thansettakij
thansettakij
IRPC ทุ่ม3.6 หมื่นล้าน เดินหน้าปิโตรเคมีชงบอร์ดไฟเขียวปลายปีนี้

IRPC ทุ่ม3.6 หมื่นล้าน เดินหน้าปิโตรเคมีชงบอร์ดไฟเขียวปลายปีนี้

01 ส.ค. 61 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ส.ค. 61 | 18:05 น.
ไออาร์พีซี เตรียมชงบอร์ดเพิ่มงบลงทุนโครงการ MARS เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท หลังศึกษาพบกำลังการผลิตพาราไซลีนพุ่งเป็น 1.1-1.3 ล้านตัน และเบนซีน 3-5 แสนตันต่อปี ชี้ช่วยสร้างการเติบโตให้บริษัท สร้างความมั่นใจและกระตุ้นการลงทุนในอีอีซี

นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการ Maximum Aromatics (MARS) ) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบทางวิศวกรรมของโครงการ คาดสรุปได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งจากกการศึกษาเบื้องต้นพบว่า กำลังการผลิตพาราไซลีน จะต้องเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยศึกษาไว้  1 ล้านตันต่อปี เพิ่มเป็น 1.1-1.3 ล้านตันต่อปี และเบนซีนเพิ่มจาก 3 แสนตันต่อปีเป็น 3-5 แสนตันต่อปี

โดยส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนโครงการ MARS จากเดิมที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว  3.52-3.63 หมื่นล้านบาท(อัตราแลกเปลี่ยน 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) จากแผนเดิม อยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.2-3.3 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะนำเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ภายในปลายปีนี้ ซึ่งตามแผนโครงการ MARS การออกแบบด้านวิศวกรรมโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2561 และจะหาผู้รับเหมาให้ได้กลางปี 2562 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3.5 ปี แล้วเสร็จภายในปี 2565 tp11-3380-a

ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยเสริมให้บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจาก 15% เป็น 25% ซึ่งเป็นสัดส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจากโรงงานปิโตรเคมีครบวงจรที่สูงที่สุดของประเทศได้

“โครงการ MARS จะอยู่ในพื้นที่ตำบลเชิงเนิน ซึ่งยังมีพื้นที่เหลืออยู่ 1 พันไร่ ใช้สำหรับโครงการนี้ประมาณ 200 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 700-800 ไร่ จะเก็บไว้สำหรับรองรับการลงทุนของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ที่อาจมีแผนขยายการลงทุนปิโตรคอมเพล็กซ์ใน 5-10 ปีข้างหน้า” นายสุกฤตย์ กล่าว

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัท ร่วมทุนระหว่างไออาร์พีซีกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนด้วยทุนจดทะเบียน 650 ล้านบาท(ไออาร์พีซี ถือหุ้น 40% และ WHA ถือหุ้น 60%) เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย จังหวัดระยอง กว่า 2 พันไร่  ซึ่งบริษัทร่วมทุนดังกล่าวต้องจดทะเบียนใช้เวลา 2-3 เดือน และจะต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) คาดใช้เวลา 2-3 ปี จากนั้นจะสามารถจัดสรรขายได้ อย่างไรก็ตามมองว่าการพัฒนาโครงการในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีนั้น บริษัทมองว่าแม้เป็นรัฐบาลใหม่ ก็อยากให้มีการลงทุนในไทยต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนของไออาร์พีซี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ระดับหนึ่ง และเป็นการกระตุ้นการลงทุนตามนโยบายของรัฐบาล

[caption id="attachment_302647" align="aligncenter" width="429"] สุกฤตย์ สุรบถโสภณ สุกฤตย์ สุรบถโสภณ[/caption]

นายสุกฤตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ ทิศทางกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มตามราคาตลาด(มาร์เก็ต GIM) ใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แม้มาร์จินโรงกลั่นนํ้ามันจะอ่อนตัวลง แต่มาร์จินปิโตรเคมียังดี

สำหรับราคานํ้ามันดิบดูไบในปีนี้ คาดว่ายังคงทรงตัวอยู่ระดับ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากระดับเฉลี่ย 53 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล แม้ว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะสงครามการค้าและการที่สหรัฐอเมริกา ระงับการนำเข้านํ้ามันดิบจากอิหร่าน รวมถึงเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรดำเนินการลักษณะเดียวกันด้วย เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ราคานํ้ามันขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตและความต้องการใช้เป็นหลัก ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงเติบโตทำให้ความต้องการใช้นํ้ามันเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกนํ้ามัน (โอเปก) ปรับเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เชื่อว่าในส่วนนี้จะเข้าทดแทนส่วนที่อิหร่านจะถูกลดการส่งออก1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

……………….……………….

หน้า 19 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,380 วันที่ 5-7 ก.ค. 2561 e-book-1-503x62-7