
“อุตตม”ชงครม.ช่วยเอสเอ็มอีลดผลกระทบปรับค่าแรง
“อุตตม”เล็งถกกกร. หามาตรการช่วยหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ พร้อมเตรียมเสนอโครงการช่วยลดต้นทุนเอสเอ็มอีเข้าที่ประชุมครม. 30 ม.ค.นี้ หวังช่วยเอสเอ็มอี 5 หมื่นราย
[caption id="attachment_253686" align="aligncenter" width="503"]
นายอุตตม สาวนายน[/caption]
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในที่ 29 มกราคมนี้ จะประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อหารือถึงการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย หลังจากที่มีมติการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำขึ้น
โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น จะเสนอโครงการพัฒนายกระดับผลิตภาพเอสเอ็มอี 4.0 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 30 มกราคมนี้ โดยจะจัดทำเป็นแผนตลอดทั้งโครงการในระยะเวลา 3 ปี (2561-2563) เพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิต ลดต้นทุน และส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ 5 หมื่นราย ให้มีความสามารถในการแข่งขัน ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น ดูแลต้นทุนของเอสเอ็มอีให้ต่ำลง ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรโดยเชื่อมโยงกับกองทุน ทรานส์ฟอร์เมชั่น ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเรื่องกระบวนการจัดซื้อทั้งวัตถุดิบและเครื่องจักร เป็นต้น
ทั้งนี้ ตามกรอบการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ในปีแรกจะช่วยเหลือได้ประมาณ1 หมื่นราย ใช้งบประมาณ 800-1,000 ล้านบาท และปีที่2 ประมาณ 2 หมื่นราย และปีที่ 3 อีก 2 หมื่นราย โดยคาดว่าเมื่อเอสเอ็มอีได้เข้าร่วมโครงการแล้ว จะช่วยลดต้นทุนธุรกิจได้เฉลี่ย 10% ในปีแรก
นายอุตตม กล่าวว่า สำหรับการคัดเลือกเอสเอ็มอีที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกับกกร. โดยเบื้องต้นจะให้ กกร.เป็นผู้ช่วยประสานข้อมูลเอสเอ็มอีที่มีความพร้อม เนื่องจากมีข้อมูลของเอสเอ็มอีอยู่แล้ว และจะขอความร่วมมือให้ช่วยจัดกลุ่มธุรกิจให้ตรงกับเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศด้วย ขณะเดียวกันจะบูรณาการการทำงานไปกับมาตรการ 9 ข้อ เพื่อขับเคลื่อนเอสเอ็มอีของประเทศ
สำหรับมาตรการดังกล่าวนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าไปเสริมและยึดโยงกับ 9 มาตรการ โดยจะต้องทำงานร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงค์ ร่วมสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติในการเข้าไปวินิจฉัยว่า เอสเอ็มอีแต่ละรายที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปรับตรงไหนเพื่อเพิ่มโปรดักส์ทิวิตี้ ด้วย ซึ่งการลดต้นทุน 10% ถือว่าเป็นการลดต้นทุนที่เยอะมาก ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตประมาณ 30%
อนึ่ง มาตรการ 9 ข้อ เพื่อพัฒนาส่งเสริมเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 1.การขยายศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ไอทีซี) ทั่วประเทศ 23 แห่ง ซึ่งจะให้บริการเครื่องจักรกลาง และพื้นที่โค-เวิร์กกิ้งสเปส เพื่อให้เอสเอ็มอีมีพื้นที่ในการพัฒนาสินค้าต้นแบบใหม่ๆ 2.ศูนย์สนับสนุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ทำหน้าที่รับเรื่องบูรณาการที่ปรึกษา รับคำขอกู้เงิน แก้ไขปัญหาและส่งต่อเอสเอ็มอี 3.การสร้างโค้ช 4.จัดทำข้อมูลประชากรเอสเอ็มอีของประเทศ ที่สามารถใช้วิเคราะห์โครงสร้างและสถานการณ์เอสเอ็มอีของปนะเทศ 5.โครงการพี่ช่วยน้อง เพื่อเชื่อมต่อเอสเอ็มอีสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก 6.ดิจิทัล แวลู เชน ผลักดันเอสเอ็มอีสู่ห่วงโซ่การผลิตโลกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม 7.โครงการเสริมแกร่งเอสเอ็มอีรอบรู้การเงิน 8.เอสเอ็มอี สแตนดาร์ด อัพ และ 9.การยกระดับเศรษฐกิจฐานชุมชน ผ่านโครงการยกระดับอุตสาหกรรมชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว
