
Skincare Maniac สู่เจ้าของธุรกิจ เริ่มต้นธุรกิจด้วย ‘ใจ’ สู่แบรนด์ ‘บริสุทธิ์’
การเริ่มต้นสร้างธุรกิจ เป้าหมายเริ่มต้นถือเป็นคีย์สำคัญ ที่จะกำหนดทางเดินของธุรกิจว่าจะเป็นไปในแนวไหน First Priority หรือสิ่งสำคัญอันดับแรกของผู้ประกอบการ (Entrepreneurs) ที่ชื่อ “จักรพงศ์ ทองสกุล” หรือ “คุณนิค” ไม่ใช่ “เงิน” แต่คือ ความจริงใจ
“นิค” เริ่มต้นสร้างธุรกิจจากความหลงใหล (passion) และชื่นชอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากๆ เขาเสียเงินไปกับการช็อปสกินแคร์สารพัดแบรนด์มาใช้ จนเพื่อนแซวว่า หากเอาเงินพวกนั้นมาซื้อบ้าน คงได้หลายหลัง...ชอบก็คือชอบ ถ้าถูกใจ เท่าไรก็ซื้อได้ และด้วยความชื่นชอบนั้น “นิค” ได้ศึกษาและค้นคว้าส่วนผสมดีๆ โดยเฉพาะออยล์ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่เขาชอบที่สุด และเมื่อเริ่มตกผลึกไอเดีย ลองมาเยอะ ทดสอบมาก็มาก เลยลองมาทำเองดูบ้าง ด้วยความมุ่งมั่นที่ว่า ถ้าทำออกมาแล้วไม่ดีเท่าหรือดีกว่าแบรนด์ที่ตัวเองชอบ ก็จะไม่เอาออกมาขาย
[caption id="attachment_269849" align="aligncenter" width="326"]
จักรพงศ์ ทองสกุล[/caption]
สินค้าเริ่มต้นของ “นิค” คือ สบู่ออร์แกนิก จากความชื่นชอบออยล์มากๆ “นิค” จึงไปคัดสรรออยล์จากต่างประเทศ ที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด แพงที่สุด นำมาเป็นส่วนผสม แต่ผลลัพธ์ คือ ล้มเหลว เนื่องจากสบู่ละลายเร็วเกินไป และยังทำให้คุณภาพออยลดลงไปด้วย หลังจากนั้นเขาก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ โดยได้เพื่อนที่เป็นเภสัชกร เป็นพาร์ตเนอร์ ที่ช่วยปรุงแต่งและผลิตสินค้าออกมาให้ จนในที่สุดก็ได้มาเป็นคลีนซิ่งออยล์ที่มีฟอง ในบรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่าย แนวมินิมอล และเริ่มต้นเปิดช่องทางขายผ่านออนไลน์
ความยากของการเริ่มต้นธุรกิจของ “นิค” คือ การลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เจ็บตัวบ้าง ประสบความสำเร็จบ้าง จนในที่สุดเขาก็สามารถสร้างแบรนด์ “บริสุทธิ์” ออกสู่ตลาดมาแล้วกว่า 3 เดือน วางขายผ่านออนไลน์ และมีหน้าร้านที่โซน Ecotopia ในสยาม ดิสคัฟเวอรี่ และยังมีวางขายที่ สยามพารากอน ด้วย
“นิค บอกว่า เขาไม่มีแผนที่จะขยายช่องทางขาย เพราะต้องการทำให้แบรนด์ “บริสุทธิ์” เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เจาะ Nitche Market สำหรับคนที่ต้องการสกินแคร์ออร์แกนิก และเลือกสรรส่วนผสมที่มาจากออยล์ดีๆ จากทั่วโลกจริงๆ
“เราจริงใจที่จะบอกว่า เราทำอะไรได้บ้าง ไม่โอเวอร์เคลม จริงใจที่จะใช้สิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ เราคัดเลือกสินค้าที่บริสุทธิ์จากทั่วโลก แล้วมาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ เพื่อเป็นความงามที่บริสุทธิ์จริงๆ มันคือ คติประจำใจของเรา”
ย้อนไปนิด นักธุรกิจรุ่นใหม่คนนี้ จบคณะพาณิชย ศาสตร์เเละการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเป็นคนที่ใช้ความสามารถส่วนตัวสร้างธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มต้น เขาเคยเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ จนมาเปิดเป็นโรงเรียนสอนภาษา Nirvada มาแล้ว แต่ตอนนี้จำเป็นต้องปิดไป ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะมาสร้างแบรนด์ “บริสุทธิ์” อย่างจริงจัง
[caption id="attachment_269847" align="aligncenter" width="335"]
จักรพงศ์ ทองสกุล[/caption]
