
มั่นใจไทยหลุดใบเหลือง IUU ห้องเย็นเลิกซื้อกุ้งปลาจากล้ง/ครม.ผ่านงบ 215 ล้านซื้อเรือ
"ฉัตรชัย" มั่นใจไทยหลุดใบเหลืองไอยูยูแน่ ขณะสมาคมประมงฯ เผย มติครม.ไฟเขียวอนุมัติงบกว่า 215 ล้านบาทซื้อเรือประมง เพื่อจมทำปะการังเทียม ขณะวงใน ศปมผ. เผยเดินหน้าแก้ปมค้ามนุษย์- เร่งเจรจาความร่วมมือทางทะเลกับประเทศที่ 3 ตามที่อียูร้องขอ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งฯขอสมาชิกหยุดซื้อสินค้าจากล้งเด็ดขาดก่อนอียูตรวจประเมิน
[caption id="attachment_25248" align="aligncenter" width="600"]
ราคาที่รัฐบาลอนุมัติรับซื้อเรือ[/caption]
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(ไอยูยู)ที่ไทยถูกสหภาพยุโรป(อียู)ให้ใบเหลืองเตือนเพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาว่า ในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย มีการตั้งคณะทำงาน และตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้นมารับผิดชอบโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ประมง 2558 รวมถึงออกกฎออกมาควบคุมการใช้เครื่องมือต่างๆให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ในส่วนของกระทรวงเองได้ผลักดันเรื่องอาชญาบัตร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงอวนรุนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ รวมทั้งกำลังหาทางช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมให้กับชาวประมงที่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ด้วย
"ปัญหาเรื่องไอยูยูไม่ใช่แค่การทำประมงผิดกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวพันกับปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอีกโจทย์ใหญ่ไม่แพ้กัน หรืออาจจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ในส่วนของกระทรวง ผมมั่นใจว่าเราจะผ่านไปได้แน่นอน แต่เรื่องค้ามนุษย์ อาจจะไม่ใช่แค่กระทรวงเกษตรฯ แต่หมายถึงรัฐบาลในภาพรวมและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องผนึกกำลังกันเร่งมือแก้ไขปัญหาให้มากกว่านี้"
ด้านนายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ เลขาธิการ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 ธันวาคม 2558 ได้อนุมัติหลักการในการซื้อเรือคืนเพื่อจัดทำปะการังเทียม โดยคิดคำนวณการซื้อเรือคืน ในอัตราเรืออวนรุนที่มีอาชญาบัตร(ใบอนุญาต)ถูกต้อง จะซื้อเรือคืน 50% จากราคากลางที่ตั้งไว้ ส่วนกลุ่มที่มีอาชญาบัตรไม่ถูกประเภท จำนวน 2.65 พันลำ จะซื้อเรือ 25% จากราคากลางที่รับซื้อเรือ ปรับลดลงมาเล็กน้อยจากราคาเดิมตั้งไว้ ตันกรอสละ 1 แสนบาท เหลือตันกรอสละ 9 หมื่นบาท (ดูตารางประกอบ)หลังจากนี้คาดการณ์ว่าทางกรมประมงจะเปิดให้ผู้ที่ต้องการจะขายเรือมาลงชื่อแจ้งความจำนงกัน เพราะที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว 215 ล้านบาท ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการประมง ยังมีความล่าช้ามาก เบิกจ่ายไปเพียงแค่กว่า 100 ล้านบาท
ขณะที่แหล่งข่าวจาก ศปมผ. กล่าวถึงความคืบหน้าตามที่คณะประเมินจากอียู ได้ร้องขอให้ไทยเร่งดำเนินความร่วมมือด้านการประมงกับประเทศที่ 3 เพื่อแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อรับฟังข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และร่วมมือกับองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ (NGO) อาทิ อินโดนีเซีย การดำเนินการในส่วนนี้ยังไม่มีความก้าวหน้าเพิ่มเติม เนื่องจากอินโดนีเซียอยู่ระหว่างขั้นตอนการเริ่มการแก้ไขปัญหาไอยูยู ทำให้นโยบายต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเห็นควรให้ชะลอการดำเนินการ ส่วนเมียนมา มีความพร้อมให้ความร่วมมือในการออกใบอนุญาตให้แก่เรือประมงสัญชาติไทย ที่ผ่านคุณสมบัติจาก Myanmar Investment Commission (MIC) เข้าไปทำการประมงในน่านน้ำเมียนมาได้ เป็นต้น
ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง ส่งสารปีใหม่ลงวันที่ 3 มกราคม 2559 สาระสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า ระหว่างวันที่ 18-23 มกราคม 2559 ทางคณะอียูจะมาประเมินการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทย เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป (ล้ง) กุ้งและปลา นั้นอยากให้สมาชิกรักษาสัญญาหยุดซื้ออย่างเด็ดขาด ส่วนล้ง หมึก ปลาและซูริมิ รวมปลาป่น แม้จะยังไม่มีมติ แต่ก็ขอให้ระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องแรงงานค้ามนุษย์ และหวังว่าการแก้ปัญหาจะทันเวลาที่มาประเมิน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_25248" align="aligncenter" width="600"]
