
ไทย-กัมพูชา เดินหน้าเปิด 4 จุดผ่านแดนถาวร
ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย - กัมพูชา ย้ำความสัมพันธ์สองประเทศอยู่ระดับสูงสุด ยืนยันเจตนารมณ์ร่วม ไม่ละเมิดดินแดนและนำปัญหาเขตแดนมากระทบสัมพันธ์กันและกันไทย-กัมพูชา เดินหน้าเปิด 4 จุดผ่านแดนถาวร
-21 มี.ค.61-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้การต้อนรับการมาเยือนของสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ในโอกาสเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย - กัมพูชา ( General Border Committee : GBC ) ครั้งที่ 13 ระหว่าง 20 - 21 มี.ค.61 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
ทั้งสองฝ่าย ได้พบหารือกัน และต่างชื่นชมความสัมพันธ์ของประเทศและกองทัพที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยจะร่วมกันรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเช่นนี้ตลอดไป และถือเป็นโอกาสดียิ่งที่จะสานต่อความร่วมมือกันในทุกเรื่อง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณกัมพูชา ที่ช่วยเหลือจับกุมผู้กระทำผิดที่หลบหนีและผู้กระทำผิดที่ใช้กัมพูชาเป็นฐาน พร้อมทั้งเสนอให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนร่วมกัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน และยืนยันท่าทีฝ่ายไทยที่จะสนับสนุนยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี - อานแซะ จังหวัดพระวิหาร ซึ่ง สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ กล่าวย้ำว่า กัมพูชา พร้อมสนับสนุนทุกเรื่องในงานความมั่นคง เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าขายและการไปมาหาสู่ของประชาชนตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ
ต่อจากนั้น ได้เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 13 โดยได้รับทราบ รายงานความก้าวหน้าด้านความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนที่สำคัญ ได้แก่ การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันทั้ง 73 หลัก การสนับสนุนยกระดับจุดผ่านแดนและการสัญจรข้ามแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาชญกรรมอื่นๆและการก่อการร้าย เป็นต้น ซึ่งในภาพรวมมีพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกันเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะ ความก้าวหน้าของการเตรียมยกระดับจุดผ่อนปรน เป็นจุดผ่านแดนถาวร จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด และบุรีรัมย์ ซึ่งจะสามารถกำหนดยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้า บ้านเขาดิน จังหวัดสระแก้ว - พนมเดย จังหวัดพระตะบอง เป็นจุดผ่านแดนถาวรใน มี.ค. 61 และจะเร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนอีก 3 จุดโดยเร็ว รวมทั้ง การก่อสร้างสะพานพรมแดนเชื่อมต่อ บริเวณ บ้านหนองเอี่ยน จังหวัดสระแก้ว - สตรึงบท จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งมีกำหนดเสร็จใน ก.ย. 61 เพื่ออำนวยความสะดวกการสัญจรของประชาชนและการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ให้เพิ่มความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศมากขึ้น. ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรมและการกีฬา การฝึกบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ชายแดน การเผยแพร่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเพิ่มบทบาทของสำนักงานประสานงานชายแดน การจัดทำสายตรง ( Hot Line ) ให้ติดต่อกันให้ครอบคลุมตลอดแนวชายแดน การขยายความร่วมมือจัดตั้งเมืองพี่เมืองน้อง ระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์ - จังหวัดอุดรมีชัย และจังหวัดสุรินทร์ - จังหวัดกัมปงธม รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ควบคู่ไปกับ การจัดตั้งโครงการหมู่บ้านคู่ขนานสีขาวเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ ที่จะไม่เอาปัญหาเขตแดนมากระทบกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศและงดเว้นการกระทำใดๆที่จะละเมิดเขตแดนที่มีอยู่แล้ว หากมีปัญหา จะร่วมกันยุติปัญหาลงในระดับพื้นที่อย่างสันติวิธี
พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า พัฒนาการความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ กห.ทั้งสองประเทศ ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของกลไกชายแดนไทย - กัมพูชาทุกระดับที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึง ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและไว้วางใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของการกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้ขยายตัวยิ่งขึ้น สู่การเป็นชายแดนที่เชื่อมโยงกันด้วย สันติภาพ มิตรภาพและความร่วมมืออย่างสงบ สันติสุขที่ยั่งยืน
