
‘บุญรอด’ สยายปีก ปั้นโมเดลครบวงจร
บุญรอด เปิดยุทธศาสตร์ธุรกิจอาหาร จ่อผนึกพันธมิตรรุกตลาดครบวงจรตั้งแต่ต้นนํ้า-ปลายนํ้า พร้อมพาฟู้ด แฟคเตอร์ สยายปีกไทย-เทศ วางเป้าปั้นรายได้ 3,500 ล้านบาทภายใน 3-5 ปีพร้อมกรุยทางเข้าตลาดหลักทรัพย์
นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการธุรกิจซัพพลายเชน และกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ ผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งหลังจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดเชิงรุกสำหรับบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ฯด้วยการสร้างเครือข่ายการดำเนินธุรกิจอาหาร เบื้องต้นได้เจรจาหาดิสทริบิวเตอร์ 4-5 ราย จาก 5-6 ประเทศ เพื่อกระจายสินค้าทั้งกลุ่มอาหารและสแน็กไปจำหน่ายตลาดเอเชีย อาทิ จีน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังพิจารณาสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ
ทั้งนี้การเจรจาพาร์ตเนอร์ดังกล่าวเพื่อนำสินค้าจำหน่ายได้สอดคล้องกับธุรกิจดิสทริบิวเตอร์ มี 2 รูปแบบ คือทำตลาดและกระจายสินค้าหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเดียว เช่น ดิสทริบิวเตอร์ในฮ่องกงก็มีเครือข่ายตลาดไต้หวัน โดยมีเป้าหมายใน 3-5 ปีนับจากนี้คือการพาฟู้ด แฟคเตอร์เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะธุรกิจอาหารมีกำไรน้อย 2-3% ขณะนี้มีพันธมิตร 5-6 ราย ที่มีตราสินค้าเป็นที่รู้จัก วางแผนจะทำตลาดผ่านเครือข่ายของฟู้ด แฟคเตอร์ 4-5 ประเทศ และร่วมใช้ฟู้ดอินโวชั่น ครัวกลางเพื่อพัฒนาอาหาร
[caption id="attachment_287793" align="aligncenter" width="335"]
ปิติ ภิรมย์ภักดี[/caption]
“ยุทธศาสตร์หลักในธุรกิจอาหารนับจากนี้ คือการวางแผนร่วมทุนและร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจ จากขณะนี้ธุรกิจของบริษัทตั้งแต่ต้นนํ้ายันปลายนํ้า เบื้องต้นกำลังเจรจาร่วมทุนกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจอาหาร อาทิ โรงงานผลิตซอสปรุงสำเร็จรูปอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด และร่วมทุนโรงงานผลิตผงปรุงสำเร็จรูป เพื่อรองรับการเติบโตในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการที่มีพาร์ตเนอร์ร่วมกันจะทำให้แบรนด์แข็งขึ้นและการที่มีสินค้าหลากหลายทำให้โรงงานมี variety of product และมีต้นทุนที่ถูกลงและเชื่อว่าการที่ร่วมกันทำการพัฒนาและใช้ช่องทางบุญรอดในการจัดจำหน่ายน่าจะเป็นสูตรสำเร็จที่ดีที่สุด”
ด้านบริษัท เฮสโก โซลูชั่นฯ อีกหนึ่งบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่ผลิตซอสปรุงรสและอาหารพร้อมทาน โดยฟู้ดแฟคเตอร์ จะสร้างเครือข่ายธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศ และจะรองรับสินค้าในกลุ่มบุญรอด 80% อีก 20% เป็นพันธมิตรหรือลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหาร มองว่าการมีกำลังผลิตจำนวนมากทั้งจากของกลุ่มบุญรอดและกลุ่มลูกค้า จะช่วยลดต้นทุนในด้านต่างๆ ลง นอกจากนี้กลุ่มสินค้าที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ อย่างธุรกิจร้านอาหาร มีด้วย 4 แบรนด์ อาทิ เอส.33 สตาร์ เชฟ และฟาร์มดีไซน์
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,373 วันที่ 10-13 มิ.ย. 2561
นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการธุรกิจซัพพลายเชน และกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ ผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งหลังจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดเชิงรุกสำหรับบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ฯด้วยการสร้างเครือข่ายการดำเนินธุรกิจอาหาร เบื้องต้นได้เจรจาหาดิสทริบิวเตอร์ 4-5 ราย จาก 5-6 ประเทศ เพื่อกระจายสินค้าทั้งกลุ่มอาหารและสแน็กไปจำหน่ายตลาดเอเชีย อาทิ จีน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังพิจารณาสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ
ทั้งนี้การเจรจาพาร์ตเนอร์ดังกล่าวเพื่อนำสินค้าจำหน่ายได้สอดคล้องกับธุรกิจดิสทริบิวเตอร์ มี 2 รูปแบบ คือทำตลาดและกระจายสินค้าหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเดียว เช่น ดิสทริบิวเตอร์ในฮ่องกงก็มีเครือข่ายตลาดไต้หวัน โดยมีเป้าหมายใน 3-5 ปีนับจากนี้คือการพาฟู้ด แฟคเตอร์เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะธุรกิจอาหารมีกำไรน้อย 2-3% ขณะนี้มีพันธมิตร 5-6 ราย ที่มีตราสินค้าเป็นที่รู้จัก วางแผนจะทำตลาดผ่านเครือข่ายของฟู้ด แฟคเตอร์ 4-5 ประเทศ และร่วมใช้ฟู้ดอินโวชั่น ครัวกลางเพื่อพัฒนาอาหาร
[caption id="attachment_287793" align="aligncenter" width="335"]
“ยุทธศาสตร์หลักในธุรกิจอาหารนับจากนี้ คือการวางแผนร่วมทุนและร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจ จากขณะนี้ธุรกิจของบริษัทตั้งแต่ต้นนํ้ายันปลายนํ้า เบื้องต้นกำลังเจรจาร่วมทุนกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจอาหาร อาทิ โรงงานผลิตซอสปรุงสำเร็จรูปอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด และร่วมทุนโรงงานผลิตผงปรุงสำเร็จรูป เพื่อรองรับการเติบโตในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการที่มีพาร์ตเนอร์ร่วมกันจะทำให้แบรนด์แข็งขึ้นและการที่มีสินค้าหลากหลายทำให้โรงงานมี variety of product และมีต้นทุนที่ถูกลงและเชื่อว่าการที่ร่วมกันทำการพัฒนาและใช้ช่องทางบุญรอดในการจัดจำหน่ายน่าจะเป็นสูตรสำเร็จที่ดีที่สุด”
ด้านบริษัท เฮสโก โซลูชั่นฯ อีกหนึ่งบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่ผลิตซอสปรุงรสและอาหารพร้อมทาน โดยฟู้ดแฟคเตอร์ จะสร้างเครือข่ายธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศ และจะรองรับสินค้าในกลุ่มบุญรอด 80% อีก 20% เป็นพันธมิตรหรือลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหาร มองว่าการมีกำลังผลิตจำนวนมากทั้งจากของกลุ่มบุญรอดและกลุ่มลูกค้า จะช่วยลดต้นทุนในด้านต่างๆ ลง นอกจากนี้กลุ่มสินค้าที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ อย่างธุรกิจร้านอาหาร มีด้วย 4 แบรนด์ อาทิ เอส.33 สตาร์ เชฟ และฟาร์มดีไซน์
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,373 วันที่ 10-13 มิ.ย. 2561






