thansettakij
thansettakij
แรงเทขายฉุดราคาน้ำมันดิบร่วง หลังปรับเพิ่มติดต่อกัน 2 สัปดาห์

แรงเทขายฉุดราคาน้ำมันดิบร่วง หลังปรับเพิ่มติดต่อกัน 2 สัปดาห์

23 มี.ค. 61 | 02:08 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 61 | 09:08 น.
แรงเทขายฉุดราคาน้ำมันดิบร่วง หลังราคาปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 2 สัปดาห์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2561

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงหลังนักลงทุนเทขายสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเพื่อทำกำไร หลังจากราคาน้ำมันดิบได้มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง และ ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน กับ ซาอุดิอาระเบียที่เพิ่มขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ มีการเซ็นสัญญาข้อตกลงที่จะเพิ่มเป้าหมายกำแพงภาษีกับสินค้าที่มีการนำเข้าจากประเทศจีนถึง 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 2.6 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลง ประกอบกับ โรงกลั่นในสหรัฐฯ มีการเพิ่มกำลังการกลั่นมากขึ้น 410,000 บาร์เรลต่อวันมาแตะระดับ 91.7% ของกำลังการกลั่น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานส่วนเกินจากยุโรปเข้ามากดดันตลาดน้ำมันในภูมิภาค ประกอบกับ แรงซื้อจากตะวันออกกลางอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากยังคงมีอุปทานอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันของอินเดียที่ยังเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับอุปทานยังคงปรับลดลงในช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น

oil023 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 62-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 67-72  เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย EIA คาดปริมาณการผลิตของสหรัฐฯ ในปี 2561 จะปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับเฉลี่ยที่ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะขยายตัวสู่ระดับ 11.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐฯ แซงหน้ารัสเซียกลายเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก

จับตาสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศลิเบีย หลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ส่งผลกระทบให้ลิเบียต้องประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) และหยุดดำเนินการผลิตจากแหล่งน้ำมันดิบ El Feel ซึ่งมีกำลังการผลิตราว 70,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่าลิเบียจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในการเปิดดำเนินการแหล่งผลิตน้ำมันดิบดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. 61 ก็ตาม

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์ ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว