
ฟันธงยอดขายตรงโต 5% มั่นใจ ‘เมจิก สกิน’ ดันแบรนด์นํ้าดีฉลุย
ธุรกิจขายตรงครึ่งแรกยังเติบโต แม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว เหตุคนสนใจหารายได้เพิ่ม TDSA หวังยอดธุรกิจทั้งปีกว่า 9.93 หมื่นล้าน เติบโต 5% ชี้กรณีเมจิก สกิน ส่งผลบวกต่อธุรกิจขายตรงนํ้าดี แนะให้โปรโมตคุณภาพและความน่าเชื่อถือ
แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ แต่ธุรกิจขายตรงก็ถือว่าเป็นหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโต ซึ่งเป็นผลจากการมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางดังกล่าวมีความหลากหลาย ทำให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และอาชีพด้วย ซึ่งในปีนี้มีการประเมินว่าธุรกิจขายตรงจะเติบโตในอัตรา 5% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 9.93 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 9.46 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 1.4% จากปี 2559 ที่ผ่านมา
นางสุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA (Thai Direct Selling Association) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยังคงมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ไม่หวือหวามากนัก เพราะสภาพเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยการแข่งขันของธุรกิจจะเป็นเรื่องความเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค ที่ถือว่าเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจที่มีมากกว่า จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ ก็ส่งผลดีต่อธุรกิจขายตรงที่ทำให้นักธุรกิจแนะนำธุรกิจขายตรงให้กับคนสนใจที่จะหารายได้ได้ง่ายขึ้น และยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจมีธุรกิจของตนเอง เข้ามาทำธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากปัจจัยเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลให้คนตัดสินใจทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นเพราะพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่สนใจหารายได้เพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีงานประจำ ซึ่งประเมินว่าธุรกิจขายตรงยังคงเติบโตต่อไปได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่จะต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ
[caption id="attachment_282986" align="aligncenter" width="338"]
สุชาดา ธีรวชิรกุล[/caption]
ส่วนภาพลักษณ์ของสินค้าและธุรกิจขายตรง โดยเฉพาะกรณีเกิดการจับกุมบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ในช่วงที่ผ่านมานั้น นางสุชาดา กล่าวแสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องดีที่หน่วยงานภาครัฐ ได้ออกมาควบคุมการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง เนื่องจากจะช่วยทำให้สินค้าที่ไม่ถูกต้องออกจากตลาด และยังส่งผลดีต่อธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมาย เพราะจะทำให้สามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น เพราะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ หากมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าใจ
ล่าสุด สมาคมได้จัดงาน TDSA Open House เพื่อแนะนำสมาคมให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง โดยเชิญผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้สังกัดสมาคมเข้าร่วมงานประมาณ 25 บริษัท เพื่อรับฟังนโยบายของสมาคม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน รวมถึงเชิญชวนให้เข้าร่วมสมัครสมาชิกของสมาคม จากปัจจุบันที่สมาคมมีสมาชิกรวม 22 บริษัท ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ
“ทางสมาคมขอรายชื่อผู้ประกอบการจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อเชิญเข้าร่วมงานจำนวน 200 บริษัท มีกว่า 60 บริษัท ที่จดหมายถูกตีกลับ และที่ตอบรับเข้าร่วมงานมีประมาณ 25 ราย ซึ่งบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับสคบ.มีกว่า 1,000 บริษัท แต่สังกัดสมาคมไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอาจจะยังมีคุณสมบัติที่ไม่ครบ หรือไม่ตรงกับข้อกำหนดของสมาคม โดยเฉพาะประเด็นการรับคืนสินค้า (Buy back) ได้ภายใน 12 เดือนหากนักธุรกิจขอเลิกทำธุรกิจแล้ว ที่ถือว่าเป็นจรรยาบรรณของสมาพันธ์การขายตรงโลก ที่สมาคมสังกัดอยู่ แต่ไม่ได้เป็นข้อกำหนดในการจดทะเบียนธุรกิจขายตรงกับสคบ. เป็นต้น”
