thansettakij
thansettakij
‘FiNe’ไข่ขาวพร้อมทาน จากเมนูบ้านสู่ธุรกิจเจ้าแรก

‘FiNe’ไข่ขาวพร้อมทาน จากเมนูบ้านสู่ธุรกิจเจ้าแรก

26 ม.ค. 61 | 05:17 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 61 | 12:17 น.
ความบังเอิญของธุรกิจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะสามารถต่อยอดและพัฒนาให้กลายเป็นธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ ไข่ขาวพร้อมทานแบรนด์ “FiNe” มีจุดกำเนิดเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ในครอบครัวเมื่อ ภารดี เกียรติอุทัย ซึ่งเป็นแม่บ้านของครอบครัวต้องทำอาหารให้กับคุณพ่อที่ป่วยเป็นโรคไต และสามีที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่เป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายโดยรับประทาน อาหารที่ดีที่สุดสำหรับทั้ง 2 คนก็คือโปรตีนที่ได้จากไข่ขาว

++เมนูของบ้านสู่ธุรกิจ
ภารดี ที่ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นชานเต็ดไลฟ์ จำกัด เล่าผ่าน “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อโจทย์หลักของอาหารที่ต้องทำมาจากไข่ขาว ตนก็มีทางเลือกไม่มากในการทำอาหาร ซึ่งเมนูที่ทำอยู่ก็จะวนไปวนมาจนคิดว่าสามีน่าจะเบื่อ ดังนั้น เธอจึงต้องการสร้างสรรค์เมนูที่แปลกใหม่จากไข่ขาว โดยการนำไปอบทำให้ได้ไข่ขาวที่แข็งตัวเป็นก้อน หลังจากนั้นจึงนำมาตัดเป็นรูปทรงที่คล้ายกับลูกชิ้นและนำไปใส่ในขนมจีน ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบของสามี

ทั้งนี้ จึงได้มีการถ่ายรูปลงอินสตาแกรม (IG) และช่องทางต่างๆ บนโลกโซเชียล ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นต้องการที่จะรับประทานบ้าง จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวตนจึงเกิดแนวคิดว่าน่าจะทำอะไรกับไข่ขาวอบที่ทำขึ้นมาได้อีก โดยเบื้องต้นได้ดัดแปลงทำเป็นรูปแบบแท่งเหมือนขนมใส่ถุงไว้สำหรับพกติดตัวไปรับประทานนอกบ้าน ซึ่งพกพาสะดวกกว่าการทำเป็นไข่นํ้าหรือไข่ต้ม และยังมีอายุในการรับประทานที่นานกว่า เมื่อมีผู้พบเห็นก็เกิดความชอบและต้องการที่จะได้ไปรับประทานบ้าง

728x90-03-3-503x62 “จากจุดดังกล่าวนี้เสมือนเป็นการตอกยํ้าว่าเราควรที่จะทำผลิตภัณฑ์ไข่ขาวอบออกมาอย่างจริงจัง เพราะยังไม่มีเจ้าใดที่ทำออกมาจำหน่ายในตลาด จึงเริ่มทำออกมาเป็นแท่งแล้วแพ็กเพื่อจำหน่าย โดยต่อวันสามารถขายได้กว่า 30 แท่งและเพิ่มมากขึ้นเป็น 100 แท่ง”

อย่างไรก็ดี เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่ไหว และคิดว่ายังมีความสะอาดไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้มือจับในการตัด จึงไปศึกษาหาข้อมูลในอินเตอร์ เน็ตจนได้พบกับวิธีทำเต้าหู้หลอด และคิดว่าน่าจะทำแบบนี้บ้างเนื่องจากทำจากไข่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้แม้ว่าจะลงทุนสั่งเครื่องบรรจุเข้ามาหลัก 4-5 หมื่นบาทก็ตาม หลังจากนั้นจึงเลือกไปหาโรงงานผลิต ซึ่งก็ทำให้รู้ว่ากระบวนการของการแยกไข่ และเลือกไข่มากขึ้นจนสามารถออกมาเป็นไข่ขาวต้มอย่างที่แท้จริงแบบที่คิดไว้

“แม้จะมั่นใจแล้วว่าตอบโจทย์ที่ต้องการ แต่เมื่อนำไปทำตลาดจริงจังกลับพบกับปัญหาอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือการไม่พร้อมทานจากลูกค้า เพราะแพคเกจแกะค่อนข้างยาก และเมื่อนำไปเสนอกับมินิมาร์ตก็โดนติงเรื่องความคล้ายคลึงกับเต้าหู้หลอด และความไม่พร้อมทาน จนต้องกลับมาทบทวนแนวทางการผลิตใหม่ และได้ข้อสรุปในการผลิตออกมาเป็นถ้วยพร้อมทาน มีซอส มีช้อนให้ โดยในปีแรกสามารถทำยอดขายได้ถึงหลักล้าน แต่เมื่อกลับมาดูต้นทุนกลับพบว่าสูงมากเกินไป เนื่องจากมีสินค้าที่เสียไม่สามารถนำออกจำหน่ายได้เยอะ และสินค้าเสียระหว่างทางที่ส่งให้ลูกค้าและเรารับเคลมทั้งหมดอีกจำนวนมาก เพราะทำในรูปแบบพาสเจอไรซ์”

