
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(26 มิ.ย.61)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2561 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิดหลังจากราคาดีดตัวขึ้นยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา แต่หากแรงซื้อยังคงหนาแน่นช่วยพยุงราคาไว้ยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน
ราคาทิ้งตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า แม้จะมีแรงช้อนซื้อทำกำไรสลับเข้ามาเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,260-1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อปรับฐานราคาต่อ เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มาก หรือไม่สามารถยืนเหนือ 1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับสำคัญในโซน 1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,255 1,242 1,234
แนวต้าน 1,276 1,284 1,295
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และการร่วงลงของดัชนีดาวโจนส์ จากความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐประกาศว่า สหรัฐเตรียมออกมาตรการจำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลกไม่เฉพาะจีน หากพบว่ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่อสินค้าด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ขณะที่ปธน.ทรัมป์ทวีตขู่ทุกประเทศทั่วโลก ให้ยุติการตั้งกำแพงการค้าต่อสินค้าสหรัฐ มิฉะนั้นจะต้องพบกับมาตรการตอบโต้จากสหรัฐ อย่างไรก็ดีแรงซื้อในตลาดทองคำยังคงไม่มากพอที่จะดันราคาให้ปรับตัวขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของ CFTC ที่รายงานว่ากองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุนลดสถานะซื้อสุทธิทองคำในตลาด COMEX ลงจากระดับ 55,504สัญญาสู่ระดับ 10,528 สัญญาซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 มิ.ย. บ่งชี้ถึงแรงซื้อเก็งกำไรที่ลดลงต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -4.42 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาบ้านโดย S&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CBและดัชนีภาคการผลิตจาก เฟดริชมอนด์
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิดหลังจากราคาดีดตัวขึ้นยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา แต่หากแรงซื้อยังคงหนาแน่นช่วยพยุงราคาไว้ยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน
ราคาทิ้งตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า แม้จะมีแรงช้อนซื้อทำกำไรสลับเข้ามาเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,260-1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อปรับฐานราคาต่อ เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มาก หรือไม่สามารถยืนเหนือ 1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับสำคัญในโซน 1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,255 1,242 1,234
แนวต้าน 1,276 1,284 1,295
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และการร่วงลงของดัชนีดาวโจนส์ จากความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐประกาศว่า สหรัฐเตรียมออกมาตรการจำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลกไม่เฉพาะจีน หากพบว่ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่อสินค้าด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ขณะที่ปธน.ทรัมป์ทวีตขู่ทุกประเทศทั่วโลก ให้ยุติการตั้งกำแพงการค้าต่อสินค้าสหรัฐ มิฉะนั้นจะต้องพบกับมาตรการตอบโต้จากสหรัฐ อย่างไรก็ดีแรงซื้อในตลาดทองคำยังคงไม่มากพอที่จะดันราคาให้ปรับตัวขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของ CFTC ที่รายงานว่ากองทุนเฮดจ์ฟันและผู้จัดการกองทุนลดสถานะซื้อสุทธิทองคำในตลาด COMEX ลงจากระดับ 55,504สัญญาสู่ระดับ 10,528 สัญญาซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 มิ.ย. บ่งชี้ถึงแรงซื้อเก็งกำไรที่ลดลงต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -4.42 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาบ้านโดย S&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CBและดัชนีภาคการผลิตจาก เฟดริชมอนด์
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






