
‘อัยยะ’แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ แปรรูปผลไม้ดันรายได้โต10%
“นาสารฟู้ด” เตรียมต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่ชาผลไม้ และผลิตภัณฑ์อบแห้งสูตรไม่มีนํ้าตาล เล็งวางขายผ่านช่องทางเดิม เชื่อดันรายได้โต 10% จากปีที่ผ่านมา ชูหลักคิดสร้างความแตกต่างในตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภค
นางสาวรัตนาพร บันเทิงจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาสารฟู้ด โปรดักซ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเงาะโรงเรียนนาสารแปรรูปในรูปแบบอบแห้งแบรนด์ “อัยยะ” (I Yha) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กลยุทธ์หลักของบริษัทในการทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าในปีนี้ จะเป็นการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของชาผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น เงาะ, ลิ้นจี่, มะม่วง, มะพร้าว, กล้วย และสับปะรด เป็นต้น
นอกจากนี้ จะมีผลไม้อบแห้งสูตรไม่มีนํ้าตาล ซึ่งประกอบด้วยเงาะ, มะม่วง และกล้วย ทั้งหมดเป็นผลไม้เด่นๆ ที่ได้รับความนิยมและมีในตลาดกลางผลไม้ในพื้นที่ ซึ่งออกตามฤดูกาล มีเพียงเงาะเท่านั้นที่มีให้รับประทานทั้งปี เพราะบริษัทมีห้องเย็นที่สามารถ เก็บสต๊อกเงาะเอาไว้ได้
ส่วนช่องทางในการทำตลาดจะเป็นการวางจำหน่ายที่ท็อปมาร์เก็ตในรูปแบบพรีเมียม และร้านกูร์เมต์ ในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ปทุกสาขา ซึ่งเดิมบริษัทมีผลิตภัณฑ์เงาะอบแห้งวางจำหน่ายอยู่ก่อนหน้านี้ โดยบริษัทได้มีการเจรจาทางการค้าเอาไว้เรียบ ร้อยแล้ว ซึ่งมะม่วงอบแห้งแบบไม่มีนํ้าตาลได้ทดลองทำตลาดไปแล้วที่กูร์เมต์ และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากผู้บริโภค อีกทั้งยังมีจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่
สำหรับลูกค้าหลักของแบรนด์จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากผู้บริโภคคนไทยจะนิยมรับประทานแบบผลไม้สดมากกว่า เพราะหาซื้อมารับประทานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีช่องทางในการส่งออกไปในหลายประเทศ จากการที่มีผู้ซื้อมารับผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ เช่น จีน, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี และลาว เป็นต้น แต่ก็ยังมีปริมาณไม่มาก
“จุดเด่นของผลิตภัณฑ์เงาะอบแห้งแบรนด์ อัยยะ อยู่ที่การแปรรูปเงาะโรงเรียนนาสารให้กลายเป็นเงาะแบบอบแห้ง ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่ทำ เมื่อผสมผสานเข้ากับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเงาะโรงเรียนนาสารก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคสนใจ ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง”
นางสาวรัตนาพร กล่าวอีกว่า ด้วยกลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัทในรูปแบบดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้รายได้ขยายตัวได้ประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท โดยการเติบโตอาจจะไม่มาก เนื่องจากส่วนหนึ่งบริษัทต้องมีการลงทุนในส่วนของเครื่องจักรเป็นจำนวนมาก เพื่อขยายไลน์ในการผลิต ซึ่งบริษัทมองว่ามีตลาดที่รองรับผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว
ด้านหลักคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น มองว่าเมื่อตัวเธอเป็นมดก็ต้องสู้ในแบบมด สู้โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ในตลาดยังไม่มีจำหน่าย พร้อมกับดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค เช่น เงาะอบแห้ง บริษัทของเธอก็เป็นเจ้าแรกที่จำหน่าย เช่นเดียวกับผลไม้อบแห้งสูตรแบบไม่มีนํ้าตาล ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดได้
“การที่บริษัทมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ออกมาหลากหลายก็เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจ เผื่อว่าวันหนึ่งวันใดบางผลิตภัณฑ์อาจจะไม่ได้รับความนิยม หรือหายไปจากตลาดก็จะได้มีผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นมาทดแทนได้”
อนึ่ง แบรนด์ “อัยยะ” เกิดขึ้น จากการที่นางสาวรัตนาพร มีแนวคิดที่จะต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกเงาะโรงเรียนนาสารมามากกว่า 62 ปีจากรุ่นคุณปู่ โดยผลิตภัณฑ์แรกที่แปรรูปคือ เงาะกวน ซึ่งทำตลาดได้ไม่กว้างเท่าใดนัก อย่างไรก็ดี เมื่อทำมาได้สักระยะหนึ่งมีโอกาสได้รับเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ เพื่อแปรรูปเงาะให้ออกมาในรูปแบบของ “อบแห้ง” โดยเป็นนวัตกรรมซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่มีมานานแต่ยังไม่ได้ถูกนำมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์จริง และทางสถาบันฯก็ได้มีนโยบายในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร
หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3376 วันที่ 21-23 มิถุนายน 2561
นางสาวรัตนาพร บันเทิงจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาสารฟู้ด โปรดักซ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเงาะโรงเรียนนาสารแปรรูปในรูปแบบอบแห้งแบรนด์ “อัยยะ” (I Yha) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กลยุทธ์หลักของบริษัทในการทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าในปีนี้ จะเป็นการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของชาผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น เงาะ, ลิ้นจี่, มะม่วง, มะพร้าว, กล้วย และสับปะรด เป็นต้น
นอกจากนี้ จะมีผลไม้อบแห้งสูตรไม่มีนํ้าตาล ซึ่งประกอบด้วยเงาะ, มะม่วง และกล้วย ทั้งหมดเป็นผลไม้เด่นๆ ที่ได้รับความนิยมและมีในตลาดกลางผลไม้ในพื้นที่ ซึ่งออกตามฤดูกาล มีเพียงเงาะเท่านั้นที่มีให้รับประทานทั้งปี เพราะบริษัทมีห้องเย็นที่สามารถ เก็บสต๊อกเงาะเอาไว้ได้
ส่วนช่องทางในการทำตลาดจะเป็นการวางจำหน่ายที่ท็อปมาร์เก็ตในรูปแบบพรีเมียม และร้านกูร์เมต์ ในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ปทุกสาขา ซึ่งเดิมบริษัทมีผลิตภัณฑ์เงาะอบแห้งวางจำหน่ายอยู่ก่อนหน้านี้ โดยบริษัทได้มีการเจรจาทางการค้าเอาไว้เรียบ ร้อยแล้ว ซึ่งมะม่วงอบแห้งแบบไม่มีนํ้าตาลได้ทดลองทำตลาดไปแล้วที่กูร์เมต์ และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากผู้บริโภค อีกทั้งยังมีจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่
สำหรับลูกค้าหลักของแบรนด์จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากผู้บริโภคคนไทยจะนิยมรับประทานแบบผลไม้สดมากกว่า เพราะหาซื้อมารับประทานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีช่องทางในการส่งออกไปในหลายประเทศ จากการที่มีผู้ซื้อมารับผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ เช่น จีน, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี และลาว เป็นต้น แต่ก็ยังมีปริมาณไม่มาก
“จุดเด่นของผลิตภัณฑ์เงาะอบแห้งแบรนด์ อัยยะ อยู่ที่การแปรรูปเงาะโรงเรียนนาสารให้กลายเป็นเงาะแบบอบแห้ง ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่ทำ เมื่อผสมผสานเข้ากับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเงาะโรงเรียนนาสารก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคสนใจ ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง”
นางสาวรัตนาพร กล่าวอีกว่า ด้วยกลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัทในรูปแบบดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้รายได้ขยายตัวได้ประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท โดยการเติบโตอาจจะไม่มาก เนื่องจากส่วนหนึ่งบริษัทต้องมีการลงทุนในส่วนของเครื่องจักรเป็นจำนวนมาก เพื่อขยายไลน์ในการผลิต ซึ่งบริษัทมองว่ามีตลาดที่รองรับผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว
ด้านหลักคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น มองว่าเมื่อตัวเธอเป็นมดก็ต้องสู้ในแบบมด สู้โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ในตลาดยังไม่มีจำหน่าย พร้อมกับดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค เช่น เงาะอบแห้ง บริษัทของเธอก็เป็นเจ้าแรกที่จำหน่าย เช่นเดียวกับผลไม้อบแห้งสูตรแบบไม่มีนํ้าตาล ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดได้
“การที่บริษัทมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ออกมาหลากหลายก็เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจ เผื่อว่าวันหนึ่งวันใดบางผลิตภัณฑ์อาจจะไม่ได้รับความนิยม หรือหายไปจากตลาดก็จะได้มีผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นมาทดแทนได้”
อนึ่ง แบรนด์ “อัยยะ” เกิดขึ้น จากการที่นางสาวรัตนาพร มีแนวคิดที่จะต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกเงาะโรงเรียนนาสารมามากกว่า 62 ปีจากรุ่นคุณปู่ โดยผลิตภัณฑ์แรกที่แปรรูปคือ เงาะกวน ซึ่งทำตลาดได้ไม่กว้างเท่าใดนัก อย่างไรก็ดี เมื่อทำมาได้สักระยะหนึ่งมีโอกาสได้รับเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ เพื่อแปรรูปเงาะให้ออกมาในรูปแบบของ “อบแห้ง” โดยเป็นนวัตกรรมซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่มีมานานแต่ยังไม่ได้ถูกนำมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์จริง และทางสถาบันฯก็ได้มีนโยบายในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร
หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3376 วันที่ 21-23 มิถุนายน 2561






