thansettakij
thansettakij
แบงก์ตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญเพิ่ม ฉุดกำไรปี 58 ลดลงเหลือ1.93 แสนล้าน

แบงก์ตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญเพิ่ม ฉุดกำไรปี 58 ลดลงเหลือ1.93 แสนล้าน

27 ม.ค. 59 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :24 พ.ค. 59 | 19:27 น.
11 ธนาคารพาณิชย์รายงานผลประกอบประจำปี 2558 มีกำไรสุทธิ 1.93แสนล้านบาท ลดลง 1.40 หมื่นล้านบาทหรือ 6.76% จากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 2.07 แสนล้านบาท โดยธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน)(บมจ.) มีกำไรสุทธิ ลดลง 5.92% บมจ.ธนาคารกรุงไทย กำไรสุทธิลดลง 14.15% บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ลดลง14.47% บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ 11.53% บมจ.ทหารไทยลดลง 2.15%

[caption id="attachment_28202" align="aligncenter" width="500"] รายงานประจำปี อัตราส่วนหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ด้วยคุณภาพ รายงานประจำปี อัตราส่วนหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ด้วยคุณภาพ[/caption]

5แบงก์กลางเล็กรั้งกำไรเหนียวแน่น

ขณะที่ 5 ธนาคารขนาดกลางและเล็กจากรายงานรยังสะท้อนกำไรเพิ่มขึ้นด้วย บมจ. แอลเอชแบงก์( บริษัทแอล เอช ไฟแนนซ์เซียล กรุ๊ป กำไรสุทธิเพิ่ม 37.48% บมจ.กรุงศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น 31.50% บมจ.เกียรตินาคิน21.32% บมจ.ซีไอเอ็มบีไทยเพิ่ม 6.37% บมจ.ธนชาตเพิ่ม 6.19% ขณะที่ธนาคารทิสโก้กำไรทรงตัวที่ระดับ 4.2 พันล้านบาท

นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TBANK กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายอย่างมากใน 2558 ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย ธนชาตจึงปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับความผันผวนดังกล่าว ทำให้ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิกว่า 1หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 821 ล้านบาท หรือ 8.27% จากสิ้นปีก่อน จากการลดลงของค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจากการดำเนินงานปกติ

ขณะที่คุณภาพของสินทรัพย์ปรับดีขึ้น โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ลดลงจากสิ้นปีที่ผ่านมา 34%โดยลดลงอย่างมากสวนทางกับอุตสาหกรรมจากที่ 4.09% มาอยู่ที่ 2.84% สิ้นปี2558 อย่างไรก็ตามปี 2559 คาดว่าสินเชื่อมีทิศทางขยายตัวดีขึ้นด้วยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นปลายปี2558 ประกอบกับปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจต่อไป

อีก 3 แบงก์กันสำรองหนี้SSI

ด้านบมจ.ธนาคารกรุงไทยมีกำไรในส่วนที่เป็นของธนาคาร 2.84 หมื่นล้านบาทลดลง 4.69 พันล้านบาทหรือ 14.16% จากสิ้นปี2557 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายการตั้งสำรอง(หนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่า) จำนวนกว่า 3.05 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 1.19 หมื่นล้านบาทหรือ 63.82%โดยมีอัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเท่ากับ 112.52% หากไม่นับรวมลูกหนี้รายใหญ่สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารเท่ากับ 6.58 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 8.3 พันล้านบาทหรือ 14.57% มีเอ็นพีแอลก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเท่ากับ 2.76%

ทั้งนี้ธนาคารให้ความสำคัญการติดตามหนี้ที่ควบคู่กับการปรับโครงสร้างอย่างระมัดระวังเพื่อรับมือกับคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงไม่เอื้ออำนวย ขณะที่ผลการดำเนินงานมีเงินให้สินเชื่อเพิ่ม 3.81% หรือ 7.44 หมื่นล้านบาทโดยเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อย สัดส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มเป็น 94.94% ส่วนเงินรับฝากปรับลด 0.73% โดยอัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือ Nim เท่ากับ 2.79% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 2.81%

ในส่วนของบมจ.ไทยพาณิชย์กำไรสุทธิลดลง 11.5% ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้นสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ 2 ราย(บมจ.สหวิริยาสตีลอินดันตรีหรือSSI และบริษัทลูกคือ สหวิริยาสตีลอินดัสตรีประเทศอังกฤษหรือ SSI UK) ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 109.8% ลดลงจาก 138.1%จากปีก่อน

สำหรับบมจ.ทิสโก้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 1,244 ล้านบาททั้งการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลัก โดยในไตรมาสนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ธุรกิจจัดการกองทุนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการออกกองทุนใหม่ตามความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 19.2% จากการตั้งสำรองหนี้สูญให้แก่กลุ่ม SSI เต็ม 100% ทั้งจำนวนตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเงินให้สินเชื่อรวมลดลง 9.3% แม้ว่าการปล่อยสินเชื่อรายย่อยโดยรวมขยายตัวเพิ่มขั้นจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงมีระดับต่ำกว่าการชำระคืนเงินให้สินเชื่อของลูกค้าในปีที่ผ่านมา และยังมีการตัดหนี้สูญของSSI UK อีกด้วย ด้านเอ็นพีแอลปรับเพิ่ม 3.23% จากการจัดชั้นSSI

ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยอาทิ บมจ.กรุงเทพ 2.33% จากปีก่อนอยู่ที่ 2.37% บมจ.กรุงไทย 2.79%จาก2.81% บมจ.ไทยพาณิชย์ 3.18%จาก3.25% บมจ.กสิกรไทย 3.66%จาก 3.85% บมจ.กรุงศรีอยุธยา 4.15%จาก 4.32%บมจ.ทหารไทย 2.99%จาก 2.59% บมจ.ซีไอเอ็มบีไทย 3.27%จาก 3.37% โดยมีเพียง 3ธนาคารมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน 4.5% จาก 3.9% ทิสโก้ 3.9% จาก 3.3% และธนชาต 2.84% จาก 2.68%

ปี59เปิดโอกาสทางธุรกิจธนาคาร

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจโดยรวมของธนาคารปี 2559 โดยระบุว่า เป็นปีที่มีโอกาสทางธุรกิจสำหรับธนาคาร โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีหวังว่า เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะเอื้อต่อการขยายธุรกิจ ทั้งนี้ ภายใต้การคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 3.2% ในปี 2559 กรุงศรีได้ตั้งเป้าการขยายสินเชื่อครอบคลุมในทุกกลุ่มธุรกิจและสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ดีด้วยปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งภายในและภายนอกประเทศกรุงศรีจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างรอบคอบระมัดระวัง โดยตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อรวมที่ 5-6%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,125 วันที่ 24 - 27 มกราคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business