
ก.ม.นํ้าลากยาวถกต่อ 90 วัน นายกฯใช้ม.44 โยกบุคลากร-เล็งยุบ25ลุ่มน้ำแบ่งเขตใหม่
กมธ.ขยายเวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้ารอบ 5 อีก 90 วัน ลั่นต้องละเอียด รอบคอบ รัดกุม ยํ้าเกษตรเพื่อยังชีพไม่ต้องจ่ายค่านํ้า ด้านเลขาธิการกนช.แย้มนายกฯจะใช้ ม.44 โยกย้ายบุคลากรสู่องค์กรใหม่ เล็งยุบ 25 ลุ่มนํ้าลดซํ้าซ้อน
ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ...ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้รับหลักการตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2560 ได้เปิดรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและได้มีการขยายเวลาพิจารณาร่างฯมาแล้ว 4 รอบ โดยจะครบกำหนดในวันที่ 25 มกราคม 2561 นี้นั้น
[caption id="attachment_220461" align="aligncenter" width="335"]
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการนํ้าแบบบูรณาการ(ประเทศไทย)[/caption]
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ... เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางคณะได้พิจารณาร่างฯครบ 8 หมวด 100 มาตราแล้ว แต่ได้กลับมาพิจารณารอบ 2 กันใหม่ ล่าสุดได้พิจารณาถึงมาตรา 73 ทั้งนี้เพื่อให้มีความรอบคอบ ละเอียด และรัดกุม โดยเฉพาะมาตราเรื่องการจัดสรรนํ้าใน 3 ประเภท ได้แก่ เกษตรเพื่อยังชีพ เกษตรพาณิชย์ และเพื่ออุตสาหกรรม จะต้องมีความชัดเจน โดยเฉพาะเกษตรเพื่อยังชีพ กับเกษตรพาณิชย์ ซึ่งในหลายมาตราได้นำความคิดเห็นของทุกกลุ่มมาจัดลำดับ และให้กมธ.ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ยังไม่ได้ข้อสรุปอีกมาก
“ล่าสุดที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบที่จะขยายระยะเวลาการพิจารณาร่างฯออกไปอีก 90 วัน (ดูกราฟิกประกอบ)ซึ่งหากครบกำหนดรอบที่ 5 ในปลายเดือนเมษายนนี้ ก็จะครบ 1 ปีของการพิจารณาร่างกฎหมาย”
สอดคล้องกับนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองเลขานุการ คณะกรรมาธิการวิสามัญและในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่าในระหว่างการพิจารณากฎหมายนี้ ควบคู่กับการจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 46/2560 จะต้องมีการจัดสรรอัตรากำลังใหม่ โดยจะดึงบุคลากรมาจากหน่วยงานต่างๆ จำเป็นที่จะต้องใช้คำสั่ง ม.44 ในการโยกย้าย โดยหลักการนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแล้ว พร้อมกับปรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งใหม่ให้สอดคล้องกับ ร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้าฯ กล่าวคือ จากผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.) เป็นเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (กนช.)
ทั้งนี้การจัดตั้งสำนักงานจะต้องมี 6 ส่วนงานหลัก อาทิ 1. สำนักงานเลขานุการกรม ซึ่งเป็นการกำหนดตามหลักมาตรฐานของการจัดทำโครงสร้างองค์กรโดยทั่วไป 2. สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ เป็นการกำหนดให้สอดคล้องกับหมวด 3 องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า ตามร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ... 3. กองนโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นส่วนงานที่เกี่ยวกับการจัดทำแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์ 4. กองวิเคราะห์โครงการและงบประมาณ 5.กองสารสนเทศทรัพยากรนํ้า ซึ่งปรับเปลี่ยนเป็น “ศูนย์อำนวยการนํ้าแห่งชาติ” จะทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเฉพาะ เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรนํ้าที่ได้จากหลายภาคส่วนมาวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์นํ้าเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ เป็นต้น