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมพร้อมจะให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง เพื่อดำเนินการตามกฎระเบียบของสมาคม ให้มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่ประเด็นที่ผู้ประกอบการจะขาดคุณสมบัตินั้น มักจะเป็นเรื่องของการรับคืนสินค้าดังกล่าว ซึ่งบางกรณีหากผู้ประกอบการยังขาดคุณสมบัติบางประการ แต่มีหนังสือรับรองว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง ทางสมาคมอาจจะพิจารณาให้สมัครสมาชิกประเภทวิสามัญก่อน เมื่อครบกำหนดการเป็นสมาชิกวิสามัญและมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ก็สามารถสมัครสมาชิกสามัญกับทางสมาคมได้ โดยที่ผ่านมานอกจากการขาดคุณสมบัติบางประการแล้วยังพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่รู้จักกับทางสมาคม และบางบริษัทที่รู้จักสมาคม แต่อาจจะมองไม่เห็นประโยชน์ต่อการเป็นสมาชิกดังกล่าว
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,368 วันที่ 24-26 พ.ค. 2561
แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ แต่ธุรกิจขายตรงก็ถือว่าเป็นหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโต ซึ่งเป็นผลจากการมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง สินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางดังกล่าวมีความหลากหลาย ทำให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และอาชีพด้วย ซึ่งในปีนี้มีการประเมินว่าธุรกิจขายตรงจะเติบโตในอัตรา 5% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 9.93 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 9.46 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 1.4% จากปี 2559 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ ก็ส่งผลดีต่อธุรกิจขายตรงที่ทำให้นักธุรกิจแนะนำธุรกิจขายตรงให้กับคนสนใจที่จะหารายได้ได้ง่ายขึ้น และยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจมีธุรกิจของตนเอง เข้ามาทำธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากปัจจัยเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลให้คนตัดสินใจทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นเพราะพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่สนใจหารายได้เพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีงานประจำ ซึ่งประเมินว่าธุรกิจขายตรงยังคงเติบโตต่อไปได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่จะต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ
[caption id="attachment_282986" align="aligncenter" width="338"]
ส่วนภาพลักษณ์ของสินค้าและธุรกิจขายตรง โดยเฉพาะกรณีเกิดการจับกุมบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ในช่วงที่ผ่านมานั้น นางสุชาดา กล่าวแสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องดีที่หน่วยงานภาครัฐ ได้ออกมาควบคุมการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง เนื่องจากจะช่วยทำให้สินค้าที่ไม่ถูกต้องออกจากตลาด และยังส่งผลดีต่อธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมาย เพราะจะทำให้สามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้น เพราะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ หากมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าใจ
ล่าสุด สมาคมได้จัดงาน TDSA Open House เพื่อแนะนำสมาคมให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง โดยเชิญผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้สังกัดสมาคมเข้าร่วมงานประมาณ 25 บริษัท เพื่อรับฟังนโยบายของสมาคม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน รวมถึงเชิญชวนให้เข้าร่วมสมัครสมาชิกของสมาคม จากปัจจุบันที่สมาคมมีสมาชิกรวม 22 บริษัท ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมพร้อมจะให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง เพื่อดำเนินการตามกฎระเบียบของสมาคม ให้มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่ประเด็นที่ผู้ประกอบการจะขาดคุณสมบัตินั้น มักจะเป็นเรื่องของการรับคืนสินค้าดังกล่าว ซึ่งบางกรณีหากผู้ประกอบการยังขาดคุณสมบัติบางประการ แต่มีหนังสือรับรองว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง ทางสมาคมอาจจะพิจารณาให้สมัครสมาชิกประเภทวิสามัญก่อน เมื่อครบกำหนดการเป็นสมาชิกวิสามัญและมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ก็สามารถสมัครสมาชิกสามัญกับทางสมาคมได้ โดยที่ผ่านมานอกจากการขาดคุณสมบัติบางประการแล้วยังพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่รู้จักกับทางสมาคม และบางบริษัทที่รู้จักสมาคม แต่อาจจะมองไม่เห็นประโยชน์ต่อการเป็นสมาชิกดังกล่าว
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,368 วันที่ 24-26 พ.ค. 2561






