
'กฤษฎา' โชว์โปร่งใสทุกขั้นตอน! คุมเข้มสร้าง 'ฝายชะลอน้ำ' ดึง 3 หน่วยป้องทุจริต
"กฤษฎา" โชว์โปร่งใสทุกขั้นตอน สั่ง 4 รองปลัดเกษตรคุมเข้มสร้างฝายชะลอน้ำ ดึง 3 หน่วยป้องทุจริต
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้สั่งการให้รองปลัด 4 คน ประกอบด้วย นายสัตวแพทย์ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวจริยา สุทธิไชยา รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสุรพงษ์ เจียสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนรัฐมนตรีเกษตรฯ ในการกำกับแต่ละกรม (cluster) ให้ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีได้มอบหมาย ในโครงการสร้างฝายชะลอน้ำแบบมีส่วนร่วมของประชาชน
"กระทรวงได้รับงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2561 มาดำเนินการโครงการสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 1,097 แห่ง ในพื้นที่ 45 จังหวัด โดยใช้งบประมาณ 100,000 บาทต่อโครงการ 1 แห่ง แยกเป็นค่าวัสดุ ค่าจ้างแรงงานและค่าฝึกอบรมการก่อสร้างฝายนั้น”
“ให้รองปลัด แต่ละคนขอให้ลงไปช่วยผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินในพื้นที่เป้าหมายประสานงานกับนายอำเภอท้องที่สำรวจและจัดประชุมประชาคมเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันกำหนดพื้นที่ก่อสร้างฝายขนาดเล็กตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่สูงสุด”
ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาและมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโครงการ จึงให้แต่งตั้งตัวแทนประชาชนในหมู่บ้านอย่างน้อย 1-2 คนร่วมเป็นกรรมการตรวจรับงานการก่อสร้างฝายชะลอน้ำตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2561
ส่วนในพื้นที่บางแห่งที่มีการดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหรือมูลนิธิปิดทองหลังพระอยู่ด้วย ก็ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานดังกล่าวทั้ง 2 แห่งเพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการเป็นไปในแนวทางเดียวกันและไม่ซำ้ซ้อนกัน
สำหรับพื้นที่ซึ่งมีแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำอื่นๆอยู่ก่อนแล้วก็ให้ประสานงานกับชลประทานจังหวัดหรือชลประทานพื้นที่หรือหน่วยงานเจ้าของโครงการแหล่งน้ำเหล่านั้น เพื่อหาวิธีการเชื่อมต่อฝายชะลอน้ำขนาดเล็กใหม่กับแหล่งน้ำเดิมให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทั้งแหล่งน้ำใหม่และแหล่งน้ำเดิมให้ได้มากที่สุด หรือในกรณีที่พื้นที่ดำเนินการอยู่ในเขตพื้นที่ของส่วนราชการต่างๆให้ขออนุญาตการใช้พื้นที่จากหน่วยงานนั้นๆให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการด้วย
"การจ้างแรงงานประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำนั้น ให้พิจารณาจ้างประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อน หากไม่เพียงพอหรือไม่มีแรงงานประชาชนให้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาด้านการเกษตรหรืออาชีวะศึกษาในพื้นที่ เพื่อจ้างแรงงานนักศึกษามาดำเนินการซึ่งจะก่อประโยชน์ให้นักศึกษาได้เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำและมีรายได้ด้วย”
ในการฝึกอบรมแรงงานที่จะมาก่อสร้างฝายนั้น ให้ประสานงานกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ ๖ แห่งทั่วประเทศหรือมูลนิธิปิดทองหลังพระหรือปราชญ์ชาวบ้านด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่มาเป็นวิทยากรการฝึกอบรมการก่อสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริหรือตามหลักการของปราชญ์ชาวบ้านที่ประสบความสำเร็จมาแล้วด้วย
นายกฤษฎา กล่าวว่าเพื่อให้การดำเนินการตามโครงการก่อสร้างฝายขนาดเล็กของกรมพัฒนาที่ดินเป็นไปด้วยความโปร่งใสถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
"ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งผู้ตรวจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกตรวจติดตามการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวทั้งก่อนดำเนินการระหว่างดำเนินการและหลังการดำเนินการด้วย ท้ังนี้ให้ส่งบัญชีโครงการให้สำนักงาน ปปท.และสำนักงาน ปปช.รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบโครงการตามที่เห็นสมควร”
อีกทั้งขอให้ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินรวบรวมบัญชีโครงการของแต่ละจังหวัดแล้วประสานงานกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพื่อจัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหรือที่ประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือนโดยให้นำบัญชีโครงการพร้อมรายละเอียดของโครงการแจ้งที่ประชุมทราบด้วย
นายกฤษฎา กล่าวย้ำ การที่กำหนดขั้นตอนการมีส่วนร่วมและให้เชิญองค์กรอิสระเข้าร่วมตรวจสอบตั้งแต่เริ้มโครงการก็เพื่อแสดงให้ภาคส่วนต่างๆในสังคมไทยได้เข้าใจการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ายึดประชาชนหรือเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และประกาศเจตจำนงการทำงานซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใสทุกขั้นตอน
……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
● เกษตรฯเล็งสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 1 พันแห่งใน 45 จังหวัด
● "กฤษฎา"สั่งทบทวนแผนงานกลางปี 3.5 หมื่นล้านใหม่
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้สั่งการให้รองปลัด 4 คน ประกอบด้วย นายสัตวแพทย์ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวจริยา สุทธิไชยา รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสุรพงษ์ เจียสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนรัฐมนตรีเกษตรฯ ในการกำกับแต่ละกรม (cluster) ให้ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีได้มอบหมาย ในโครงการสร้างฝายชะลอน้ำแบบมีส่วนร่วมของประชาชน
"กระทรวงได้รับงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2561 มาดำเนินการโครงการสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 1,097 แห่ง ในพื้นที่ 45 จังหวัด โดยใช้งบประมาณ 100,000 บาทต่อโครงการ 1 แห่ง แยกเป็นค่าวัสดุ ค่าจ้างแรงงานและค่าฝึกอบรมการก่อสร้างฝายนั้น”
“ให้รองปลัด แต่ละคนขอให้ลงไปช่วยผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินในพื้นที่เป้าหมายประสานงานกับนายอำเภอท้องที่สำรวจและจัดประชุมประชาคมเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันกำหนดพื้นที่ก่อสร้างฝายขนาดเล็กตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่สูงสุด”
ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาและมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโครงการ จึงให้แต่งตั้งตัวแทนประชาชนในหมู่บ้านอย่างน้อย 1-2 คนร่วมเป็นกรรมการตรวจรับงานการก่อสร้างฝายชะลอน้ำตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2561
ส่วนในพื้นที่บางแห่งที่มีการดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหรือมูลนิธิปิดทองหลังพระอยู่ด้วย ก็ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานดังกล่าวทั้ง 2 แห่งเพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการเป็นไปในแนวทางเดียวกันและไม่ซำ้ซ้อนกัน
สำหรับพื้นที่ซึ่งมีแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำอื่นๆอยู่ก่อนแล้วก็ให้ประสานงานกับชลประทานจังหวัดหรือชลประทานพื้นที่หรือหน่วยงานเจ้าของโครงการแหล่งน้ำเหล่านั้น เพื่อหาวิธีการเชื่อมต่อฝายชะลอน้ำขนาดเล็กใหม่กับแหล่งน้ำเดิมให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทั้งแหล่งน้ำใหม่และแหล่งน้ำเดิมให้ได้มากที่สุด หรือในกรณีที่พื้นที่ดำเนินการอยู่ในเขตพื้นที่ของส่วนราชการต่างๆให้ขออนุญาตการใช้พื้นที่จากหน่วยงานนั้นๆให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการด้วย
"การจ้างแรงงานประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำนั้น ให้พิจารณาจ้างประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อน หากไม่เพียงพอหรือไม่มีแรงงานประชาชนให้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาด้านการเกษตรหรืออาชีวะศึกษาในพื้นที่ เพื่อจ้างแรงงานนักศึกษามาดำเนินการซึ่งจะก่อประโยชน์ให้นักศึกษาได้เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำและมีรายได้ด้วย”
ในการฝึกอบรมแรงงานที่จะมาก่อสร้างฝายนั้น ให้ประสานงานกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ ๖ แห่งทั่วประเทศหรือมูลนิธิปิดทองหลังพระหรือปราชญ์ชาวบ้านด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่มาเป็นวิทยากรการฝึกอบรมการก่อสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริหรือตามหลักการของปราชญ์ชาวบ้านที่ประสบความสำเร็จมาแล้วด้วย
นายกฤษฎา กล่าวว่าเพื่อให้การดำเนินการตามโครงการก่อสร้างฝายขนาดเล็กของกรมพัฒนาที่ดินเป็นไปด้วยความโปร่งใสถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
"ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งผู้ตรวจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกตรวจติดตามการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวทั้งก่อนดำเนินการระหว่างดำเนินการและหลังการดำเนินการด้วย ท้ังนี้ให้ส่งบัญชีโครงการให้สำนักงาน ปปท.และสำนักงาน ปปช.รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบโครงการตามที่เห็นสมควร”
อีกทั้งขอให้ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินรวบรวมบัญชีโครงการของแต่ละจังหวัดแล้วประสานงานกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพื่อจัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหรือที่ประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือนโดยให้นำบัญชีโครงการพร้อมรายละเอียดของโครงการแจ้งที่ประชุมทราบด้วย
นายกฤษฎา กล่าวย้ำ การที่กำหนดขั้นตอนการมีส่วนร่วมและให้เชิญองค์กรอิสระเข้าร่วมตรวจสอบตั้งแต่เริ้มโครงการก็เพื่อแสดงให้ภาคส่วนต่างๆในสังคมไทยได้เข้าใจการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ายึดประชาชนหรือเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และประกาศเจตจำนงการทำงานซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใสทุกขั้นตอน
……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
● เกษตรฯเล็งสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 1 พันแห่งใน 45 จังหวัด
● "กฤษฎา"สั่งทบทวนแผนงานกลางปี 3.5 หมื่นล้านใหม่