-21 มี.ค.61-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้การต้อนรับการมาเยือนของสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ในโอกาสเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย - กัมพูชา ( General Border Committee : GBC ) ครั้งที่ 13 ระหว่าง 20 - 21 มี.ค.61 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
ทั้งสองฝ่าย ได้พบหารือกัน และต่างชื่นชมความสัมพันธ์ของประเทศและกองทัพที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยจะร่วมกันรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเช่นนี้ตลอดไป และถือเป็นโอกาสดียิ่งที่จะสานต่อความร่วมมือกันในทุกเรื่อง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณกัมพูชา ที่ช่วยเหลือจับกุมผู้กระทำผิดที่หลบหนีและผู้กระทำผิดที่ใช้กัมพูชาเป็นฐาน พร้อมทั้งเสนอให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนร่วมกัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน และยืนยันท่าทีฝ่ายไทยที่จะสนับสนุนยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี - อานแซะ จังหวัดพระวิหาร ซึ่ง สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ กล่าวย้ำว่า กัมพูชา พร้อมสนับสนุนทุกเรื่องในงานความมั่นคง เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าขายและการไปมาหาสู่ของประชาชนตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ
ต่อจากนั้น ได้เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 13 โดยได้รับทราบ รายงานความก้าวหน้าด้านความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนที่สำคัญ ได้แก่ การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันทั้ง 73 หลัก การสนับสนุนยกระดับจุดผ่านแดนและการสัญจรข้ามแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาชญกรรมอื่นๆและการก่อการร้าย เป็นต้น ซึ่งในภาพรวมมีพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกันเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะ ความก้าวหน้าของการเตรียมยกระดับจุดผ่อนปรน เป็นจุดผ่านแดนถาวร จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด และบุรีรัมย์ ซึ่งจะสามารถกำหนดยกระดับจุดผ่อนปรนทางการค้า บ้านเขาดิน จังหวัดสระแก้ว - พนมเดย จังหวัดพระตะบอง เป็นจุดผ่านแดนถาวรใน มี.ค. 61 และจะเร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนอีก 3 จุดโดยเร็ว รวมทั้ง การก่อสร้างสะพานพรมแดนเชื่อมต่อ บริเวณ บ้านหนองเอี่ยน จังหวัดสระแก้ว - สตรึงบท จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งมีกำหนดเสร็จใน ก.ย. 61 เพื่ออำนวยความสะดวกการสัญจรของประชาชนและการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ให้เพิ่มความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศมากขึ้น. ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรมและการกีฬา การฝึกบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ชายแดน การเผยแพร่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเพิ่มบทบาทของสำนักงานประสานงานชายแดน การจัดทำสายตรง ( Hot Line ) ให้ติดต่อกันให้ครอบคลุมตลอดแนวชายแดน การขยายความร่วมมือจัดตั้งเมืองพี่เมืองน้อง ระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์ - จังหวัดอุดรมีชัย และจังหวัดสุรินทร์ - จังหวัดกัมปงธม รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ควบคู่ไปกับ การจัดตั้งโครงการหมู่บ้านคู่ขนานสีขาวเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ ที่จะไม่เอาปัญหาเขตแดนมากระทบกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศและงดเว้นการกระทำใดๆที่จะละเมิดเขตแดนที่มีอยู่แล้ว หากมีปัญหา จะร่วมกันยุติปัญหาลงในระดับพื้นที่อย่างสันติวิธี
พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า พัฒนาการความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ กห.ทั้งสองประเทศ ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของกลไกชายแดนไทย - กัมพูชาทุกระดับที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึง ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและไว้วางใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของการกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้ขยายตัวยิ่งขึ้น สู่การเป็นชายแดนที่เชื่อมโยงกันด้วย สันติภาพ มิตรภาพและความร่วมมืออย่างสงบ สันติสุขที่ยั่งยืน