TP13-3333-2A ++เพิ่มช่องทางจำหน่ายดันรายได้
ภารดี กล่าวต่อไปอีกว่าเมื่อต้องเจอกับปัญหาอีกครั้ง จึงกลับมาทบทวนและศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมจนได้พบกับนวัตกรรมสเตอริไล (Sterilization) ซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนเพื่อทำลายจุลินทรีย์ โดยเป็นการลงทุนเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้คู่กับโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับเราโดยเฉพาะ สามารถทำให้ผลิตไข่ขาวพร้อมทาน “FiNe” มีอายุยาวนานถึง 2 ปี ทำให้สบายใจทั้งผู้ที่นำไปจำหน่าย และผู้บริโภค ซึ่งลูกค้าให้ความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเวลาที่เปิดฝาผลิตภัณฑ์ความหอมของไข่ขาวจะยังคงอยู่ เมื่อรับประทานก็เหมือนไข่ขาวต้มอย่างแท้จริง

สำหรับการทำตลาดในปีนี้ “ภาสกร ไวยวรรณะ” กรรมการผู้จัดการ หนึ่งในจุดเริ่มต้นของไอเดีย กล่าวเสริมว่า จะดำเนินการนำผลิตภัณฑ์เข้าไปจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, ร้านโกลเด้นเพลซและแฟมิลี่มาร์ท โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จากเดิมที่มีวางจำหน่ายอยู่แล้วที่ฟู้ดแลนด์,ร้านโจรสลัด, ร้านขายของไร่กำนันจุล และร้านสุขภาพทั่วไปพร้อมทั้งรับตัวแทนจำหน่ายเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 20 ราย อีกทั้งยังมีจำหน่ายในช่องทางออนไลน์

ส่วนตลาดต่างประเทศปีนี้คาดว่าจะเข้าไปทำตลาดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา, กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง และประเทศญี่ปุ่น โดยจะเป็นการทำตลาดผ่านพันธมิตรทางธุรกิจ และการออกงานไทยเฟล็ก (THAIFEX) อย่างเป็นทางการด้วยตัวบริษัทเอง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง จากเดิมที่จะไปออกงานร่วมกับพันธมิตรซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการทดลองทำตลาดไปบ้างแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดี

“ในปีนี้เราจะเดินหน้าทำตลาดอย่างเต็มที่มากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเราได้สูตร และกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างนิ่งแล้ว โดยจะมีรสชาติที่ทำตลาดทั้งหมด 4 สูตร ได้แก่ 1. สูตรออริจินัล,2.สูตรต้มยำ, 3. สูตรไข่ทรงเครื่อง และ 4.สูตรสารอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy) โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 60 ล้านบาท และจะเติบโตขึ้นเป็น 100 ล้านบาทในปี 2562”

TP13-3333-1A ++เล็งแตกไลน์ธุรกิจจากไข่ขาว
ภารดี กล่าวต่อไปอีกว่า การต่อยอดธุรกิจในอนาคนนั้น จะยังคงมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบจากไข่ขาวเป็นหลัก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดีย แต่จะออกมาเป็นรูปแบบใดกำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาหาข้อมูล โดยล่าสุดได้มีการทดลองทำตลาดในส่วนของทางด้านความสวยงาม ซึ่งออกมาในรูปแบบของเซรั่มไข่ขาวบำรุงผิว โดยจำหน่ายไปแล้ว 1-2 ลอต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มองว่าจะเน้นการทำตลาดไข่ขาวพร้อมทาน “FiNe” ให้เติบโตแข็งแรงอย่างที่ต้องการก่อน เพราะเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายช่องทางการทำตลาดที่ยังเข้าไม่ถึง เช่น ตลาดโรงพยาบาล โดยจากข้อมูลพบว่ามีผู้ป่วยที่เป็นโรคไตมากถึง 8 ล้านคน ซึ่งผู้ป่วยดังกล่าวเหล่านี้มีความต้องการไข่ขาวเป็นอาหาร รวมถึงตลาดของผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนซึ่งความต้องการไม่เคยลดลงในตลาดไม่ว่าจะเป็นยุคไหน และกระแสของการรักสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียงเล็กน้อย ดังนั้น จึงต้องการเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจัง

ด้านกุญแจที่ไขปูความสำเร็จที่ยึดถือในการทำธุรกิจนั้น ภารดีบอกว่าเลือกใช้การลงมือทำและไม่ท้อ เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีจุดที่อยากเลิกทำเหมือนกัน เพราะมองว่าเหนื่อยและหนักสำหรับเรา และรู้สึกว่าต้องใช้เวลามาก ต้องใช้ความทุ่มเทอย่างหนัก แต่เมื่อคิดว่าเลิก หรือถอยไม่ได้ก็ต้องพยายามไปให้ถึงที่สุด ดังนั้น จึงเลือกที่จะลงมือทำและพยายามที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ เมื่อเกิดออกมาเป็นผลลัพธ์ทำให้มีกำลังใจ และมีแรงที่จะก้าวไปต่อจนสามารถพัฒนามาได้จนถึงทุกวันนี้

ขณะที่ภาสกร กล่าวเสริมอีกว่า นอกจากทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวแล้ว สิ่งที่เชื่ออยู่เสมอก็คือต้องมีการศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะด้วยความที่เป็นเอสเอ็มอีจึงมีสิ่งที่เรียกว่าความไม่รู้อยู่ เราไม่รู้ว่ามีนวัตกรรมแบบไหนบ้าง รวมถึงจะต้องใช้เงิน และบริหารต้นทุนอย่างไร โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาก็ได้เรียนรู้หลายเรื่อง แต่ก็สามารถผ่านมาได้จากการหาความรู้เพิ่มเติม

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,333 วันที่ 21 - 24 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9