
Anuroj มุ่งออนไลน์ดันรายได้โต
“อนุโรจน์ แฮนด์ เพ้นท์” เดินหน้ามุ่งตลาดออนไลน์ทุกช่องทางเพื่อขยายฐานลูกค้า หวังเติมเต็มรายได้ที่หายไปมากกว่า 50% จากปัญหาการเมือง ตั้งเป้าดันรายได้ให้กลับมาอยู่ตัวเลข 7 หลัก ชูจุดเด่นงานศิลปะแบบสดใหม่ที่ตลาดไม่สามารถคาดเดาได้
นายอนุโรจน์ ตันติยาพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด อนุโรจน์ แฮนด์ เพ้นท์ ผู้ผลิตและจำหน่ายงานศิลปะเพนต์ลายบนผ้าใยธรรมชาติแบรนด์ “Anuroj” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ในการทำตลาด โดยจะมุ่งเน้นไปที่ทำตลาดบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก (Faecbook), เว็บไซต์อนุโรจน์ดอทคอม (www.anuroj.com),ไลน์แอด (Line@) และอินสตาแกรม (Instagram : IG) ขณะที่ในส่วนของตลาดต่างประเทศ ล่าสุดมีตัวแทนจำหน่ายจากประเทศสิงคโปร์ให้ความสนใจ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย จากเดิมที่เคยมีจำหน่ายที่ประเทศอินโดนีเซีย และญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นผู้ออกแบบ หรือดีไซเนอร์ให้กับประเทศญี่ปุ่น โดยจะเป็นงานที่เกี่ยวกับละครเวที ซึ่งจะเป็นการขายงานอาร์ตเป็นหลัก
“การเพิ่มช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ เพื่อเป็นการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการทดแทนรายได้ที่ขาดหายมากกว่า 50% ในช่วงที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาทางด้านการเมืองในประเทศ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของแบรนด์ Anuroj เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยตั้งเป้าจะมีรายได้ให้กลับคืนมาสู่ตัวเลข 7 หลักตามเดิม หลังจากที่รายได้ลดลงมาเหลือประมาณตัวเลข 6 หลักจากเหตุผลข้างต้น”
ทั้งนี้ เดิมทีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “Anuroj” จะมีจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ทุกสาขา รวมถึงการจำหน่ายร่วมกับคิงเพาเวอร์, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต, ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ อีกทั้งยังมีการจำหน่ายร่วมกับโรงแรมดุสิตธานี และล่าสุดได้เปิดจำหน่ายที่อิเซตัน (Isetan) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World Shopping Center)
สำหรับจุดเด่นของผลิต ภัณฑ์แบรนด์ Anuroj อยู่ที่การเป็นงานที่เขียนด้วยมือทุกชิ้น หรือเรียกว่างาน Hand made โดยเวลาลงสีจะทำลงไปทีละผืนอย่างประณีต ด้วยความตั้งใจที่จะผลิตชิ้นงานอย่างมีคุณภาพ ทำให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นมีคุณค่าในตัวเอง
นายอนุโรจน์ กล่าวอีกว่า หลักคิดที่ทำให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จนั้น มาจากความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ลงไปบนงานศิลปะผ่านทางชิ้นงานแต่ละชิ้น โดยตั้งใจจะทำให้ผลงานมีความสดใหม่อยู่เสมอ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้มีทางเลือก นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องของแนวคิดที่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา ทำให้ตลาด หรือคู่แข่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเรากำลังจะทำอะไรออกมาสู่ตลาด เพราะตนจะมีผู้ที่ติดตามเป็นจำนวนมาก เพื่อดูว่าแบรนด์ Anuroj กำลังจะทำอะไร ดังนั้น ตนจึงสร้างสรรค์ผลงานแบบที่ไม่ให้ตลาดคาดเดาได้ถูก ซึ่งส่งผลทำให้กลายเป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์แบรนด์ Anuroj ในที่สุด
อนึ่ง จุดเริ่มต้นของแบรนด์ “Nnuroj” มาจากการ อนุโรจน์ รับเป็นผู้ออกแบบลายผ้าในพื้นที่แถวชายแดนของประเทศไทย และมาเลเซีย โดยรับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและเขียนลายเพียงอย่างเดียว เพื่อนำมาทำเป็นลวดลายบนผ้าไหมบาติก ซึ่งในยุคสมัยนั้นผ้าไหมบาติกได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยที่โรงงานทอผ้าไหมจะส่งมาให้ตนเป็นผู้ออกแบบ อย่างไรก็ดี เมื่อทำงานในรูปแบบดังกล่าวมาได้สักระยะ ก็เดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่าอิ่มตัว จึงปรับเปลี่ยนมาทำงานในลักษณะของการเพนต์ โดยทำเป็นงานอาร์ตในแนวศิลปะแบบร่วมสมัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกนำผ้าใยธรรมชาติมาทำเป็นชิ้นงานเพื่อนำเสนอลวดลายการเพนต์สู่ผู้บริโภคมากกว่า 80% ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Anuroj Hand Paint” แต่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า “Anuroj” เพื่อความสะดวกสบายในการเรียก
หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3382 วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2561
นายอนุโรจน์ ตันติยาพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด อนุโรจน์ แฮนด์ เพ้นท์ ผู้ผลิตและจำหน่ายงานศิลปะเพนต์ลายบนผ้าใยธรรมชาติแบรนด์ “Anuroj” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ในการทำตลาด โดยจะมุ่งเน้นไปที่ทำตลาดบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก (Faecbook), เว็บไซต์อนุโรจน์ดอทคอม (www.anuroj.com),ไลน์แอด (Line@) และอินสตาแกรม (Instagram : IG) ขณะที่ในส่วนของตลาดต่างประเทศ ล่าสุดมีตัวแทนจำหน่ายจากประเทศสิงคโปร์ให้ความสนใจ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย จากเดิมที่เคยมีจำหน่ายที่ประเทศอินโดนีเซีย และญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นผู้ออกแบบ หรือดีไซเนอร์ให้กับประเทศญี่ปุ่น โดยจะเป็นงานที่เกี่ยวกับละครเวที ซึ่งจะเป็นการขายงานอาร์ตเป็นหลัก
“การเพิ่มช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ เพื่อเป็นการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการทดแทนรายได้ที่ขาดหายมากกว่า 50% ในช่วงที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาทางด้านการเมืองในประเทศ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของแบรนด์ Anuroj เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยตั้งเป้าจะมีรายได้ให้กลับคืนมาสู่ตัวเลข 7 หลักตามเดิม หลังจากที่รายได้ลดลงมาเหลือประมาณตัวเลข 6 หลักจากเหตุผลข้างต้น”
ทั้งนี้ เดิมทีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “Anuroj” จะมีจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ทุกสาขา รวมถึงการจำหน่ายร่วมกับคิงเพาเวอร์, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต, ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ อีกทั้งยังมีการจำหน่ายร่วมกับโรงแรมดุสิตธานี และล่าสุดได้เปิดจำหน่ายที่อิเซตัน (Isetan) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World Shopping Center)
สำหรับจุดเด่นของผลิต ภัณฑ์แบรนด์ Anuroj อยู่ที่การเป็นงานที่เขียนด้วยมือทุกชิ้น หรือเรียกว่างาน Hand made โดยเวลาลงสีจะทำลงไปทีละผืนอย่างประณีต ด้วยความตั้งใจที่จะผลิตชิ้นงานอย่างมีคุณภาพ ทำให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นมีคุณค่าในตัวเอง
นายอนุโรจน์ กล่าวอีกว่า หลักคิดที่ทำให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จนั้น มาจากความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ลงไปบนงานศิลปะผ่านทางชิ้นงานแต่ละชิ้น โดยตั้งใจจะทำให้ผลงานมีความสดใหม่อยู่เสมอ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้มีทางเลือก นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องของแนวคิดที่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา ทำให้ตลาด หรือคู่แข่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเรากำลังจะทำอะไรออกมาสู่ตลาด เพราะตนจะมีผู้ที่ติดตามเป็นจำนวนมาก เพื่อดูว่าแบรนด์ Anuroj กำลังจะทำอะไร ดังนั้น ตนจึงสร้างสรรค์ผลงานแบบที่ไม่ให้ตลาดคาดเดาได้ถูก ซึ่งส่งผลทำให้กลายเป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์แบรนด์ Anuroj ในที่สุด
อนึ่ง จุดเริ่มต้นของแบรนด์ “Nnuroj” มาจากการ อนุโรจน์ รับเป็นผู้ออกแบบลายผ้าในพื้นที่แถวชายแดนของประเทศไทย และมาเลเซีย โดยรับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและเขียนลายเพียงอย่างเดียว เพื่อนำมาทำเป็นลวดลายบนผ้าไหมบาติก ซึ่งในยุคสมัยนั้นผ้าไหมบาติกได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยที่โรงงานทอผ้าไหมจะส่งมาให้ตนเป็นผู้ออกแบบ อย่างไรก็ดี เมื่อทำงานในรูปแบบดังกล่าวมาได้สักระยะ ก็เดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่าอิ่มตัว จึงปรับเปลี่ยนมาทำงานในลักษณะของการเพนต์ โดยทำเป็นงานอาร์ตในแนวศิลปะแบบร่วมสมัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกนำผ้าใยธรรมชาติมาทำเป็นชิ้นงานเพื่อนำเสนอลวดลายการเพนต์สู่ผู้บริโภคมากกว่า 80% ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Anuroj Hand Paint” แต่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า “Anuroj” เพื่อความสะดวกสบายในการเรียก
หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3382 วันที่ 12-14 กรกฎาคม 2561