“นิค” ถือเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ ที่เลือกหยิบจับ Passion ของตัวเองในแต่ละเรื่อง มาสร้างให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น ด้วยแนวคิดการทำธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งหวังรายได้เป็น First Priority เขาเล่าว่า เคยมีเพื่อนชวนให้ไปทำครีมราคาไม่สูง แต่ขายดีมาก สร้างรายได้ในระดับ 100 ล้านบาท ด้วยเวลาที่ไม่นาน แต่...เขาเลือกที่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ขายได้เดือนละ 1-2 แสนบาท จนมาถึง 1.6-1.8 ล้านบาทในปัจจุบัน
“ตอนนี้มีเงินมาวางกองอยู่ข้างหน้า เราก็ยกไว้ก่อน แล้วเราไปเก็บทีละ 5 บาท 10 บาท แต่เรามองว่าวันหนึ่งมันก็เหมือนกัน เรามองว่าการสร้างสินค้า ต้องมีความจริงใจ คนให้ความเชื่อถือ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราไปต่อได้ แบบไม่มีที่สิ้นสุด ยั่งยืนกว่า”
นักธุรกิจรุ่นใหม่คนนี้ แนะนำว่า หากคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้ถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่ทำอยู่ เรามี Passion หรือมีความหลงใหลมากแค่ไหน มันทำให้เราอยู่กับมันได้ทั้งวันไหม ถ้าได้ทั้งวันไม่เบื่อ นั่นแสดงว่าเรามี Passion กับมันมากๆ นี่คือความรัก ทำต่อได้เลย แต่ที่สำคัญต้องไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ฉันต้องรวยๆ ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะนั่นคือ ความไม่ยั่งยืนในการทำธุรกิจ
แน่นอนรายได้คือสิ่งสำคัญ แต่ก่อนจะมาซึ่งรายได้ที่ดี ต้องสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพจริงๆ ออกสู่ตลาด หลังจากนั้นก็เริ่มสร้างแบรนด์ ทำความรู้จักกับผู้บริโภค พร้อมทั้งวางเป้าหมายการเติบโต ซึ่ง “นิค” มองว่า เขาต้องการขยายผลิตภัณฑ์ของเขาออกสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมๆ กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเรื่อยๆ จนตอนนี้เขามีสินค้ากว่า 20 ไอเทม และเตรียมจะออกสินค้ากลุ่มสปา และอื่นๆ ตามมาอีก เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่หัวจดเท้า (head to toe) เลยทีเดียว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,350 วันที่ 22 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2561
“นิค” เริ่มต้นสร้างธุรกิจจากความหลงใหล (passion) และชื่นชอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากๆ เขาเสียเงินไปกับการช็อปสกินแคร์สารพัดแบรนด์มาใช้ จนเพื่อนแซวว่า หากเอาเงินพวกนั้นมาซื้อบ้าน คงได้หลายหลัง...ชอบก็คือชอบ ถ้าถูกใจ เท่าไรก็ซื้อได้ และด้วยความชื่นชอบนั้น “นิค” ได้ศึกษาและค้นคว้าส่วนผสมดีๆ โดยเฉพาะออยล์ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่เขาชอบที่สุด และเมื่อเริ่มตกผลึกไอเดีย ลองมาเยอะ ทดสอบมาก็มาก เลยลองมาทำเองดูบ้าง ด้วยความมุ่งมั่นที่ว่า ถ้าทำออกมาแล้วไม่ดีเท่าหรือดีกว่าแบรนด์ที่ตัวเองชอบ ก็จะไม่เอาออกมาขาย
[caption id="attachment_269849" align="aligncenter" width="326"]
สินค้าเริ่มต้นของ “นิค” คือ สบู่ออร์แกนิก จากความชื่นชอบออยล์มากๆ “นิค” จึงไปคัดสรรออยล์จากต่างประเทศ ที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด แพงที่สุด นำมาเป็นส่วนผสม แต่ผลลัพธ์ คือ ล้มเหลว เนื่องจากสบู่ละลายเร็วเกินไป และยังทำให้คุณภาพออยลดลงไปด้วย หลังจากนั้นเขาก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ โดยได้เพื่อนที่เป็นเภสัชกร เป็นพาร์ตเนอร์ ที่ช่วยปรุงแต่งและผลิตสินค้าออกมาให้ จนในที่สุดก็ได้มาเป็นคลีนซิ่งออยล์ที่มีฟอง ในบรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่าย แนวมินิมอล และเริ่มต้นเปิดช่องทางขายผ่านออนไลน์
