thansettakij
thansettakij
เปิดเกมสู้ยักษ์เคมีข้ามชาติ - ไทยกรีนฯลุยตั้งดีลเลอร์ 77 จังหวัด

เปิดเกมสู้ยักษ์เคมีข้ามชาติ - ไทยกรีนฯลุยตั้งดีลเลอร์ 77 จังหวัด

20 มิ.ย. 61 | 06:19 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 61 | 13:40 น.
กรณีสมาคมสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน(USABC) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับบริษัทอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรรายใหญ่ของสหรัฐฯอาทิ Cargill, Archer Daniel Midlands, Coca Cola, Elanco Animal Health and Monsanto, Dopont, MSD Animal Health,Pepsi, Syngenta, Yum Brands และ Zoetis เป็นต้น ได้สนับสนุนให้คงการใช้สารพารา

ควอตและไกลโฟเสตในประเทศไทย อ้างเหตุผลจากการวิจัยพบว่ามีความปลอดภัยหากมีการใช้อย่างถูกต้อง และได้รับการจดทะเบียนอนุญาตใช้ 160 ประเทศทั่วโลก และที่สำคัญการห้ามใช้จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่จะลดน้อยลงนั้น

จี้เร่งแบนพาราควอต

นายมนตรี บุญจรัส กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยกรีนอะโกร จำกัด และประธานกรรมการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การใช้สารพาราควอตและไกลโฟเสตในไทยปัจจุบันยังมีการใช้อย่างแพร่หลาย และส่งผลกระทบต่อแหล่งเพาะปลูก รวมถึงผลิตผลภาคการเกษตร ที่ส่งต่อเป็นอาหารเลี้ยงคนในประเทศโดยจะมีสารพิษของยาฆ่าหญ้าเหล่านี้ตกค้างปนเปื้อนไปยังอาหารที่คนบริโภค

[caption id="attachment_290119" align="aligncenter" width="335"] มนตรี บุญจรัส มนตรี บุญจรัส[/caption]

การที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติที่ประชุม (23 พ.ค. 61) ยังคงไม่ยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด (พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเสต โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่เพียงพอ) ซึ่งขัดแย้งกับความเห็นของประชาคมวิชาการและมติของสภาเกษตรกรแห่งชาติที่สนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรงนั้น นอกจากจะทำให้ประเทศไทยเสียเงินตราออกนอกประเทศหลายหมื่นล้านบาทต่อปีเพื่อนำเข้าสารดังกล่าวแล้ว คนไทยยังได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  จากการรับประทานอาหาร และผัก ผลไม้ที่มีการปนเปื้อนของสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่สะสมอยู่ตามดิน เทือกเขา แหล่งนํ้า ลำธารต่างๆ ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกพืช

“ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลปล่อยให้มีการต่ออายุและอนุญาตนำเข้าสารเคมีเหล่านี้ ทั้งที่งบประมาณในการดูแลรักษาผู้ป่วยของคนไทยก็ไม่เพียงพอ ก็ไม่ทราบด้วยเหตุผลลึกๆ ประการใดที่รัฐบาลยังปล่อยให้สารพิษเหล่านี้เข้ามาในบ้านเรา ทั้งที่หลายประเทศไม่ต้องการ”

ปรับแผนใหม่สู้เคมีเกษตร

สำหรับชมรมเกษตรปลอดสารพิษและไทยกรีนอะโกร พยายามต้อสู้ และสนับสนุนให้เกษตรกรไทยทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ หรือเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกมาโดยตลอด โดยสนับสนุนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพในการป้องกันโรค และแมลง และบำรุงรักษาพืช ไม่ใช้สารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะเป็นหัวหอกในการแข่งขันกับบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีและสารเคมีข้ามชาติ

“ผลิตภัณฑ์ชีวภาพของบริษัทมีเป็น 100 ไอเทม แต่สามารถแบ่งออกได้ 5 กลุ่ม ที่เรียกว่า 5 เสือจุลินทรีย์ชีวภาพ ได้แก่ จุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ควบคุม ทำลาย หรือยับยั้งเชื้อราในดิน, ป้องกันกำจัดศัตรูพืชจำพวกแมลง, ผลิตภัณฑ์กำจัดปลวก และกำจัดหนอนแบบปลอดสารพิษ

ซึ่งผลิต ภัณฑ์ชีวภาพในเรื่องเกษตรปลอดสารพิษเราถือเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ตอบโจทย์พืชทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ พืชไร่ ข้าว อ้อย ปาล์ม ยางพารา แต่ยังมียอดขายไม่มากระดับ 50-60 ล้านบาทต่อปี เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ยังเป็นเกษตรเคมีเสียส่วนใหญ่(เกษตรเคมี 90%) ต้องใช้เวลาในการสร้างความรู้ความเข้าใจในสินค้าของบริษัท”

16664760 - spraying pesticides

สำหรับสินค้าของไทยกรีน ทำตลาดภายใต้แบรนด์ “ใบไม้ลายธงชาติ” มีจำหน่ายในร้านสาขาของบริษัทเอง 20 สาขา และในร้านค้าตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรกว่าที่รับสินค้าของบริษัทไปจำหน่าย(คู่กับเคมีเกษตร) 500 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อทำการตลาดเชิงรุก และลดค่าใช้จ่ายในร้านสาขาของบริษัทที่มีต้นทุนเรื่องค่าเช่าที่ ค่าคนเฝ้าร้าน ค่าฝึกอบรมคนเฝ้าร้านและอื่นๆ  ปีนี้ได้ปรับนโยบายใหม่โดยอยู่ระหว่างเจรจากับดีลเลอร์ที่เป็นผู้จำหน่ายเคมีเกษตรใน 5 อันดับแรกของทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ดีลเลอร์เหล่านี้ที่มีความพร้อมเรื่องคน เรื่องคลังสินค้า และเครือข่าย/สาขา ทำหน้าที่นำสินค้าของบริษัทไปกระจายและวางจำหน่ายควบคู่กับเคมีเกษตรเพื่อสร้างทางเลือกแก่เกษตรกรแต่เพียงผู้เดียวในแต่ละจังหวัด

“เรามีแผนจะปิดร้านสาขาเดิมของบริษัทเองทั้งหมด และใช้ระบบดีลเลอร์ 1 รายใหญ่ต่อ 1 จังหวัดแทน โดยจะมีการเซ็นสัญญาและตกลงเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เราจะทำตลาดในระบบดีลเลอร์ จะทำให้เรามียอดขายโตแบบก้าวกระโดด เป้าหมาย 70-100 ล้านบาทภายใน 3 ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับการนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทยปีหนึ่งกว่าแสนล้านบาท รวมกับยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าเชื้อรา ยาฆ่าแมลงปีหนึ่งอีกเกือบแสนล้านบาท รวมกันเกือบ 2 แสนล้านบาท ขณะที่มีการนำเข้าสารชีวภัณฑ์เข้ามาเพียงปีละ 5-10 ล้านบาทแล้วถือว่าเกษตรปลอดสารพิษของไทยยังต้องใช้เวลาต่อสู้กับเกษตรเคมีอีกนาน”

| สัมภาษณ์พิเศษ : มนตรี บุญจรัส กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยกรีนอะโกร จำกัด
และประธานกรรมการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
| เชกชั่น : การค้า-การลงทุน
| หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
| ปีที่ 38 ฉบับ 3,375 วันที่ 17-20 มิถุนายน 2561
e-book-1-503x62