thansettakij
thansettakij
บัญชีเดียวอืดจี้รัฐใช้ยาแรงจูงใจเอสเอ็มอี

บัญชีเดียวอืดจี้รัฐใช้ยาแรงจูงใจเอสเอ็มอี

05 ก.พ. 61 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 61 | 14:48 น.
เอสเอ็มอีบัญชีเดียวอืดยื่นจดแค่ 2.7 แสนราย ผู้ประกอบการโอดไม่ยุติธรรมคนเข้าระบบถูกตรวจสอบสารพัด แถมแบกต้นทุนสูงกว่ากลุ่มนอกระบบ เสนอลดภาษีโอนทรัพย์สินจูงใจเอสเอ็มอีรายย่อยจดทะเบียน

โครงการเอสเอ็มอีบัญชีเดียว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ปี 2562 ที่กรมสรรพากร กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้ง 3 ส่วน คือนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบุคคลธรรมดา ที่คาดว่ามีจำนวน2.8 ล้านราย ปรากฏว่าขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องขอจดแจ้งจำนวน274,647 รายเท่านั้น

ทั้งนี้พระราชกำหนดการยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรพ.ศ.2558 กำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องแสดงงบการเงินที่แจ้งต่อกรมสรรพากรในการยื่นรายการภาษีเงินได้เป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงินและการขออนุมัติสินเชื่อกับสถาบันการเงินเท่านั้น

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง กล่าวว่า ธปท.กำลังทำประชาพิจารณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สถาบันเอสเอสเอ็มอีในเร็วๆนี้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน และหามาตรการมาช่วยสนับสนุนให้เอสเอ็มอียื่นจดทะเบียนการค้ากับกรมสรรพากร

“ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียน 7-8 แสนราย ขึ้นทะเบียนเข้าระบบปีละ 4 แสนราย แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรวมทั้งรายบุคคลที่ทำธุรกิจ 2.7-2.8 ล้านราย ปัจจุบันยังอยู่นอกระบบจำนวนมาก”

บาร์ไลน์ฐาน แหล่งข่าวกล่าวว่า จากที่หารือกับผู้ประกอบการพบว่าส่วนหนึ่งมองมาตรการบัญชีเดียวเป็นการเลือกบังคับเฉพาะรายที่กู้เงินผ่านธนาคาร ซึ่งถือว่าไม่ยุติธรรมกับผู้ที่เข้าระบบ เสมือนทำโทษรายที่เข้าระบบทำถูกกฎหมาย อีกทั้งรายที่เข้าระบบอาจเสียเปรียบจากการทำตลาดซึ่งเสียภาษีถูกต้อง แต่รายที่ไม่เข้าระบบกลับทำยอดขายได้มากกว่า ซึ่งทางการควรจะมีมาตรการปูพรมให้ผู้ประกอบการทุกรายเข้าสู่ระบบพร้อมกันทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมลํ้า

ปัจจุบันสมาคมธนาคารไทยอยู่ระหว่างหารือความเป็นไปได้ในทางปฎิบัติตามกฎหมายหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า แม้ว่าทุกธนาคารพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าการใช้บัญชีชุดเดียววิเคราะห์สถานะลูกค้านั้นจะต้องปรับลดวงเงินสินเชื่อจากเดิมที่เคยได้รับหรือไม่ และอาจทำให้การอนุมัติสินเชื่อยากขึ้น

ในส่วนของลูกค้ารายบุคคลนั้นต้องมีกระบวนการต่างๆ ซึ่งเป็นต้นทุน ถ้าจะเข้าสู่ระบบบัญชีชุดเดียว ซึ่งถ้าเป็นไปได้ขอให้หน่วยงานรัฐสนับสนุน เช่น การโอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินเ ข้าบริษัท/นิติบุคคลต้องมีภาษีทรัพย์สินหรือค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง

“ทุกแบงก์พร้อมใช้บัญชีชุดเดียว Audit แต่ถ้าแบงก์ทำฝ่ายเดียววงเงินสินเชื่อจะมีปัญหาเพราะลูกค้ายังไม่พร้อม แต่การใช้บัญชีชุดเดียวเป็นมาตรฐานเป็นเรื่องดีจึงควรจะมีมาตรการบังคับให้ผู้ประกอบการทุกรายเข้าระบบเพื่อเกิดความเท่าเทียมแต่จุดนี้ก็เป็นความท้าทายสรรพากร”

แหล่งข่าวอีกรายระบุว่าผู้ประกอบการที่มียอดขายตํ่ากว่า20 ล้านบาท รวมถึงวงเงิน 2 ล้านบาท 5 ล้านบาทส่วนใหญ่ยังทำการค้าในนามบุคคลเพราะกลัวเสียภาษี โดยสภาพผู้ประกอบการกลุ่มนี้ยังล้มลุกคลุกคลานดังนั้นหากจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายภายในปีนี้จะต้องหาสิทธิประโยชน์พิเศษเพื่อดึงกลุ่มนี้เข้าระบบไม่ว่าจะลดอัตราดอกเบี้ย หรือแนวทางช่วยเหลืออื่นๆเพื่อให้ผู้ประกอบการมีทางสู้

ad-hoon-1 ในหลักการทุกธนาคารยืนภายใต้นโยบายของธปท.และรัฐบาลส่วนกลยุทธ์นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)พยายามหารือหลายรอบแล้ว เพราะบัญชีชุดเดียวจะทำให้เอสเอ็มอีแข็งแรงขึ้นรู้กำไรหรือขาดทุนซึ่งเป็นเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อของทุกธนาคารอยู่แล้ว ทั้งนี้หากทางการมีมาตรการซัพพอร์ตออกมาทั้งปีนี้เชื่อว่าเอสเอ็มอีไซซ์จิ๋วจะเข้ามาในระบบได้ถึง 80-90%

รายงานข่าวจากกรมสรรพากรระบุว่า กรมสรรพากรได้สั่งการไปยังสรรพากรเขตพื้นที่ให้กวดขันผู้ประกอบการร้านค้ายื่นแบบภาษีและจดทะเบียนบัญชีเดียว หากสรรพากรไปตรวจและพบภายหลังอาจจะโดนตรวจสอบภาษีย้อนหลังที่เข้มข้นขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,337 วันที่ 4 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว