thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังตลาดกังวลต่ออุปทานตึงตัว

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังตลาดกังวลต่ออุปทานตึงตัว

08 พ.ค. 61 | 03:08 น.
อัปเดตล่าสุด :08 พ.ค. 61 | 10:08 น.
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 8 พฤษาคม 2561

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับขึ้นราว 1.5% แตะระดับสูงกว่า 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกตั้งแต่ พ.ย. 57 หลังตลาดมีความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว อันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศเวเนซุเอล่า และแนวโน้มที่สหรัฐฯ อาจทำการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งกำหนดการตัดสินใจข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านได้เลื่อนมาเป็นวันที่ 8 พ.ค. นี้

+ ConocoPhillips บริษัทสำรวจและขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมทรัพย์สินบนเกาะ Curacao, Bonaire และ St. Eustatius ที่ถือครองโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอล่า (PDVSA) จากคำตัดสินของศาลปกครองเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และการผลิตของ PDVSA ราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน ถือเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณการส่งออกของ PDVSA

+ นักวิเคราะห์คาดการณ์สหรัฐฯ จะทำการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านลดลง 200,000-300,000 บาร์เรลต่อวัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าจะประกาศผลการตัดสินใจของสหรัฐฯ ต่อข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านภายในวันอังคารที่ 8 พ.ค. 61 นี้ ซึ่งเร็วขึ้น 4 วันจากกำหนดการเดิมที่ 12 พ.ค. 61

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความต้องการน้ำมันเบนซินจากประเทศแอฟริกาใต้และศรีลังกา อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัวในช่วงการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นและปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ปรับตัวลดลง

oil0508-1 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 67-72 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 73-78  เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

จับตาการพิจารณาเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านโดยสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน และนำไปสู่การคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้น้ำมันโลกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกยังคงเดินหน้าปรับลดลงกำลังการผลิต

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวเหนือระดับต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตในสหรัฐฯ ส่งผลให้จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์ โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-6