับไปทำการบ้านถึงผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบจากสงครามการค้าว่าไทยมีโอกาสอะไรบ้าง และมีสินค้าตัวใดที่ไทยยังสามารถแข่งขันเพิ่มเติมได้ ก่อนที่จะนำกลับมาหารือกันอีกครั้ง ซึ่งจากการหารือกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงยังไม่มีการปรับตัวเลขส่งออกใหม่ เนื่องจากอาจจะมีสถานการณ์ของสงครามการค้าขยายไปยังประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากจีนกับสหรัฐฯ โดยขณะนี้ก็มีกรณีสหรัฐฯกับอียู และสหรัฐฯกับอินเดีย ซึ่งเอกชนก็กังวลว่าหากสงครามการค้าขยายเป็นวงกว้างอาจจะส่งผลกระทบต่อไทยได้ในประเทศที่ไทยส่งออกไปโดยตรง

“สิ่งที่เอกชนเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ คือ การเพิ่มยอดส่งออกในสินค้าทดแทนของเอกชนในตลาดที่มีการกีดกัน กระทรวงพาณิชย์จะช่วยอะไร บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเอฟทีเอ หรือการแก้ไขปัญหากฎระเบียบการ นำเข้า ซึ่งขอให้รีบเจรจา รวมถึงเอฟทีเอที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ส่วนสรท.จะมีการปรับคาดการณ์ส่งออกใหม่ จากเดิมตั้งไว้ที่ 8% หรือไม่นั้น ในปลายเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการประชุมกับกลุ่มสินค้าสมาชิกเพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการปรับคาดการณ์ส่งออกใหม่อีกครั้ง”

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,384 วันที่ 19-21 กรกฎาคม 2561