
กรมชลฯชี้อ่างฯนฤบดินทรจินดาป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำแม่น้ำบางปะกง
กรมชลฯชี้อ่างฯนฤบดินทรจินดาป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำแม่น้ำบางปะกง
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี กรมชลประทาน ได้วางมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำบางปะกง โดยวางแผนใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง อาทิ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ่างเก็บน้ำคลองระบม อ่างเก็บน้ำพระปรง อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล และอ่างเก็บน้ำคลองพระสทึง เป็นต้น เพื่อควบคุมความเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้ามาส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำ แต่ในบางปีปริมาณน้ำต้นทุนจากอ่างฯเหล่านี้ มีไม่เพียงพอที่จะระบายลงมาเจือจางความเค็มได้อย่างเต็มศักยภาพ ทำให้บางปีความเค็มรุกล้ำเข้าไปถึงบริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ระยะทางกว่า 190 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ที่ไม่สามารถนำน้ำประปามาฟอกเลือดและล้างเครื่องมือทางการแพทย์ได้ ต้องขอสนับสนุนน้ำสะอาดจากภาครัฐและเอกชน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่กรมชลประทาน ได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สามารถเก็บกักน้ำได้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 เป็นต้นมา ทำให้ลุ่มน้ำบางปะกงมีแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น ช่วยเสริมศักยภาพการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกงได้มากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง ฤดูแล้ง ปี 2560 และปี 2561 ค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกงบริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่เพิ่มสูงขึ้นดังเช่นหลายๆปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาฯ ลงมาช่วยควบคุมค่าความเค็ม ทำให้บริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ไม่มีปัญหาในเรื่องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและผลิตประปาเหมือนดังอดีตที่ผ่านมา
สำหรับสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกง ปัจจุบัน(27 ม.ค. 61) ค่าความเค็มบริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนที่เขื่อนทดน้ำบางปะกง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา วัดได้เพียง 0.26 กรัมต่อลิตร และบริเวณอ.เมืองฉะเชิงเทรา วัดได้ 0.30 กรัมต่อลิตร การประปาส่วนภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา กลุ่มเกษตรกร และทุกภาคส่วน ยังสามารถใช้น้ำจากแม่น้ำบางปะกงทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี กรมชลประทาน ได้วางมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำบางปะกง โดยวางแผนใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง อาทิ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ่างเก็บน้ำคลองระบม อ่างเก็บน้ำพระปรง อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล และอ่างเก็บน้ำคลองพระสทึง เป็นต้น เพื่อควบคุมความเค็มไม่ให้รุกล้ำเข้ามาส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำ แต่ในบางปีปริมาณน้ำต้นทุนจากอ่างฯเหล่านี้ มีไม่เพียงพอที่จะระบายลงมาเจือจางความเค็มได้อย่างเต็มศักยภาพ ทำให้บางปีความเค็มรุกล้ำเข้าไปถึงบริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ระยะทางกว่า 190 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ที่ไม่สามารถนำน้ำประปามาฟอกเลือดและล้างเครื่องมือทางการแพทย์ได้ ต้องขอสนับสนุนน้ำสะอาดจากภาครัฐและเอกชน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่กรมชลประทาน ได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สามารถเก็บกักน้ำได้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 เป็นต้นมา ทำให้ลุ่มน้ำบางปะกงมีแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น ช่วยเสริมศักยภาพการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกงได้มากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง ฤดูแล้ง ปี 2560 และปี 2561 ค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกงบริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่เพิ่มสูงขึ้นดังเช่นหลายๆปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาฯ ลงมาช่วยควบคุมค่าความเค็ม ทำให้บริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ไม่มีปัญหาในเรื่องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและผลิตประปาเหมือนดังอดีตที่ผ่านมา
สำหรับสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกง ปัจจุบัน(27 ม.ค. 61) ค่าความเค็มบริเวณอ.เมือง จ.ปราจีนบุรี อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนที่เขื่อนทดน้ำบางปะกง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา วัดได้เพียง 0.26 กรัมต่อลิตร และบริเวณอ.เมืองฉะเชิงเทรา วัดได้ 0.30 กรัมต่อลิตร การประปาส่วนภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา กลุ่มเกษตรกร และทุกภาคส่วน ยังสามารถใช้น้ำจากแม่น้ำบางปะกงทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ






