
‘กรุงเทพโอเอคอมส์’รุกวงจรปิด ลั่นขึ้นท็อป3ซิเคียวริตีโซลูชันไทย
กรุงเทพ โอเอ คอมส์ ตั้งเป้าปี 62 ขึ้นแท่น 1 ใน 3 ซิเคียวริตี โซลูชันของไทย ชี้ภาพรวมธุรกิจอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย มูลค่าสูงถึง 7 พันล้าน เติบโต 15% ต่อปี ผลจากภาคครัวเรือนแห่ใช้กล้องวงจรปิดช่วยดูแลบ้าน
[caption id="attachment_293355" align="alignleft" width="279"]
เดช เฉิดสุวรรณรักษ์[/caption]
นายเดช เฉิดสุวรรณรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพ โอเอ คอมส์ จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในขณะนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบจากเดิมใช้เฉพาะกับบริษัทขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันมีการนำระบบกล้องวงจรปิดมาใช้ในครัวเรือนกันมากขึ้น โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี ทำให้ภาพรวมธุรกิจอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ในปี 2561 มูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเฉพาะหัวกล้อง มูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขายจากกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ อย่าง CPAll, 7-Eleven ร้านอาหารในเครือโออิชิ กรุ๊ป และไมเนอร์กรุ๊ป ฯลฯ รวมถึงศูนย์การค้าซีคอนสแควร์, เมกาบางนา, ดิ เอ็มควอเทียร์ ฯลฯ โดยปี 2561 มีสัดส่วนรายได้ คือ หัวกล้องวงจรปิด 70% และระบบโซลูชัน 30%
ทั้งนี้ในปัจจุบัน กรุงเทพ โอเอ คอมส์ มีส่วนแบ่งตลาด 1 ใน 5 ของตลาดในประเทศไทย ตั้งเป้าในปี 2562 จะสามารถขึ้นเป็น 1 ใน 3 ด้าน ซิเคียวริตี โซลูชันของไทย ด้วยการปรับโมเดลธุรกิจที่เคยจำหน่ายเฉพาะหัวกล้องโทรทัศน์วงจรปิด มาเป็นการเชื่อมโยงกล้องเข้ากับอุปกรณ์อัตโนมัติอื่นๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงกับระบบซอฟต์แวร์ควบคุมและวิเคราะห์, การจัดเก็บบิ๊กดาต้า และระบบปัญญาประดิษฐ์
นอกจากนี้บริษัทยังได้มุ่ง ไปขยายตลาดด้านการเกษตรและอาหาร เพราะการนำกล้องโทรทัศน์วงจรปิด มาช่วยในการเฝ้าสังเกตดู (monitor) การเจริญเติบโต รวมถึงการช่วยผู้พิการทางสายตาในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ก็ยังนำกล้อง โทรทัศน์วงจรปิด มาช่วยเป็นเครื่องมือในการบริหารงาน สถานพยาบาล การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และการช่วยลดอุบัติเหตุจากการจราจร
ขณะที่ในด้าน สิ่งแวดล้อมได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของการประหยัดพลังงาน ด้วยการใช้พลังงานทดแทน อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ได้พันธมิตรคือ บริษัท ฮันวา เทควินฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่อง Solar Panel Module โดยจะเชื่อมโยงเข้ากับระบบควบคุมต่างๆ กับอุปกรณ์ที่ได้ติดตั้งไว้ก่อนแล้ว ในส่วนของระบบซอฟต์แวร์ จะมีการนำระบบ 3D Mapping Model มาใช้มากขึ้น รวมทั้งการใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบกล้องวงจรปิด เพื่อเชื่อมโยงระบบกล้องที่ติดตั้งตามสาขา ทั้งหมดให้สามารถควบคุมเป็นระบบเดียวกัน
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ร่วมกับฮันวา เทควิน ชื่อเดิม คือ ซัมซุง เทควิน (SAMSUNG Techwin) ได้มีการ rebrand ผลิตภัณฑ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิดโดยใช้ชื่อว่า “WISENET” สืบเนื่องจากการที่ กลุ่มบริษัท Hanwha Group ได้ซื้อกิจการจาก SAMSUNG Techwin เมื่อปลายปี 2558 (2015) โดยกลุ่มบริษัท Hanwha ได้รับการจัดอันดับของ Fortune 500 อยู่ในอันดับ 8 ของประเทศ โดย กลุ่มบริษัท Hanwha มีชื่อเสียงด้านการขายยุทธภัณฑ์ทางทหาร ด้านธุรกิจประกันภัย และการบริการ (โรงแรม และสนามกอล์ฟ) และล่าสุด ซื้อกิจการ Solar Module ของ Q Cell ประเทศเยอรมนี
หลังจากมีการปรับเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ “WISENET” ในประเทศไทย ตลาดให้การยอมรับมากขึ้น เนื่องจากชื่อเสียงของกลุ่มบริษัท Hanwha มีความชำนาญด้านอุปกรณ์ที่ใช้กับยุทธภัณฑ์ทางทหารกว่า SAMSUNG ที่ชำนาญด้านอิเล็ก ทรอนิกส์ สินค้า จึงมีความคงทนและเกือบเทียบเคียงเป็นระดับ Military Grade สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้นโดยเฉพาะความเป็นมืออาชีพและชำนาญงานกว่า 28 ปี ของบริษัท กรุงเทพ โอเอ คอมส์ จำกัด ทำให้ลูกค้ายอมรับ และเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ “WISENET” ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง
.........................................................................................
หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,378 ระหว่างวันที่ 28-30 มิ.ย.61
[caption id="attachment_293355" align="alignleft" width="279"]
นายเดช เฉิดสุวรรณรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพ โอเอ คอมส์ จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในขณะนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบจากเดิมใช้เฉพาะกับบริษัทขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันมีการนำระบบกล้องวงจรปิดมาใช้ในครัวเรือนกันมากขึ้น โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี ทำให้ภาพรวมธุรกิจอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ในปี 2561 มูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเฉพาะหัวกล้อง มูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขายจากกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ อย่าง CPAll, 7-Eleven ร้านอาหารในเครือโออิชิ กรุ๊ป และไมเนอร์กรุ๊ป ฯลฯ รวมถึงศูนย์การค้าซีคอนสแควร์, เมกาบางนา, ดิ เอ็มควอเทียร์ ฯลฯ โดยปี 2561 มีสัดส่วนรายได้ คือ หัวกล้องวงจรปิด 70% และระบบโซลูชัน 30%
ทั้งนี้ในปัจจุบัน กรุงเทพ โอเอ คอมส์ มีส่วนแบ่งตลาด 1 ใน 5 ของตลาดในประเทศไทย ตั้งเป้าในปี 2562 จะสามารถขึ้นเป็น 1 ใน 3 ด้าน ซิเคียวริตี โซลูชันของไทย ด้วยการปรับโมเดลธุรกิจที่เคยจำหน่ายเฉพาะหัวกล้องโทรทัศน์วงจรปิด มาเป็นการเชื่อมโยงกล้องเข้ากับอุปกรณ์อัตโนมัติอื่นๆ รวมทั้งการเชื่อมโยงกับระบบซอฟต์แวร์ควบคุมและวิเคราะห์, การจัดเก็บบิ๊กดาต้า และระบบปัญญาประดิษฐ์
นอกจากนี้บริษัทยังได้มุ่ง ไปขยายตลาดด้านการเกษตรและอาหาร เพราะการนำกล้องโทรทัศน์วงจรปิด มาช่วยในการเฝ้าสังเกตดู (monitor) การเจริญเติบโต รวมถึงการช่วยผู้พิการทางสายตาในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ก็ยังนำกล้อง โทรทัศน์วงจรปิด มาช่วยเป็นเครื่องมือในการบริหารงาน สถานพยาบาล การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และการช่วยลดอุบัติเหตุจากการจราจร
ขณะที่ในด้าน สิ่งแวดล้อมได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของการประหยัดพลังงาน ด้วยการใช้พลังงานทดแทน อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ได้พันธมิตรคือ บริษัท ฮันวา เทควินฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่อง Solar Panel Module โดยจะเชื่อมโยงเข้ากับระบบควบคุมต่างๆ กับอุปกรณ์ที่ได้ติดตั้งไว้ก่อนแล้ว ในส่วนของระบบซอฟต์แวร์ จะมีการนำระบบ 3D Mapping Model มาใช้มากขึ้น รวมทั้งการใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบกล้องวงจรปิด เพื่อเชื่อมโยงระบบกล้องที่ติดตั้งตามสาขา ทั้งหมดให้สามารถควบคุมเป็นระบบเดียวกัน
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ร่วมกับฮันวา เทควิน ชื่อเดิม คือ ซัมซุง เทควิน (SAMSUNG Techwin) ได้มีการ rebrand ผลิตภัณฑ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิดโดยใช้ชื่อว่า “WISENET” สืบเนื่องจากการที่ กลุ่มบริษัท Hanwha Group ได้ซื้อกิจการจาก SAMSUNG Techwin เมื่อปลายปี 2558 (2015) โดยกลุ่มบริษัท Hanwha ได้รับการจัดอันดับของ Fortune 500 อยู่ในอันดับ 8 ของประเทศ โดย กลุ่มบริษัท Hanwha มีชื่อเสียงด้านการขายยุทธภัณฑ์ทางทหาร ด้านธุรกิจประกันภัย และการบริการ (โรงแรม และสนามกอล์ฟ) และล่าสุด ซื้อกิจการ Solar Module ของ Q Cell ประเทศเยอรมนี
หลังจากมีการปรับเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ “WISENET” ในประเทศไทย ตลาดให้การยอมรับมากขึ้น เนื่องจากชื่อเสียงของกลุ่มบริษัท Hanwha มีความชำนาญด้านอุปกรณ์ที่ใช้กับยุทธภัณฑ์ทางทหารกว่า SAMSUNG ที่ชำนาญด้านอิเล็ก ทรอนิกส์ สินค้า จึงมีความคงทนและเกือบเทียบเคียงเป็นระดับ Military Grade สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้นโดยเฉพาะความเป็นมืออาชีพและชำนาญงานกว่า 28 ปี ของบริษัท กรุงเทพ โอเอ คอมส์ จำกัด ทำให้ลูกค้ายอมรับ และเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ “WISENET” ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง
.........................................................................................
หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,378 ระหว่างวันที่ 28-30 มิ.ย.61






