thansettakij
thansettakij
สั่งลุยดันส่งออกไปพม่า-จีน เชื่อเศรษฐกิจขยายตัว/เป้าท้าทายโต 3.5-12%

สั่งลุยดันส่งออกไปพม่า-จีน เชื่อเศรษฐกิจขยายตัว/เป้าท้าทายโต 3.5-12%

23 ม.ค. 59 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 59 | 16:24 น.
ทูตพาณิชย์จัดหนักดันส่งออกไปสองตลาดที่ยังขยายตัว เป้าตลาดเมียนมาปีนี้โต 12% จากเศรษฐกิจหลังเลือกตั้งกำลังขยายตัว ผู้ประกอบการไทยชักแถวขยายการค้า-ลงทุน ขณะตลาดจีนเชื่อส่งออกขยายตัวได้ 3.5% เศรษฐกิจชะลอมั่นใจรัฐบาลแดนมังกรเอาอยู่ ย้ำไม่ปรับลดเป้า แนะผู้ประกอบการเพิ่มช่องทางรุกช่อง อี-คอมเมิร์ช –แอพพลิเคชั่น-ออนไลน์ เหตุกำลังได้รับความนิยมสูงจากจีน

[caption id="attachment_27533" align="aligncenter" width="400"] เป้าหมายการส่งออกรายตลาดของไทย ปี 2559 เป้าหมายการส่งออกรายตลาดของไทย ปี 2559[/caption]

นายผกายเนติ์ เล่งอี้ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สคร.) หรือทูตพาณิชย์ ณ กรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมา เปิดเผยว่า ในปี 2559 ทางสคร.ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกของไทยไปยังเมียนมาขยายตัว 12% จากปี 2558 ในช่วง 11 เดือนแรกไทยมีมูลค่าการส่งออกไปเมียน 3.791 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างกันช่วง 11 เดือนแรก 7.147 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเศรษฐกิจเมียนมาขณะนี้มีการเติบโตที่ดีหลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีกับภาคธุรกิจในการเข้าไปขยายการลงทุน และส่งออก เพื่อทดแทนตลาดหลักอื่นๆ ที่ยังชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ผ่านมาภาคเอกชนของไทยได้ตื่นตัวและขอคำปรึกษาในการเข้าไปลงทุนถึงวันละ 5-6 รายโดยกลุ่มธุรกิจที่เข้าไปลงทุนสูงได้แก่ ธุรกิจภาคเกษตร และธุรกิจบริการ โดยสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม ของไทยได้รับความนิยมสูง และถือว่าสินค้าไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในเมียนมาร์ค่อนข้างสูง จึงถือเป็นโอกาสในการเข้าไปทำธุรกิจของไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ไทยต้องหาพันธมิตรท้องถิ่นในการร่วมลงทุนด้วย

ขณะเดียวกันในภาพรวมของตลาดอาเซียน 9 ประเทศ สินค้าเป้าหมายนั้นผู้ประกอบการควรเน้นสินค้าที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง สุภาพและความงาม ส่วนธุรกิจบริการเช่น สุขภาพ ภาพยนตร์ โลจิตติกส์ การศึกษา ก่อสร้าง แฟรนไซต์ ออกแบบตกแต่งภายใน ธุรกิจซ่อมแซมบำรุงรักษายานพาหนะ รวมไปถึงเน้นเจาะตลาดเมืองรอง โดยใช้กิจกรรมมินิไทยแลนด์วีค ที่เวียดนาม-ไฮฟอง /เกิ่นเทอ/ฮานอย, เมียนมาร์-ตองยี ,ลาว-หลวงพระบาง/สะหวันนะเขต/จำปาสัก, กัมพูชา-เสียบราฐ/กัมปงจาม/กัมปงสะบือ/พระสีหนุ/ตะโบงคุมุม, ฟิลิปปิสน์-เซบู ,มาเลเซีย-รัฐเซอลังงอร์ รวมไปถึงการยกระดับตลาดในเมืองหลักทางเศรษฐกิจด้วยสินค้าและบริการของไทยที่มีแบรนด์ การผลักดันสินค้าไทยขยายส่วนแบ่งตลาดสู่เมืองรอง เช่น เมียนมาร์-ย่างกุ้ง/มัณฑะเลย์/เมียวดี/เมาะลำไย/มะริด/ทวาย หรืออินโดนีเซีย-จาการ์ตา เป็นต้น

ด้านนางสาวบุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการ สคร. ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผย กับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าเศรษฐกิจจีนประสบปัญหาชะลอตัว แต่รัฐบาลจีนก็มีนโยบายและออกมาตรการในการพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ตกต่ำมาก ทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจ และสังคม ภาคการเงิน และนโยบายลูกคนที่ 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ประกอบกับจีนมีนโยบายกระจายความเจริญสู่ชนบท ซึ่งตรงกับนโยบายการส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์โดยมุ่งไปยังเมืองรองที่เศรษฐกิจยังขยายตัว แต่สินค้าที่ไทยส่งไปจีนจะต้องเน้นคุณภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะอำนาจการซื้อของจีนยังสูง ดังนั้นราคาอาจไม่ใช่ปัญหาหลัก โดยสินค้าหลักที่จีนต้องการได้แก่ อาหารสำเร็จรูปรูป เสื้อผ้า เครื่องหนัง อัญมณี เป็นต้น

นอกจากนี้ ช่องทางการค้าขายสินค้ากับจีน ผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ช รวมถึงแอพพลิเคชั่น และช่องทางออนไลน์ กำลังได้รับความนิยมสูงจากจีน ซึ่งผู้ประกอบการคนไทยควรใช้ช่องทางดังกล่าวในการค้าด้วย ทั้งนี้อัตราการเติบโตของจีน มีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 6.76% ในปีนี้ และเศรษฐกิจจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกได้ และคาดว่าการส่งออกจากไทยไปจีนปีนี้น่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3.5% ซึ่งยังไม่มีการปรับเป้าการส่งออก ทั้งนี้จะนำแผนงานและเป้าหมายการส่งออกดังกล่าวเสนอต่อ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,124 วันที่ 21 - 23 มกราคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business