
"กรมข้าว" รับรองพันธุ์ข้าวใหม่
[caption id="attachment_297268" align="aligncenter" width="503"]
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวมีมติรับรองพันธุ์ข้าวใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้ชาวนา และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าข้าว จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวพันธุ์ กข77 ซึ่งเป็นข้าวเจ้านุ่มรองรับการส่งออกในตลาดอาเซียน และข้าวขึ้นน้ำพันธุ์พื้นเมืองพันธุ์เหลืองใหญ่ 48 นับเป็นข้าวขึ้นน้ำพันธุ์แรกที่ข้าวสุกร่วน ไม่แข็งเหมือนข้าวขึ้นน้ำพันธุ์อื่นๆ
โดยข้าวพันธุ์ กข77 เป็นข้าวเจ้านุ่มไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยว 105-108 วัน (หว่านน้ำตม) 110-115 วัน (ปักดำ) ปรับปรุงพันธุ์โดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ไปฉายรังสีแกมมาที่ภาควิชารังสีประยุกต์และไอโซโทป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2545 และปลูกคัดเลือกสายพันธุ์จนได้ลักษณะมีต้นเตี้ย ลำต้นแข็งแรง ไม่ล้ม เมื่อนำข้าวสารมาหุงสุกมีความเหนียว นุ่ม มีปริมาณอมิโลสต่ำ ร้อยละ 16.34 ไม่มีกลิ่นหอม มีเสถียรภาพการให้ผลผลิตดี ให้ผลผลิตสูงสุดในสภาพแปลงทดลอง 983 กิโลกรัม/ไร่ สามารถปลูกได้ในเขตนาชลประทาน แต่ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ
สำหรับพันธุ์เหลืองใหญ่ 48 เป็นข้าวขึ้นน้ำไวต่อช่วงแสง ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรีได้เก็บรวบรวมรวงข้าวพันธุ์เหลืองใหญ่จากแปลงของนางทองปอน เพชรเอี่ยม ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมของเกษตรกรกว่า 30 ปี ใน จ.ปราจีนบุรี นครนายก เนื่องจากมีความทนแล้งในระยะกล้า และยืดปล้องได้ดีในสภาพนาน้ำลึก ปรับปรุงพันธุ์โดยการคัดเลือกสายพันธุ์บริสุทธิ์ มีลักษณะเด่นเป็นข้าวขึ้นน้ำที่มีอมิโลสปานกลาง ข้าวสุกร่วนไม่แข็งเหมือนข้าวขึ้นน้ำพันธุ์อื่นๆ ปริมาณโปรตีนในข้าวกล้องสูง ร้อยละ 9.27 ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 401 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีศักยภาพให้ผลผลิตสูงสุด 560 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถขึ้นน้ำและยืดปล้องได้ดี ปลูกได้ดีในน้ำลึกกว่า 1 เมตร มีน้ำท่วมขังตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป แต่มีข้อควรระวังเนื่องจากข้าวพันธุ์นี้อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โรคขอบใบแห้งและโรคใบขีด






