thansettakij
thansettakij
มองอินเดียในมุมใหม่ เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน

มองอินเดียในมุมใหม่ เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน

07 มี.ค. 61 | 06:41 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 61 | 07:39 น.
ต้องยอมรับว่าใน ช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกได้เคลื่อนจากจีนไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินเดียมากขึ้น ซึ่งในรายงานการวิจัยของศูนย์พัฒนาแห่งชาติของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ล่าสุดบอกว่า แนวโน้มจะเป็นแบบนี้ไปอีกกว่า 10 ปี เนื่องจากอินเดียมีโอกาสที่จะกระจายการลงทุนไปสู่ภาคการผลิตและการส่งออกได้หลากหลายมากขึ้น โดยคาดว่า อีก 8 ปี เศรษฐกิจอินเดียจะแซงจีนเกือบเท่าตัว โดยปี 2568 จีดีพีอินเดียจะโตอยู่ที่ 7.72% ขณะที่จีนจะหดตัวลงมาอยู่ที่ 4.41% เท่านั้น

“อินเดียเป็นประเทศมหาอำนาจที่กำลังมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการเมือง และเศรษฐกิจ” นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดียบอกเล่ากับ “ฐานเศรษฐกิจ”ในระหว่างร่วมนำคณะผู้แทนไทยเยือนอินเดียเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการเงิน ณ เมืองมุมไบ ระหว่างวันที่ 13-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

[caption id="attachment_265158" align="aligncenter" width="503"] ชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย[/caption]

ท่านทูตชุตินทรยังบอกอีกว่า หลายคนอาจจะมีความพึงพอใจว่า ไทยได้ดุลการค้ากับอินเดียมาตลอด แต่มูลค่าการค้าไทยกับอินเดียปีที่ผ่านมาเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯนั้นน้อยกว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชาเสียอีกเพราะฉะนั้นสำหรับประเทศที่มีประชากร 1.3 พันล้านคนถือว่าน้อยมาก และไทย เป็นคู่ค้าอันดับ 4 สำหรับอินเดียแน่นอนว่า ในอนาคตไทยยังต้องยึดเกาะกับจีนตลาดอาเซียน แต่อินเดียก็อยู่เป็นประเทศเพื่อนบ้านละแวกเดียวกับไทยแค่นี้แหละ

จุดแข็งของอินเดียคือ ภาคบริการ การใช้นวัตกรรมของสาขาการเงิน ซึ่ง Fintech ก็เป็นนวัตกรรมของภาคการเงินที่ขึ้นชื่อ จึงเห็นว่า ควรเจาะเรื่องนี้เพื่อจะได้เห็นว่า ประเทศที่เริ่มเหมือนเรา แต่มีความก้าวหน้าพอสมควร เราอาจจะเรียนรู้จากเขาได้ และที่แตกต่างคือ อินเดียเติบโตจากภาคคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ซึ่งมันมีผลมากกับเรื่อง ฟินเทค เพราะจะนำไปสู่อี-คอมเมิร์ซว่า จะซื้อขายอย่างไร นำมาสู่ตลาดหุ้นการระดมทุน มีพัฒนาการและความเชื่อมต่อได้

นอกจากมีทรัพยากรมนุษย์แล้วอินเดียยังมีนวัตกรรม จึงมา ดูว่า เขาบริหารความเสี่ยงอย่างไร เพราะที่อินเดียจะมีขบวนการว่า ถ้าผิดแล้วจะกลับไปสู่จุดเดิมได้อย่างไร เหมือนที่ภาษาอังกฤษว่า risk appetite คือ บริโภคความเสี่ยงได้ เพราะนวัตกรรมต้องมาพร้อมกับการบริโภคความเสี่ยง ส่วนที่เราจะนำมาขายกับเขาคือ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพราะอินเดียยังมองไทยในมุมที่จำกัด แต่เรามีต้นทุนเดิมที่เขาชอบเมืองไทย เชื่อมโยงวัฒนธรรม คนไทยดี อาหารไทยอร่อย ศาสนาพุทธจะเป็นจุดเชื่อม แต่เราต้องนำอีอีซีให้มันตอบโจทย์ทางด้านการค้าการลงทุนให้ได้

บาร์ไลน์ฐาน “อินเดียยังมองข้ามไทย ถ้าระดับมาตรฐานจะมองที่สิงคโปร์ ถ้าเป็นเรื่องลงทุนจะมองที่ มาเลเซียอินโดนีเซีย เวียดนาม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องการตลาดของเราด้วย แต่เราก็ต้องถามตัวเองว่า คนไทยมองอินเดียแค่ไหน บริษัทไทยที่อยู่ในอินเดีย จากข้อมูลของสถานทูตมี 26 บริษัทซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ๆและไม่ค่อยมีรายใหม่ ปีนี้มีบริษัทเดิม แต่ทำธุรกิจใหม่ๆแต่ที่มาใหม่ยังไม่ค่อยเยอะดังนั้นเป้าหมายคืออยากให้คนมาเห็นเพราะเชื่อว่า เมื่อมาเห็นภาพจะต้องดีกว่าที่มีอยู่เดิม เพราะให้มองอินเดียใหม่”

ที่ผ่านมาเราอาจจะมุ่งการคํ้าที่จีนมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเราต้องเกาะตลาดใหญ่ แต่จีนก็เหมือนเราที่ประชากรอายุมากขึ้น เราต้องหาตลาดใหม่ อินเดีย อายุเฉลี่ยแค่ 34 ปีเท่านั้นเอง และขนาดของชนชั้นกลางจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากที่มี 300-400 ล้านคน เราต้องสร้างความสนใจ ทำอย่างไรให้เราอยู่ในเป้าสายตาเขา รัฐบาลเองต้องเร่งเจรจาการค้าต่างๆให้สำเร็จ อุปสรรคเขาคืออะไร ข้อกังวลเราคืออะไร ต้องหาทางลงให้ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะหากสำเร็จจะเปิดโอกาสได้อีกมาก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว