
‘จัสท์ บาย’สู้ศึกค้าปลีกวันไพรซ์
โรบินสันเล็งปรับลุค “จัสท์ บาย” หลังกระแสสินค้าวันไพรซ์แรง พร้อมเพิ่มไลน์สินค้าทั้งแอกเซสซอรี เครื่องเขียน กิฟต์ช็อป คาดเผยโฉมใหม่ที่เซ็นทรัล พระราม 9 ปลายไตรมาส 2
[caption id="attachment_267387" align="aligncenter" width="391"]
อรวรรณ ทิพย์สุวรรณพร[/caption]
นางอรวรรณ ทิพย์สุวรรณพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นโยบายของโรบินสันจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้กับกลุ่มสินค้าไพรเวต เลเบล (Private Label) หรือสินค้าที่โรบินสันทำการตลาดและจัดจำหน่ายเอง โดยเฉพาะแบรนด์จัสท์ บาย (Just Buy) ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มไพรเวต เลเบล โดยมีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยจุดเด่นของจัสท์ บาย คือเป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้าราคาเดียว คือ ทุกอย่าง 60 บาท และกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะเลือกซื้อได้ง่าย ในราคาคุ้มค่า และมีความหลากหลายของสินค้าซึ่งแบ่งออกเป็น 8 หมวด อาทิ ของใช้ส่วนตัว, อุปกรณ์เครื่องครัว, กิฟต์ช็อป เป็นต้น
“วันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ให้ความนิยมในสินค้ากลุ่มวันไพรซ์ หรือสินค้าราคาเดียวมากขึ้น ถือเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าในปีนี้ก็ยังได้รับความนิยมเห็นได้จากการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวตามไปด้วย”
โดยในปีนี้บริษัทเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ให้มากขึ้น ตามความต้อง การของลูกค้า อาทิ กลุ่มสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยี เครื่องเขียน กิฟต์ช็อป ฯลฯ ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับแหล่งผลิต ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่จำหน่ายมีทั้งที่ผลิตในประเทศไทย และนำเข้าจากจีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เป็นต้น
อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนปรับการจัดเรียงสินค้า การตกแต่งร้าน ตลอด จนการให้บริการ และทำเลที่ตั้งของสาขาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดย สาขาที่จะเริ่มปรับปรุงได้แก่ เซ็นทรัล พระราม 9 และเมกาบางนา คาดว่าจะเห็นภาพลักษณ์ใหม่ของจัสท์ บายในปลายไตรมาส 2 นี้
“จัสท์ บาย ช่วยดึงให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการในโรบินสันมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาพบว่า มีลูกค้าใหม่ที่เข้ามาใช้บริการในจัสท์ บายเพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนคน โดยเป็นกลุ่มแวลู คัสตอมเมอร์ ซึ่งนอกจากจะมาเลือกซื้อสินค้าในจัสท์ บายก็หันไปซื้อสินค้าในแผนกอื่นๆ ด้วย ทำให้บริษัทมองว่าเป็นโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น”
สำหรับกลุ่มสินค้าไพรเวต เลเบล ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายราว 11.3% ของยอดขายรวมโรบินสัน ซึ่งมียอดขายราว 2.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งนอกจากแบรนด์จัสท์ บายแล้ว ยังมีแบรนด์เพย์ เลส ชูซอร์ส, เบบี้ ช็อป, เอฟ โอ เอฟ, โฮม แอนด์ โค เป็นต้น ด้วยนโยบายของโรบินสันที่จะรุกหนักในปีนี้ทำให้คาดว่าสัดส่วนยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 13%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561
[caption id="attachment_267387" align="aligncenter" width="391"]
นางอรวรรณ ทิพย์สุวรรณพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นโยบายของโรบินสันจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้กับกลุ่มสินค้าไพรเวต เลเบล (Private Label) หรือสินค้าที่โรบินสันทำการตลาดและจัดจำหน่ายเอง โดยเฉพาะแบรนด์จัสท์ บาย (Just Buy) ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มไพรเวต เลเบล โดยมีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยจุดเด่นของจัสท์ บาย คือเป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้าราคาเดียว คือ ทุกอย่าง 60 บาท และกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะเลือกซื้อได้ง่าย ในราคาคุ้มค่า และมีความหลากหลายของสินค้าซึ่งแบ่งออกเป็น 8 หมวด อาทิ ของใช้ส่วนตัว, อุปกรณ์เครื่องครัว, กิฟต์ช็อป เป็นต้น
“วันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ให้ความนิยมในสินค้ากลุ่มวันไพรซ์ หรือสินค้าราคาเดียวมากขึ้น ถือเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าในปีนี้ก็ยังได้รับความนิยมเห็นได้จากการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวตามไปด้วย”
โดยในปีนี้บริษัทเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ให้มากขึ้น ตามความต้อง การของลูกค้า อาทิ กลุ่มสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยี เครื่องเขียน กิฟต์ช็อป ฯลฯ ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับแหล่งผลิต ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่จำหน่ายมีทั้งที่ผลิตในประเทศไทย และนำเข้าจากจีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เป็นต้น
“จัสท์ บาย ช่วยดึงให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการในโรบินสันมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาพบว่า มีลูกค้าใหม่ที่เข้ามาใช้บริการในจัสท์ บายเพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนคน โดยเป็นกลุ่มแวลู คัสตอมเมอร์ ซึ่งนอกจากจะมาเลือกซื้อสินค้าในจัสท์ บายก็หันไปซื้อสินค้าในแผนกอื่นๆ ด้วย ทำให้บริษัทมองว่าเป็นโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น”
สำหรับกลุ่มสินค้าไพรเวต เลเบล ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายราว 11.3% ของยอดขายรวมโรบินสัน ซึ่งมียอดขายราว 2.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งนอกจากแบรนด์จัสท์ บายแล้ว ยังมีแบรนด์เพย์ เลส ชูซอร์ส, เบบี้ ช็อป, เอฟ โอ เอฟ, โฮม แอนด์ โค เป็นต้น ด้วยนโยบายของโรบินสันที่จะรุกหนักในปีนี้ทำให้คาดว่าสัดส่วนยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 13%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561