[caption id="attachment_253686" align="aligncenter" width="503"]
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในที่ 29 มกราคมนี้ จะประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อหารือถึงการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย หลังจากที่มีมติการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำขึ้น
โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น จะเสนอโครงการพัฒนายกระดับผลิตภาพเอสเอ็มอี 4.0 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 30 มกราคมนี้ โดยจะจัดทำเป็นแผนตลอดทั้งโครงการในระยะเวลา 3 ปี (2561-2563) เพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิต ลดต้นทุน และส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ 5 หมื่นราย ให้มีความสามารถในการแข่งขัน ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น ดูแลต้นทุนของเอสเอ็มอีให้ต่ำลง ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรโดยเชื่อมโยงกับกองทุน ทรานส์ฟอร์เมชั่น ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเรื่องกระบวนการจัดซื้อทั้งวัตถุดิบและเครื่องจักร เป็นต้น
ทั้งนี้ ตามกรอบการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ในปีแรกจะช่วยเหลือได้ประมาณ1 หมื่นราย ใช้งบประมาณ 800-1,000 ล้านบาท และปีที่2 ประมาณ 2 หมื่นราย และปีที่ 3 อีก 2 หมื่นราย โดยคาดว่าเมื่อเอสเอ็มอีได้เข้าร่วมโครงการแล้ว จะช่วยลดต้นทุนธุรกิจได้เฉลี่ย 10% ในปีแรก
สำหรับมาตรการดังกล่าวนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าไปเสริมและยึดโยงกับ 9 มาตรการ โดยจะต้องทำงานร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงค์ ร่วมสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติในการเข้าไปวินิจฉัยว่า เอสเอ็มอีแต่ละรายที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปรับตรงไหนเพื่อเพิ่มโปรดักส์ทิวิตี้ ด้วย ซึ่งการลดต้นทุน 10% ถือว่าเป็นการลดต้นทุนที่เยอะมาก ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตประมาณ 30%
อนึ่ง มาตรการ 9 ข้อ เพื่อพัฒนาส่งเสริมเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 1.การขยายศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ไอทีซี) ทั่วประเทศ 23 แห่ง ซึ่งจะให้บริการเครื่องจักรกลาง และพื้นที่โค-เวิร์กกิ้งสเปส เพื่อให้เอสเอ็มอีมีพื้นที่ในการพัฒนาสินค้าต้นแบบใหม่ๆ 2.ศูนย์สนับสนุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ทำหน้าที่รับเรื่องบูรณาการที่ปรึกษา รับคำขอกู้เงิน แก้ไขปัญหาและส่งต่อเอสเอ็มอี 3.การสร้างโค้ช 4.จัดทำข้อมูลประชากรเอสเอ็มอีของประเทศ ที่สามารถใช้วิเคราะห์โครงสร้างและสถานการณ์เอสเอ็มอีของปนะเทศ 5.โครงการพี่ช่วยน้อง เพื่อเชื่อมต่อเอสเอ็มอีสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก 6.ดิจิทัล แวลู เชน ผลักดันเอสเอ็มอีสู่ห่วงโซ่การผลิตโลกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม 7.โครงการเสริมแกร่งเอสเอ็มอีรอบรู้การเงิน 8.เอสเอ็มอี สแตนดาร์ด อัพ และ 9.การยกระดับเศรษฐกิจฐานชุมชน ผ่านโครงการยกระดับอุตสาหกรรมชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว






