thansettakij
thansettakij
กังขา!! ม.44อุ้ม ‘เอไอเอส-ทรู’ กสทช.ยืดจ่ายค่างวดแสนล้าน

กังขา!! ม.44อุ้ม ‘เอไอเอส-ทรู’ กสทช.ยืดจ่ายค่างวดแสนล้าน

07 เม.ย. 61 | 13:21 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 61 | 20:21 น.
แม้ที่ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอล มีมติพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นเวลา 3 ปี และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. รับผิดชอบค่าบริการโครงข่ายทีวีดิจิตอล โดยลดค่าเช่าโครงข่ายลง 50% เป็นเวลา 24 เดือน ให้กับบรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล

แต่ปมประเด็นที่กำลังถูกตั้งคำถาม? นั่นก็คือ กรณีที่ กสทช.พ่วงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ยืดชำระค่างวดแบ่งออกเป็น 5 งวด โดยงวดที่ 4 บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทลูกของ เอไอเอส ต้องจ่าย ค่าใบอนุญาตเป็นจำนวนเงิน 59,574 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ชำระทั้งสิ้น 60,218 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 119,792 ล้านบาท

ทั้งๆ ที่ เอไอเอส, ทรู และ ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการที่กำไร และ ยังจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอีกด้วย ขณะที่ราคาหุ้นของเอไอเอส รับข่าวดีปิดตลาดที่ราคา 207 บาท และ ทรู ปิดที่ราคา 7.05 บาท (ราคา ณ วันที่ 16 มีนาคม 2561)

MP20-3350-A ++ย้อนรอย
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เอไอเอส และ ทรู มีบทสรุปตรงกันยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ขอให้แบ่งการชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ในงวดสุดท้ายที่ต้องจ่ายในปี 2562 (ดูตารางประกอบ) แบ่งย่อยออกเป็น 5 งวด หรือ ประมาณงวดละ 13,000 ล้านบาท โดยเอไอเอส และทรูได้ชำระค่างวดที่ 1 และ 2 ไปแล้ว ส่วนงวดที่ 3 ชำระในปี 2561 และงวดที่ 4 ชำระในปี 2562

เหตุผลที่ 2 ค่ายมือถือยื่นขอชำระค่าประมูล ต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของบริษัทและช่วยบริหารกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งก่อนหน้านี้ กสทช.ได้กำหนดภายในปีนี้ประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทั้ง 2 ค่ายมือถือมีความสนใจที่จะเข้าประมูล แต่เงื่อนไขจะต้องมีความชัดเจน

++อุตฯเหมือนกระดุมติดผิดเม็ด
ไม่เพียงเท่านี้ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้ภาครัฐปลดล็อกธุรกิจดิจิตอลทีวี และ ธุรกิจมือถือ เพราะดิจิตอลทีวีนั้นถูก Disrupt (ทำลายร้าง) จากเทคโนโลยี ขณะที่อุปสรรคของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ คือ ค่าลงทุนติดตั้งเครือข่ายมีแนวโน้มที่สูงขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่เริ่มมีอายุที่สั้นลง คือ 1-2 ปี

อีกทั้งระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส ใช้เงินลงทุนจำนวน 1.2 แสนล้านบาท และ ยังได้ลงทุนในระบบสัมปทานของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ใช้เงินลงทุนจำนวน 1.86 แสนล้านบาทภายในระยะเวลา 25 ปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า คือ ในปี 2563 ระบบ 5 จี กำลังจะเกิดขึ้น

“ประเด็นแรก คือ เงินลง ค่าเน็ตเวิร์กสูงมาก และ 2 ค่าใบอนุญาตแพงผิดปกติเกิดจากการประมูลในปีที่แล้ว ซึ่งมีกลไกผิดเพี้ยน ไปจากการประมูลโดยทั่วไป ผมขอใช้คำพูดของท่านนายกฯ ‘ติดกระดุมผิดเม็ด’ จะแก้ไข อย่างไร” นั้นคือคำให้สัมภาษณ์ของนายสมชัย ก่อนหน้านี้

ส่วนนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เคยออกมาให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.น่าจะมีข่าวดีเป็นของขวัญปีใหม่ ให้กับผู้ประกอบการค่ายทีวีดิจิตอลและค่ายโทรคมนาคม ในประเด็นที่ขอเลื่อนจ่ายค่าสัมปทานและขอแบ่งงวดชำระค่าไลเซนส์ ก่อนสิ้นปีนี้หรือต้นปี 2562 เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเภทเดินหน้าทำธุรกิจต่อไปได้ ไม่สะดุดด้านการดำเนินงานและไม่ต้องปลดพนักงาน แต่ประเทศชาติก็ต้องไม่เสียผลประโยชน์ โดยนายกฯจะใช้อำนาจ ม.44 ในการประกาศคำสั่ง ทั้งนี้ให้รอฟังจากนายกรัฐมนตรีเอง

บาร์ไลน์ฐาน ++‘รสนา’ชี้ไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยแพง
หลังรัฐบาลมีมาตรการผ่อนผันช่วยเหลือผู้ประกอบการมือถือ ปรากฏว่านางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก “จับตาคสช.ใช้ม.44 อ้างช่วยทีวีดิจิตัล แต่พ่วงผลประโยชน์ค่ายมือถือ หวังเงินทอนสู้เลือกตั้งหรือไม่?”

อย่างไรก็ตามข้อความในเฟซบุ๊กที่ “รสนา” เขียนลงบนเฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า “การใช้ม.44 หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ 2560 ควรเป็นการใช้อย่างจำกัด และเฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น การใช้อำนาจ ม.44 ในกรณีนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ของเอกชนอย่างชัดเจน และไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ใช่หรือไม่”

ไม่ใช่ว่าธุรกิจมือถือ จะไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าคลื่น แต่เพราะไม่อยากเสียดอกเบี้ยแพงต่างหาก ใช่หรือไม่ค่ายมือถือซึ่งมีผลประกอบการเป็นบวก มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ย่อมสามารถขอกู้สถาบันการเงินได้โดยง่าย หรือจะออกหุ้นกู้ระดมเงินจากนักลงทุนเชื่อว่าจะมีคนแย่งซื้อเป็นแน่ แต่ความจริงก็คือ เอกชนไม่อยากรับภาระดอกเบี้ย เลยจะมาขอพ่วง ม.44 เพื่อจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติ แค่ 1.5% ใช่หรือไม่

ม.44 ที่รัฐบาลเตรียมออกด้วยการพักชำระหนี้ค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอล และพ่วงยืดชำระค่าใบอนุญาตมือถือรัฐบาลต้องหาคำตอบให้สมเหตุสมผลเช่นเดียวกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,350 วันที่ 22 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว