thansettakij
thansettakij
‘เซเดอร์เร่’ชูเก้าอี้นอนอัจฉริยะ

‘เซเดอร์เร่’ชูเก้าอี้นอนอัจฉริยะ

20 ม.ค. 61 | 02:37 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ม.ค. 61 | 13:57 น.
ทีมเฟอร์น จับมือพาร์ตเนอร์อิตาลี พัฒนานวัตกรรม AI ในเก้าอี้ปรับนอนอัจฉริยะ วัดชีพจร สั่งผ่านมือถือได้ รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค 4.0 พร้อมตัวปลายปีนี้

นายนัยธาดา นันทน์วิธู กรรมการบริหาร บริษัท ทีมเฟอร์น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตเก้าอี้หนังปรับนอน “เซเดอร์เร่” (ZEDERE ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจในสุขภาพ และเลือกซื้อสินค้าที่ตอบรับกับสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้บริษัทศึกษาและอยู่ระหว่างการพัฒนาเก้าอี้หนังปรับนอนด้วยนวัตกรรมระบบ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เพิ่มประสิทธิภาพบวกความฉลาดจากเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

[caption id="attachment_251048" align="aligncenter" width="377"] นัยธาดา นันทน์วิธู กรรมการบริหาร บริษัท ทีมเฟอร์น (ไทยแลนด์) จำกัด นัยธาดา นันทน์วิธู กรรมการบริหาร บริษัท ทีมเฟอร์น (ไทยแลนด์) จำกัด[/caption]

“วันนี้ผู้บริโภคคนไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ขณะที่การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจะมาจากคุณประโยชน์หรือฟังก์ชันนัลมากกว่าอารมณ์หรืออีโมชันนัล บริษัทจึงร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์พัฒนาระบบในประเทศอิตาลี ทำหน้าที่พัฒนาระบบให้เหมาะสมกับเก้าอี้ปรับนอน อาทิ การวัดชีพจรการเต้นของหัวใจ การสั่งงานผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดตัวในปลายปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทก็มีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเปิดตัวโชว์รูมใหม่ในรูปแบบคอนเซ็ปต์ สโตร์ที่รวมสินค้าอัจฉริยะไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0”

ขณะที่รูปแบบการทำตลาดในไทย บริษัทจะเน้นสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านการ
ไท-อิน กับบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อออกเป็นคอลเลกชันใหม่ โดยจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ในงานบ้านและสวน แฟร์ ซึ่งเป็นบิ๊กเอ็กซิบิชัน นอกจากนี้ยังจะไท-อิน ไปยังรายการซิตคอม ละครต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคคุ้นเคย และรับรู้ถึงประสิทธิภาพของสินค้าว่าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในบ้านได้ ไม่ใช่อยู่เฉพาะในร้านนวด หรือร้านสปาเท่านั้น รวมทั้งการร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ

728x90-03-3-503x62 (1) นายนัยธาดา กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดในต่างประเทศ บริษัทเตรียมเปิดแฟล็ก ชิพ สโตร์ ในจาการ์ตา อินโดนีเซียในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน โดยเป็น การร่วมลงทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีแผนขยายโชว์รูมเพิ่มในจีนอีก 15 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 17 แห่ง หลังเข้าไปเปิดให้บริการได้ 2 ปีและได้รับการตอบรับเป็น อย่างดี รวมทั้งการออกงานแสดง สินค้าระดับโลก ทั้งที่อังกฤษ จีน เป็นต้น อาทิ งานไชน่าอินเตอร์เนชั่นแนล เฟอร์นิเจอร์ กลางเดือนมีนาคม 2561, เซี่ยงไฮ้ นิวอินเตอร์เนชั่นแนลเฟอร์ นิเจอร์ กลางเดือนกันยายน 2561 เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการหาตัวแทนจำหน่ายและหานักธุรกิจที่สนใจมาร่วมลงทุนเปิดโชว์รูมด้วย

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 960 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีรายได้ 910 ล้านบาท เป็นรายได้ในต่างประเทศกว่า 90% โดยตลาดหลักยังอยู่ที่ออสเตรเลีย อังกฤษ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,332 วันที่ 18 - 20 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9-7-503x62