
เงินบาททรงตัวเปิด 31.26 บ.ต่อดอลลาร์ฯ จับตามาตรการกีดกันการค้าสหรัฐ-จีน กดดันค่าเงินประเทศเกิดใหม่
เงินบาททรงตัวเปิด 31.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังตลาดปิดรับคงามเสี่ยงเหตุมาตรการกีดกันการค้าสหรัฐฯ-จีน กระทบประเทศเกิดใหม่เผชิญแรงเทขายสินทรัพย์-ค่าเงิน จับตาตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่น-ถ้อยแถลงเฟด กรอบวันนี้ 31.23-31.33 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวจาก 31.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นวันที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวในระดับเดิมเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น โดยดัชนีดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 89.30 จุด หลังตลาดโดยรวมปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น จากการประกาศใช้นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ กับสินค้าจากจีน ซึ่งส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการตั้งมาตรการกีดกันสินค้าจากสหรัฐฯ และอาจจะปานปลายยจนเกิดสงครามการค้าขึ้นมา ในระยะนี้ คาดว่าตลาดการเงินจะยังคงไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก ส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยนจะได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าได้ ส่วนสินทรัพย์หรือค่าเงินในประเทศเกิดใหม่ที่พึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูง อาจจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก
สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI YoY) สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งช่วยหนุนโอกาสที่เงินเฟ้อญี่ปุ่นแตะเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และหนุนโอกาสลดการซื้อสินทรัพย์ได้ นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด (Fed Bostic) เพื่อหาแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้ อนึ่งยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (Durable goods orders) จะเป็นที่สนใจของตลาด โดยถ้าหากตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกิน 1.5% จากเดือนก่อนหน้าจะช่วยหนุนภาพการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตสหรัฐฯ
วันนี้มองเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในช่วงกรอบ 31.23-31.33 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยค่าเงินบาทมีโอกาสที่จะอ่อนค่าลง หากตลาดปิดรับความเสี่ยงสินทรัพย์ในตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตาม แรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก เมื่อบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ อาจจะช่วยกดดันให้บาทไม่อ่อนค่าหนักได้ในระยะนี้
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวจาก 31.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นวันที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวในระดับเดิมเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น โดยดัชนีดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 89.30 จุด หลังตลาดโดยรวมปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น จากการประกาศใช้นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ กับสินค้าจากจีน ซึ่งส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการตั้งมาตรการกีดกันสินค้าจากสหรัฐฯ และอาจจะปานปลายยจนเกิดสงครามการค้าขึ้นมา ในระยะนี้ คาดว่าตลาดการเงินจะยังคงไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก ส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยนจะได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าได้ ส่วนสินทรัพย์หรือค่าเงินในประเทศเกิดใหม่ที่พึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูง อาจจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก
สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI YoY) สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งช่วยหนุนโอกาสที่เงินเฟ้อญี่ปุ่นแตะเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และหนุนโอกาสลดการซื้อสินทรัพย์ได้ นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด (Fed Bostic) เพื่อหาแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้ อนึ่งยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (Durable goods orders) จะเป็นที่สนใจของตลาด โดยถ้าหากตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกิน 1.5% จากเดือนก่อนหน้าจะช่วยหนุนภาพการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตสหรัฐฯ
วันนี้มองเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในช่วงกรอบ 31.23-31.33 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยค่าเงินบาทมีโอกาสที่จะอ่อนค่าลง หากตลาดปิดรับความเสี่ยงสินทรัพย์ในตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตาม แรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก เมื่อบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ อาจจะช่วยกดดันให้บาทไม่อ่อนค่าหนักได้ในระยะนี้






