
‘ไทฯครับ’เล็งต่อยอดแตกไลน์เน้นวรรณคดีไทยดันรายได้โต
แบรนด์ไทฯครับเตรียมต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มคาแรกเตอร์พระราม นางสีดา ทศกัณฐ์ พร้อมแตกไลน์ไปสู่วรรณคดีไทยเงาะป่า และผีตาโขน เผยแผนออกงานแสดงสินค้าเข้าถึงผู้บริโภค เชื่อดันรายได้โตได้ 2-3 ล้านบาทปี 61
นายนันทชัย สันทัดการ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจแบรนด์ “ไทฯครับ” (Thai Craft) ผู้ผลิตและจำหน่ายตุ๊กตาเด็กจุกชุดโขน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้มีแผนที่จะต่อยอดไปสู่คาแรกเตอร์อื่น เช่น พระราม นางสีดา และพระลักษณ์ เป็นต้น เพื่อขยายกลุ่มลูกค้า รวมถึงสร้างความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น จากเดิมที่มีคาแรกเตอร์ตัวละครที่จำหน่ายอยู่ คือ ยักษ์ และหนุมาน นอกจากนี้ ในอนาคตแบรนด์ “ไทฯครับ” ก็จะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่วรรณคดีไทยเรื่องอื่น โดยเรื่องที่ทางทีมเห็นพ้องต้องกันก็คือเรื่องเงาะป่า และผีตาโขน ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตรายใดในประเทศเคยทำมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ยังมีแผนออกงานแสดงสินค้า เพื่อเข้าหาผู้บริโภคโดยตรง โดยมองไว้ที่การออกงานที่เกี่ยวกับงานแสดงสินค้าของขวัญ และงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) ซึ่งจะมีการจัดขึ้น 2 ครั้งที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนาในช่วงต้นปี และปลายปี โดยคาดหวังว่าจะได้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ จากเดิมที่ผลิตภัณฑ์จะมีวางจำหน่ายที่คิง เพาเวอร์, ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, สยาม เซ็นเตอร์, ร้านแถวถนนพระอาทิตย์ และหมู่บ้านโขน นอกจากนี้ยังมีการทำตลาดในช่องทางออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้จากกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ เชื่อว่าจะสามารถทำให้รายได้เติบโตขึ้นได้ประมาณ 2 เท่า หรือเพิ่มเป็น 2-3 ล้านบาทจากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.2-1.3 ล้านบาทโดยจุดเด่นของตุ๊กตาเด็กจุกหัวโขนแบรนด์ “ไทฯครับ” อยู่ที่การหยิบยกเอาคาแรกเตอร์ตัวละครจากวรรณคดีไทยมาทำเป็นตุ๊กตาในรูปแบบที่น่ารัก โดยจะทำให้เด็กไทยสนใจที่จะติดตามต่อว่า คาแรกเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวมีที่มาที่ไปอย่างไร เสมือนได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้รับรู้ ซึ่งเราจะสอดแทรกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครไว้ที่แพ็กเกจจิ้ง ด้วยและที่สำคัญยังเป็นการนำ 2 เอกลักษณ์ของไทยมาไว้ในผลิตเดียวกัน ได้แก่ เด็กหัวจุก และโขน
“ที่ทำตุ๊กตาในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีไทยก็เพราะปัจจุบันมีตุ๊กตาจากต่างประเทศที่เป็นสินค้ามีลิขสิทธิ์เข้ามาทำตลาด และค่อนข้างจะได้รับความนิยมจากเด็กไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เราจึงต้องการทำให้ตุ๊กตาเด็กจุกหัวโขนแบรนด์ ไทฯครับ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ให้เด็กไทยได้รับรู้ถึงความเป็นไทย และภูมิใจในเอกลักษณ์ของความเป็นไทย”
ส่วนกุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจ จะเลือกทำในสิ่งที่ตนเองถนัด และมีใจรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาทำแบรนด์ รวมถึงออกแบบโลโก และสร้างมาสคอตให้กับผู้อื่นมามาก เพราะฉะนั้นเชื่อว่าหากทำในสิ่งที่ตนเองรักก็น่าจะทำออกมาได้ดี และมีความรู้สึกสนุกไปกับการทำงาน ซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
สำหรับแบรนด์ “ไทฯครับ” เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักออกแบบ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และคาแรกเตอร์ดีไซน์อย่างนายปัณณธร ปานทอง, นายสุรพงษ์ แดงผ่องศรี, นายนันทชัย สันทัดการ และนายกุลธวัช เจริญผล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายนันทชัย สันทัดการ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจแบรนด์ “ไทฯครับ” (Thai Craft) ผู้ผลิตและจำหน่ายตุ๊กตาเด็กจุกชุดโขน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้มีแผนที่จะต่อยอดไปสู่คาแรกเตอร์อื่น เช่น พระราม นางสีดา และพระลักษณ์ เป็นต้น เพื่อขยายกลุ่มลูกค้า รวมถึงสร้างความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น จากเดิมที่มีคาแรกเตอร์ตัวละครที่จำหน่ายอยู่ คือ ยักษ์ และหนุมาน นอกจากนี้ ในอนาคตแบรนด์ “ไทฯครับ” ก็จะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่วรรณคดีไทยเรื่องอื่น โดยเรื่องที่ทางทีมเห็นพ้องต้องกันก็คือเรื่องเงาะป่า และผีตาโขน ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตรายใดในประเทศเคยทำมาก่อน
ทั้งนี้จากกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ เชื่อว่าจะสามารถทำให้รายได้เติบโตขึ้นได้ประมาณ 2 เท่า หรือเพิ่มเป็น 2-3 ล้านบาทจากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.2-1.3 ล้านบาทโดยจุดเด่นของตุ๊กตาเด็กจุกหัวโขนแบรนด์ “ไทฯครับ” อยู่ที่การหยิบยกเอาคาแรกเตอร์ตัวละครจากวรรณคดีไทยมาทำเป็นตุ๊กตาในรูปแบบที่น่ารัก โดยจะทำให้เด็กไทยสนใจที่จะติดตามต่อว่า คาแรกเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวมีที่มาที่ไปอย่างไร เสมือนได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้รับรู้ ซึ่งเราจะสอดแทรกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครไว้ที่แพ็กเกจจิ้ง ด้วยและที่สำคัญยังเป็นการนำ 2 เอกลักษณ์ของไทยมาไว้ในผลิตเดียวกัน ได้แก่ เด็กหัวจุก และโขน
ส่วนกุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจ จะเลือกทำในสิ่งที่ตนเองถนัด และมีใจรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาทำแบรนด์ รวมถึงออกแบบโลโก และสร้างมาสคอตให้กับผู้อื่นมามาก เพราะฉะนั้นเชื่อว่าหากทำในสิ่งที่ตนเองรักก็น่าจะทำออกมาได้ดี และมีความรู้สึกสนุกไปกับการทำงาน ซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






