
‘กัลฟ์’ สยายปีกลงทุนต่างประเทศ -ตั้งเป้าปี 67 ทะยาน 1.1 หมื่นเมกะวัตต์ กินส่วนแบ่งตลาด 20%
“กัลฟ์” ยํ้าเป้ากำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1.1 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2567 จากปัจจุบันอยู่ที่กว่า 5 พันเมกะวัตต์ ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์เพิ่มเป็น 20% พร้อมลุยลงทุนต่างประเทศ เร่งสรุปดีลโรงไฟฟ้าก๊าซในโอมาน 300 เมกะวัตต์ภายในก.ค.นี้
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการบริหารองค์กร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยในปี 2567 จะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.1 หมื่นเมกะวัตต์ จากปัจจุบันเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแล้ว 5.3 พันเมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มขึ้นเป็น 20% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดกว่า 4 หมื่นเมกะวัตต์จากปัจจุบันอยู่ที่ 7%
[caption id="attachment_300283" align="aligncenter" width="503"]
ยุพาพิน วังวิวัฒน์[/caption]
ในขณะที่การออกไปลงทุนต่างประเทศนั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างประมูลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ในโอมาน กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนกรกฎาคมนี้
“ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในกลุ่มกัลฟ์เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 19 โรง กำลังการผลิตรวม 5.3 พันเมกะวัตต์ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าไอพีพี 80% และเอสพีพี 20% นอกจากนี้บริษัทยังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มมองดูโครงการในต่างประเทศมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ จำนวน 2
โครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ต่อแห่ง ที่เวียดนามเป็นโครงการแรกๆ ที่ไปต่างประเทศ และเตรียมต่อยอดไปยังโรงไฟฟ้าก๊าซ พลังงาน พลังนํ้าในเวียดนามเพิ่มด้วย อีกทั้งอยู่ระหว่างร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ ขนาด 300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 เดือนนี้ อย่างไรก็ตามธุรกิจไฟฟ้ามีความเสี่ยงตํ่า เนื่อง จากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) ระยะยาว” นางสาวยุพาพิน กล่าว
นางสาวยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ขนาดกำลังผลิตตามสัญญา 2.5 พันเมกะวัตต์ ของบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด (GSRC) ที่ตั้งอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เตรียมที่จะเซ็นสัญญากู้เงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากู้เงินจากสถาบันการเงิน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยจะเป็นการกู้เงินสกุลบาทและดอลลาร์ในสัดส่วน 50:50 เพื่อรองรับการลงทุนโครงการ
ไอพีพีที่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2564-2565
ขณะที่ในช่วงต้นปี 2562 บริษัทเตรียมปิดดีลเงินกู้อีก 5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพีที่มีกำลังการผลิตตามสัญญา 2.5 พันเมกะวัตต์ ของบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่มีกำหนด COD ในปี 2566-2567
ก่อนหน้านี้นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมขยายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น หลังงบดุลบัญชีมีความแข็งแกร่ง โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการประมูลโรงไฟฟ้าในโอมานที่ใช้ก๊าซธรรม ชาติเป็นเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันก็ร่วมกับพันธมิตรศึกษาความเป็นไปได้โรงไฟฟ้าก๊าซฯในสหรัฐ ขนาดกว่า 1 พันเมกะวัตต์
สำหรับการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ประเภทโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 48 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท จะสร้างผลตอบแทนการลงทุนเกิน 10% และมีโอกาสที่จะขยายเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต หากพันธมิตรได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม
นอกจากนี้บริษัทยังสนใจที่จะเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อรองรับการใช้สำหรับเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าและใช้ในภาคอุตสาหกรรม แม้ปัจจุบันบริษัทจะไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งแอลเอ็นจี (shipper) จากสนง.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็ตาม โดยบริษัทอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ต่อ กกพ.ถึงสาเหตุที่ไม่ผ่านการพิจารณาเรื่องดังกล่าว หลังจากได้ยื่นเรื่องไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยมีเพียงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับสิทธิการนำเข้าแอลเอ็นจี
หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,378 วันที่ 28-30 มิถุนายน 2561
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการบริหารองค์กร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยในปี 2567 จะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.1 หมื่นเมกะวัตต์ จากปัจจุบันเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแล้ว 5.3 พันเมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มขึ้นเป็น 20% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดกว่า 4 หมื่นเมกะวัตต์จากปัจจุบันอยู่ที่ 7%
[caption id="attachment_300283" align="aligncenter" width="503"]
ในขณะที่การออกไปลงทุนต่างประเทศนั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างประมูลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ในโอมาน กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนกรกฎาคมนี้
“ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในกลุ่มกัลฟ์เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 19 โรง กำลังการผลิตรวม 5.3 พันเมกะวัตต์ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าไอพีพี 80% และเอสพีพี 20% นอกจากนี้บริษัทยังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มมองดูโครงการในต่างประเทศมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ จำนวน 2
โครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ต่อแห่ง ที่เวียดนามเป็นโครงการแรกๆ ที่ไปต่างประเทศ และเตรียมต่อยอดไปยังโรงไฟฟ้าก๊าซ พลังงาน พลังนํ้าในเวียดนามเพิ่มด้วย อีกทั้งอยู่ระหว่างร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ ขนาด 300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 เดือนนี้ อย่างไรก็ตามธุรกิจไฟฟ้ามีความเสี่ยงตํ่า เนื่อง จากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) ระยะยาว” นางสาวยุพาพิน กล่าว
นางสาวยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ขนาดกำลังผลิตตามสัญญา 2.5 พันเมกะวัตต์ ของบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด (GSRC) ที่ตั้งอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เตรียมที่จะเซ็นสัญญากู้เงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากู้เงินจากสถาบันการเงิน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยจะเป็นการกู้เงินสกุลบาทและดอลลาร์ในสัดส่วน 50:50 เพื่อรองรับการลงทุนโครงการ
ไอพีพีที่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2564-2565
ขณะที่ในช่วงต้นปี 2562 บริษัทเตรียมปิดดีลเงินกู้อีก 5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพีที่มีกำลังการผลิตตามสัญญา 2.5 พันเมกะวัตต์ ของบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่มีกำหนด COD ในปี 2566-2567
ก่อนหน้านี้นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมขยายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น หลังงบดุลบัญชีมีความแข็งแกร่ง โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการประมูลโรงไฟฟ้าในโอมานที่ใช้ก๊าซธรรม ชาติเป็นเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันก็ร่วมกับพันธมิตรศึกษาความเป็นไปได้โรงไฟฟ้าก๊าซฯในสหรัฐ ขนาดกว่า 1 พันเมกะวัตต์
สำหรับการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ประเภทโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 48 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท จะสร้างผลตอบแทนการลงทุนเกิน 10% และมีโอกาสที่จะขยายเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต หากพันธมิตรได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม
นอกจากนี้บริษัทยังสนใจที่จะเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อรองรับการใช้สำหรับเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าและใช้ในภาคอุตสาหกรรม แม้ปัจจุบันบริษัทจะไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งแอลเอ็นจี (shipper) จากสนง.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็ตาม โดยบริษัทอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ต่อ กกพ.ถึงสาเหตุที่ไม่ผ่านการพิจารณาเรื่องดังกล่าว หลังจากได้ยื่นเรื่องไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยมีเพียงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับสิทธิการนำเข้าแอลเอ็นจี
หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,378 วันที่ 28-30 มิถุนายน 2561