ความยากของการเริ่มต้นธุรกิจของ “นิค” คือ การลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เจ็บตัวบ้าง ประสบความสำเร็จบ้าง จนในที่สุดเขาก็สามารถสร้างแบรนด์ “บริสุทธิ์” ออกสู่ตลาดมาแล้วกว่า 3 เดือน วางขายผ่านออนไลน์ และมีหน้าร้านที่โซน Ecotopia ในสยาม ดิสคัฟเวอรี่ และยังมีวางขายที่ สยามพารากอน ด้วย
“นิค บอกว่า เขาไม่มีแผนที่จะขยายช่องทางขาย เพราะต้องการทำให้แบรนด์ “บริสุทธิ์” เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เจาะ Nitche Market สำหรับคนที่ต้องการสกินแคร์ออร์แกนิก และเลือกสรรส่วนผสมที่มาจากออยล์ดีๆ จากทั่วโลกจริงๆ
“เราจริงใจที่จะบอกว่า เราทำอะไรได้บ้าง ไม่โอเวอร์เคลม จริงใจที่จะใช้สิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ เราคัดเลือกสินค้าที่บริสุทธิ์จากทั่วโลก แล้วมาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ เพื่อเป็นความงามที่บริสุทธิ์จริงๆ มันคือ คติประจำใจของเรา”
ย้อนไปนิด นักธุรกิจรุ่นใหม่คนนี้ จบคณะพาณิชย ศาสตร์เเละการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเป็นคนที่ใช้ความสามารถส่วนตัวสร้างธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มต้น เขาเคยเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ จนมาเปิดเป็นโรงเรียนสอนภาษา Nirvada มาแล้ว แต่ตอนนี้จำเป็นต้องปิดไป ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะมาสร้างแบรนด์ “บริสุทธิ์” อย่างจริงจัง
[caption id="attachment_269847" align="aligncenter" width="335"]
“นิค” ถือเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ ที่เลือกหยิบจับ Passion ของตัวเองในแต่ละเรื่อง มาสร้างให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น ด้วยแนวคิดการทำธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งหวังรายได้เป็น First Priority เขาเล่าว่า เคยมีเพื่อนชวนให้ไปทำครีมราคาไม่สูง แต่ขายดีมาก สร้างรายได้ในระดับ 100 ล้านบาท ด้วยเวลาที่ไม่นาน แต่...เขาเลือกที่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ขายได้เดือนละ 1-2 แสนบาท จนมาถึง 1.6-1.8 ล้านบาทในปัจจุบัน
“ตอนนี้มีเงินมาวางกองอยู่ข้างหน้า เราก็ยกไว้ก่อน แล้วเราไปเก็บทีละ 5 บาท 10 บาท แต่เรามองว่าวันหนึ่งมันก็เหมือนกัน เรามองว่าการสร้างสินค้า ต้องมีความจริงใจ คนให้ความเชื่อถือ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราไปต่อได้ แบบไม่มีที่สิ้นสุด ยั่งยืนกว่า”
แน่นอนรายได้คือสิ่งสำคัญ แต่ก่อนจะมาซึ่งรายได้ที่ดี ต้องสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพจริงๆ ออกสู่ตลาด หลังจากนั้นก็เริ่มสร้างแบรนด์ ทำความรู้จักกับผู้บริโภค พร้อมทั้งวางเป้าหมายการเติบโต ซึ่ง “นิค” มองว่า เขาต้องการขยายผลิตภัณฑ์ของเขาออกสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมๆ กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเรื่อยๆ จนตอนนี้เขามีสินค้ากว่า 20 ไอเทม และเตรียมจะออกสินค้ากลุ่มสปา และอื่นๆ ตามมาอีก เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่หัวจดเท้า (head to toe) เลยทีเดียว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,350 วันที่ 22 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2561