“หลังจากที่กฎหมายแล้วเสร็จ จะมีการรับฟังความคิดเห็นของแต่ละลุ่มนํ้า โดยในแต่ละลุ่มนํ้าจะมีการจัดแบ่งใหม่ อาจจะยุบลุ่มนํ้าเพื่อลดความซํ้าซ้อน เนื่องจากที่มาของการแบ่งเขต 25 ลุ่มนํ้าในปัจจุบันเป็นการแบ่งตามหลักอุทกวิทยา ของคณะกรรมการอุทกวิทยาแห่งชาติ ซึ่งหากยึดตามหลักการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าของประเทศอาจจะทำให้การบริหารไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร บางลุ่มนํ้าอาจจะยุบเพื่อลดความซํ้าซ้อน”
นอกจากนี้จะให้คณะกรรมการลุ่มนํ้าแต่ละลุ่มนํ้าเป็นผู้กำหนดปริมาณการใช้นํ้าของแต่ละอาชีพ ขึ้นอยู่กับปริมาณนํ้าต้นทุน ยกตัวอย่าง ชาวนาจังหวัดเชียงรายใช้นํ้าทำนาต่างจากชาวนาที่ชัยนาท แต่ก่อนที่จะประกาศใช้จะรับฟังความคิดเห็นก่อน ซึ่งยืนยันว่านํ้าเพื่อเกษตรยังชีพทุกคนจะได้รับสิทธิเข้าถึงและไม่มีการเก็บค่านํ้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,332 วันที่ 18 - 20 มกราคม พ.ศ. 2561
ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ...ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้รับหลักการตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2560 ได้เปิดรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและได้มีการขยายเวลาพิจารณาร่างฯมาแล้ว 4 รอบ โดยจะครบกำหนดในวันที่ 25 มกราคม 2561 นี้นั้น
[caption id="attachment_220461" align="aligncenter" width="335"]
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ... เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางคณะได้พิจารณาร่างฯครบ 8 หมวด 100 มาตราแล้ว แต่ได้กลับมาพิจารณารอบ 2 กันใหม่ ล่าสุดได้พิจารณาถึงมาตรา 73 ทั้งนี้เพื่อให้มีความรอบคอบ ละเอียด และรัดกุม โดยเฉพาะมาตราเรื่องการจัดสรรนํ้าใน 3 ประเภท ได้แก่ เกษตรเพื่อยังชีพ เกษตรพาณิชย์ และเพื่ออุตสาหกรรม จะต้องมีความชัดเจน โดยเฉพาะเกษตรเพื่อยังชีพ กับเกษตรพาณิชย์ ซึ่งในหลายมาตราได้นำความคิดเห็นของทุกกลุ่มมาจัดลำดับ และให้กมธ.ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ยังไม่ได้ข้อสรุปอีกมาก
สอดคล้องกับนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองเลขานุการ คณะกรรมาธิการวิสามัญและในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่าในระหว่างการพิจารณากฎหมายนี้ ควบคู่กับการจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 46/2560 จะต้องมีการจัดสรรอัตรากำลังใหม่ โดยจะดึงบุคลากรมาจากหน่วยงานต่างๆ จำเป็นที่จะต้องใช้คำสั่ง ม.44 ในการโยกย้าย โดยหลักการนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแล้ว พร้อมกับปรับเปลี่ยนชื่อตำแหน่งใหม่ให้สอดคล้องกับ ร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้าฯ กล่าวคือ จากผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.) เป็นเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (กนช.)
“หลังจากที่กฎหมายแล้วเสร็จ จะมีการรับฟังความคิดเห็นของแต่ละลุ่มนํ้า โดยในแต่ละลุ่มนํ้าจะมีการจัดแบ่งใหม่ อาจจะยุบลุ่มนํ้าเพื่อลดความซํ้าซ้อน เนื่องจากที่มาของการแบ่งเขต 25 ลุ่มนํ้าในปัจจุบันเป็นการแบ่งตามหลักอุทกวิทยา ของคณะกรรมการอุทกวิทยาแห่งชาติ ซึ่งหากยึดตามหลักการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าของประเทศอาจจะทำให้การบริหารไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร บางลุ่มนํ้าอาจจะยุบเพื่อลดความซํ้าซ้อน”
นอกจากนี้จะให้คณะกรรมการลุ่มนํ้าแต่ละลุ่มนํ้าเป็นผู้กำหนดปริมาณการใช้นํ้าของแต่ละอาชีพ ขึ้นอยู่กับปริมาณนํ้าต้นทุน ยกตัวอย่าง ชาวนาจังหวัดเชียงรายใช้นํ้าทำนาต่างจากชาวนาที่ชัยนาท แต่ก่อนที่จะประกาศใช้จะรับฟังความคิดเห็นก่อน ซึ่งยืนยันว่านํ้าเพื่อเกษตรยังชีพทุกคนจะได้รับสิทธิเข้าถึงและไม่มีการเก็บค่านํ้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,332 วันที่ 18 - 20 มกราคม พ.ศ. 2561






