
พม. เผยผลโพลกิจกรรมที่ปชช.ทำร่วมกับครอบครัวช่วงสงกรานต์
พม. เผยผลโพลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ประชาชนทำร่วมกับครอบครัวในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์
นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยผลสำรวจที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) พม. ได้ร่วมกับ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำการสำรวจพฤติกรรมและกิจกรรมที่ประชาชนมักทำร่วมกับครอบครัวในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ประจำปี 2561 โดยทำการสำรวจประชาชนที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,055 คน แยกเป็นเพศหญิง จำนวน 613 คน เพศชาย จำนวน 425 คน และเพศทางเลือก จำนวน 17 คน พบว่า ร้อยละ 43.7 มีแผนที่จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด โดยส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) คือ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานีมากที่สุด รองลงมาคือจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดอุบลราชธานี ตามลำดับ
ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ร้อยละ 43.13 ไม่ได้เดินทางไปต่างจังหวัด เนื่องจากเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด, ต้องการพักผ่อนหรือท่องเที่ยวสงกรานต์ในกรุงเทพมหานคร, ต้องทำงาน ฯลฯ สำหรับอีกร้อยละ 13.18 ได้มีการวางแผนไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศประชาชนส่วนใหญ่นิยมไปจังหวัดระยองและเชียงใหม่เท่ากัน รองลงมา คือ ภูเก็ต ตามลำดับ ส่วนต่างประเทศ ส่วนใหญ่วางแผนที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด รองลงมาคือจีน และเกาหลีใต้ ตามลำดับ
ส่วนผลโพลกิจกรรมที่คนไทยจะทำร่วมกับครอบครัวในวันสงกรานต์ พบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 14.6 คือ การเข้าวัดทำบุญตักบาตร รองลงมา ร้อยละ 13.96 คือ รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ และร้อยละ 13.21 คือ ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว และนอกจากนี้ก็จะมีกิจกรรม สรงน้ำพระ พักผ่อนอยู่บ้าน ไปเล่นสาดน้ำพร้อมกันทั้งครอบครัว ทำความสะอาดบ้าน ไปช้อปปิ้ง/ซื้อของการทำบุญอัฐิหรือบังสุกุล และอยู่พร้อมหน้ากันทำกิจกรรม (โดยไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) เช่นร้องคาราโอเกะ เล่นเกมส์ ดูหนัง ตามลำดับ
นายเลิศปัญญา กล่าวต่ออีกว่า นอกจากผลโพลที่ทำร่วมกับสวนดุสิตแล้ว สค. ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ไม่ควรทำในช่วงวันสงกรานต์ ผ่านทางเครือข่าย Social Media เช่น Line, Facebook กลุ่มเป้าหมายเครือข่ายทำงานด้านความรุนแรงในครอบครัวของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวที่ประสานงานผ่านทางเครือข่าย Social Media ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จำนวน 320 คน เป็นเพศหญิง จำนวน 225 คน เพศชาย จำนวน 93 คน และเพศทางเลือก จำนวน 2 คน พบว่า การดื่มสุราเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 32.50 รองลงมาคือการเมาแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 17.50 และการทะเลาะวิวาท คิดเป็น 3.13 ตามลำดับ
“การดื่มสุรา/เหล้า เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะการดื่มเหล้าเป็นจุดเริ่มที่จะทำให้ขาดสติ ขาดการควบคุม หรือยั้งคิด และก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งปัญหาการล่วงละเมิดต่อผู้หญิง ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญ ที่มักเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ทาง พม. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รณรงค์ “สงกรานต์ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม” โดยหวังว่าเมื่อผู้ใดเกิดปัญหาถูกลวนลาม ต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง หากไม่รู้ว่าจะสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน ขอให้โทรมาที่สายด่วน 1300 ของ พม. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายเลิศปัญญา กล่าวในตอนท้าย
นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยผลสำรวจที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) พม. ได้ร่วมกับ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำการสำรวจพฤติกรรมและกิจกรรมที่ประชาชนมักทำร่วมกับครอบครัวในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ประจำปี 2561 โดยทำการสำรวจประชาชนที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,055 คน แยกเป็นเพศหญิง จำนวน 613 คน เพศชาย จำนวน 425 คน และเพศทางเลือก จำนวน 17 คน พบว่า ร้อยละ 43.7 มีแผนที่จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด โดยส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) คือ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานีมากที่สุด รองลงมาคือจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดอุบลราชธานี ตามลำดับ
ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ร้อยละ 43.13 ไม่ได้เดินทางไปต่างจังหวัด เนื่องจากเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด, ต้องการพักผ่อนหรือท่องเที่ยวสงกรานต์ในกรุงเทพมหานคร, ต้องทำงาน ฯลฯ สำหรับอีกร้อยละ 13.18 ได้มีการวางแผนไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศประชาชนส่วนใหญ่นิยมไปจังหวัดระยองและเชียงใหม่เท่ากัน รองลงมา คือ ภูเก็ต ตามลำดับ ส่วนต่างประเทศ ส่วนใหญ่วางแผนที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด รองลงมาคือจีน และเกาหลีใต้ ตามลำดับ
ส่วนผลโพลกิจกรรมที่คนไทยจะทำร่วมกับครอบครัวในวันสงกรานต์ พบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 14.6 คือ การเข้าวัดทำบุญตักบาตร รองลงมา ร้อยละ 13.96 คือ รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ และร้อยละ 13.21 คือ ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว และนอกจากนี้ก็จะมีกิจกรรม สรงน้ำพระ พักผ่อนอยู่บ้าน ไปเล่นสาดน้ำพร้อมกันทั้งครอบครัว ทำความสะอาดบ้าน ไปช้อปปิ้ง/ซื้อของการทำบุญอัฐิหรือบังสุกุล และอยู่พร้อมหน้ากันทำกิจกรรม (โดยไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) เช่นร้องคาราโอเกะ เล่นเกมส์ ดูหนัง ตามลำดับ
นายเลิศปัญญา กล่าวต่ออีกว่า นอกจากผลโพลที่ทำร่วมกับสวนดุสิตแล้ว สค. ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ไม่ควรทำในช่วงวันสงกรานต์ ผ่านทางเครือข่าย Social Media เช่น Line, Facebook กลุ่มเป้าหมายเครือข่ายทำงานด้านความรุนแรงในครอบครัวของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวที่ประสานงานผ่านทางเครือข่าย Social Media ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จำนวน 320 คน เป็นเพศหญิง จำนวน 225 คน เพศชาย จำนวน 93 คน และเพศทางเลือก จำนวน 2 คน พบว่า การดื่มสุราเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 32.50 รองลงมาคือการเมาแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 17.50 และการทะเลาะวิวาท คิดเป็น 3.13 ตามลำดับ
“การดื่มสุรา/เหล้า เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะการดื่มเหล้าเป็นจุดเริ่มที่จะทำให้ขาดสติ ขาดการควบคุม หรือยั้งคิด และก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งปัญหาการล่วงละเมิดต่อผู้หญิง ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญ ที่มักเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ทาง พม. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รณรงค์ “สงกรานต์ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม” โดยหวังว่าเมื่อผู้ใดเกิดปัญหาถูกลวนลาม ต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง หากไม่รู้ว่าจะสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน ขอให้โทรมาที่สายด่วน 1300 ของ พม. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายเลิศปัญญา กล่าวในตอนท้าย