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(ไอยูยู)ที่ไทยถูกสหภาพยุโรป(อียู)ให้ใบเหลืองเตือนเพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาว่า ในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย มีการตั้งคณะทำงาน และตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้นมารับผิดชอบโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ประมง 2558 รวมถึงออกกฎออกมาควบคุมการใช้เครื่องมือต่างๆให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ในส่วนของกระทรวงเองได้ผลักดันเรื่องอาชญาบัตร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงอวนรุนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ รวมทั้งกำลังหาทางช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมให้กับชาวประมงที่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ด้วย
"ปัญหาเรื่องไอยูยูไม่ใช่แค่การทำประมงผิดกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวพันกับปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอีกโจทย์ใหญ่ไม่แพ้กัน หรืออาจจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ในส่วนของกระทรวง ผมมั่นใจว่าเราจะผ่านไปได้แน่นอน แต่เรื่องค้ามนุษย์ อาจจะไม่ใช่แค่กระทรวงเกษตรฯ แต่หมายถึงรัฐบาลในภาพรวมและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องผนึกกำลังกันเร่งมือแก้ไขปัญหาให้มากกว่านี้"
ด้านนายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ เลขาธิการ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 ธันวาคม 2558 ได้อนุมัติหลักการในการซื้อเรือคืนเพื่อจัดทำปะการังเทียม โดยคิดคำนวณการซื้อเรือคืน ในอัตราเรืออวนรุนที่มีอาชญาบัตร(ใบอนุญาต)ถูกต้อง จะซื้อเรือคืน 50% จากราคากลางที่ตั้งไว้ ส่วนกลุ่มที่มีอาชญาบัตรไม่ถูกประเภท จำนวน 2.65 พันลำ จะซื้อเรือ 25% จากราคากลางที่รับซื้อเรือ ปรับลดลงมาเล็กน้อยจากราคาเดิมตั้งไว้ ตันกรอสละ 1 แสนบาท เหลือตันกรอสละ 9 หมื่นบาท (ดูตารางประกอบ)หลังจากนี้คาดการณ์ว่าทางกรมประมงจะเปิดให้ผู้ที่ต้องการจะขายเรือมาลงชื่อแจ้งความจำนงกัน เพราะที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว 215 ล้านบาท ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการประมง ยังมีความล่าช้ามาก เบิกจ่ายไปเพียงแค่กว่า 100 ล้านบาท
ขณะที่แหล่งข่าวจาก ศปมผ. กล่าวถึงความคืบหน้าตามที่คณะประเมินจากอียู ได้ร้องขอให้ไทยเร่งดำเนินความร่วมมือด้านการประมงกับประเทศที่ 3 เพื่อแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อรับฟังข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และร่วมมือกับองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ (NGO) อาทิ อินโดนีเซีย การดำเนินการในส่วนนี้ยังไม่มีความก้าวหน้าเพิ่มเติม เนื่องจากอินโดนีเซียอยู่ระหว่างขั้นตอนการเริ่มการแก้ไขปัญหาไอยูยู ทำให้นโยบายต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเห็นควรให้ชะลอการดำเนินการ ส่วนเมียนมา มีความพร้อมให้ความร่วมมือในการออกใบอนุญาตให้แก่เรือประมงสัญชาติไทย ที่ผ่านคุณสมบัติจาก Myanmar Investment Commission (MIC) เข้าไปทำการประมงในน่านน้ำเมียนมาได้ เป็นต้น
ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง ส่งสารปีใหม่ลงวันที่ 3 มกราคม 2559 สาระสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า ระหว่างวันที่ 18-23 มกราคม 2559 ทางคณะอียูจะมาประเมินการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทย เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป (ล้ง) กุ้งและปลา นั้นอยากให้สมาชิกรักษาสัญญาหยุดซื้ออย่างเด็ดขาด ส่วนล้ง หมึก ปลาและซูริมิ รวมปลาป่น แม้จะยังไม่มีมติ แต่ก็ขอให้ระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องแรงงานค้ามนุษย์ และหวังว่าการแก้ปัญหาจะทันเวลาที่มาประเมิน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559






