
แอลจีฯรุกทีวีพรีเมียม ขนทัพยํ้าแชมป์ตลาด
แอลจี ชี้กระแสบอลโลกดันตลาดทีวีขาขึ้น หลังติดลบนาน 2-3 ปี เร่งปูพรมรุกตลาดขนทัพทีวีนวัตกรรมสั่งงานด้วยเสียง “แอลจี โอเลต ทีวี 4 ซีรีส์ 5 รุ่น” เจาะลูกค้าพรีเมียม วางเป้าโดยยอดขาย 500 ล้านบาท ครองแชมป์ผู้นำในทีวีตระกูลโอเลต
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แอลจี เปิดเผยว่า ตลาดทีวีในช่วงนี้ได้รับปัจจัยบวกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะผลักดันให้ภาพรวมตลาดตลอดช่วง 2-3 เดือนระหว่างการแข่งขันมีการเติบโตที่ 20-30% ซึ่งจะส่งผลดีให้ตลาดทีวีตลอดทั้งปีกลับมาเติบโตที่ 3-5% อีกครั้งโดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง-บน หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดมีติดลบมาโดยตลอด
[caption id="attachment_292013" align="aligncenter" width="503"]
นิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี[/caption]
สำหรับแผนงานของบริษัทนับจากนี้จะเน้นการทำตลาดทีวีในกลุ่มพรีเมียมผ่านการลงทุนสร้างแบรนด์ในช่องทางต่างๆเพิ่มเติม ทั้ง บิลบอร์ด สื่อหน้าร้าน สื่อรีวิว รวมไปถึงการเพิ่มเอ็กซ์พีเรียนโซน พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง แอลจี โอเลตทีวี 4 ซีรีส์ 5 รุ่น ได้แก่ W8, E8, C8, B8 โดยมี แอลจี โอเลต ทีวี ซีรีส์ W8 ขนาด 77 นิ้ว เป็นสินไฮไลต์ในปีนี้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เน้นการออกแบบให้เป็นวอลล์เปเปอร์ทีวีไร้ขอบ ขนาด 77 นิ้ว ราคา 599,990 บาท เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมกันนี้ยังได้ออกทีวีพรีเมียมรุ่นใหม่ในตระกูลแอลจี ซูเปอร์ ยูเอชดี ทีวี จำนวน 4 ซีรีส์ 5รุ่น ขนาดจอ 55-77 นิ้ว
“สำหรับจุดเด่นของ LG OLED TV และ LG SUPER UHD TV รุ่นใหม่คือระบบการสั่งงานด้วยเสียง ThinQ AI ที่ทำงานร่วมกับระบบสมองกลอัจฉริยะ AI ทำให้ผู้รับชมสามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านทางเมจิกรีโมตได้ โดยจะรองรับคำสั่งพื้นฐานภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น การปิดทีวี การควบคุมเสียง การตั้งค่าต่างๆ ไปจนถึงการเชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต”
อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายโอเลตทีวีปีนี้ไว้ที่5,000 เครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทเป็นผู้นำในตลาดโอเลต ทีวี ที่แอลจี ด้วยส่วนแบ่งตลาด 90.7% ของตลาดมูลค่า 300 ล้านบาทในปีที่แล้ว และปีนี้คาดว่าตลาดโอเลต ทีวี จะเติบโตเท่าตัวหรือคิดเป็นมูลค่า 600 ล้านบาท หรือประมาณ 6,000 เครื่อง ขณะที่กลุ่ม 4K วางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มเป็น 35% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 30% พร้อมกับวางเป้าหมายระยะยาว 5 ปีด้วยการขึ้นแท่นเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในใจลูกค้าชาวไทย
……………….……………….……………….
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,377 วันที่ 24-27 มิ.ย. 2561
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แอลจี เปิดเผยว่า ตลาดทีวีในช่วงนี้ได้รับปัจจัยบวกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะผลักดันให้ภาพรวมตลาดตลอดช่วง 2-3 เดือนระหว่างการแข่งขันมีการเติบโตที่ 20-30% ซึ่งจะส่งผลดีให้ตลาดทีวีตลอดทั้งปีกลับมาเติบโตที่ 3-5% อีกครั้งโดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง-บน หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดมีติดลบมาโดยตลอด
[caption id="attachment_292013" align="aligncenter" width="503"]
สำหรับแผนงานของบริษัทนับจากนี้จะเน้นการทำตลาดทีวีในกลุ่มพรีเมียมผ่านการลงทุนสร้างแบรนด์ในช่องทางต่างๆเพิ่มเติม ทั้ง บิลบอร์ด สื่อหน้าร้าน สื่อรีวิว รวมไปถึงการเพิ่มเอ็กซ์พีเรียนโซน พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง แอลจี โอเลตทีวี 4 ซีรีส์ 5 รุ่น ได้แก่ W8, E8, C8, B8 โดยมี แอลจี โอเลต ทีวี ซีรีส์ W8 ขนาด 77 นิ้ว เป็นสินไฮไลต์ในปีนี้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เน้นการออกแบบให้เป็นวอลล์เปเปอร์ทีวีไร้ขอบ ขนาด 77 นิ้ว ราคา 599,990 บาท เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมกันนี้ยังได้ออกทีวีพรีเมียมรุ่นใหม่ในตระกูลแอลจี ซูเปอร์ ยูเอชดี ทีวี จำนวน 4 ซีรีส์ 5รุ่น ขนาดจอ 55-77 นิ้ว
“สำหรับจุดเด่นของ LG OLED TV และ LG SUPER UHD TV รุ่นใหม่คือระบบการสั่งงานด้วยเสียง ThinQ AI ที่ทำงานร่วมกับระบบสมองกลอัจฉริยะ AI ทำให้ผู้รับชมสามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านทางเมจิกรีโมตได้ โดยจะรองรับคำสั่งพื้นฐานภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น การปิดทีวี การควบคุมเสียง การตั้งค่าต่างๆ ไปจนถึงการเชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต”
อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายโอเลตทีวีปีนี้ไว้ที่5,000 เครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทเป็นผู้นำในตลาดโอเลต ทีวี ที่แอลจี ด้วยส่วนแบ่งตลาด 90.7% ของตลาดมูลค่า 300 ล้านบาทในปีที่แล้ว และปีนี้คาดว่าตลาดโอเลต ทีวี จะเติบโตเท่าตัวหรือคิดเป็นมูลค่า 600 ล้านบาท หรือประมาณ 6,000 เครื่อง ขณะที่กลุ่ม 4K วางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มเป็น 35% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 30% พร้อมกับวางเป้าหมายระยะยาว 5 ปีด้วยการขึ้นแท่นเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในใจลูกค้าชาวไทย
……………….……………….……………….
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,377 วันที่ 24-27 มิ.ย. 2561






