
เปิดจุดรับซื้อยาง 3 จังหวัดวันแรกไม่คึกคัก
ผู้สื่อข่าว "ฐานเศรษฐกิจ" ได้รับรายงานจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ว่า การรับซื้อยางพาราวันแรก เปิดจุดรับซื้อ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา เปิด 28 จุด จำนวน 500 ตัน ได้ซื้อน้ำยางสด 25 ตัน มีชาวสวนมาขายน้ำยาง ผ่านสถาบันเกษตรกร กว่า 348 ราย ส่วน จังหวัด ยะลา เปิด 2 จุดจำนวน 200 ตัน ยังไม่มีชาวสวนมาขายเนื่องจากฝนตก เช่นเดียวกับจังหวัดสตูล จำนวน 500 ตัน เปิด 4 จุด ยังไม่มีเกษตรกรมาซื้อขาย เพราะฝนยังคงต่อเนื่อง
"การรับซื้อยางประเดิม 1,200 ตัน เพื่อส่งมอบให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีกระบวนการที่ให้สถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยางส่งให้กับโรงงานน้ำยางก้อนถ้วยที่ กยท.ได้แจ้งชื่อไว้ สำหรับชาวสวนที่จะมาขายยางให้กับสถาบันจะต้องเป็นสมาชิกที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง จะเป็นบัตรสีเขียว จำนวน 1.34 ล้านราย ส่วนผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 2.92 แสนราย ทาง กยท. จะออกบัตรสีชมพู โดยทั้ง 2 สีบัตรจะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้
ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตยางที่เกษตรกรชาวสวนยางสามารถนำมาขาย ณ สถาบันเกษตรกรที่รวบรวมยาง ที่ กยท.อนุมัติ กำหนดตามพื้นที่สวนยางเปิดกรีดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.รายละไม่เกิน 15 ไร่ หรือสูงสุดไม่เกิน 450 กิโลกรัมเนื้อยางแห้ง/ เดือน
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านั้นนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านบริหาร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เริ่มรับซื้อยางพาราผ่านเครือข่ายสถาบันทั่วไปไม่ได้จำกัดแค่เครือข่าย กยท. ในวันที่ 15 มกราคมนี้ จะเปิดจุด 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง สตูล และยะลา ประเดิมนำร่องก่อน 1,200 ตัน เพื่อป้อนกระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนกระทรวงอื่นๆ คาดว่าจะทยอยแจ้งความต้องการเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งหลังจากแต่ละกระทรวงแจ้งความต้องการมาแล้ว ทาง กยท.จะเปิดจุดในจังหวัดอื่นๆ เพื่อรับซื้อยางต่อไป ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเป้าหมายการรับซื้อยางในประเทศ 2 แสนตัน
"การซื้อยางจากสถาบัน/เกษตรกรชาวสวนยางในครั้งนี้จะเป็นการซื้อตามความต้องการใช้ของหน่วยงานภาครัฐ โดยหน่วยงานภาครัฐจะแจ้งความประสงค์ความต้องการใช้ยางของหน่วยงานในพื้นที่ว่าต้องการใช้ยางประเภทใดบ้าง เพื่อให้ กยท.ซื้อยงของเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง หรือรัฐวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้รวบรวมยางจากพี่น้องเกษตรกรส่งต่อให้กับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่นั้นๆ จึงไม่ได้เปิดจุดรับซื้อพร้อมกันทุกพื้นที่เหมือนครั้งก่อนและจะเป็นการซื้อมาเพื่อมาแปรรูปเป็นยางประเภทต่างๆตามความต้องการใช้ โดยไม่มีการเก็บไว้เป็นสต็อกยาง"
นายชัยพจน์ เรืองวรุณวัฒนา นายกสมาคมน้ำยางข้นไทย เปิดเผย ทางสมาคมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับนโยบายของรัฐบาล วันนี้เป็นวันแรกปริมาณยางในโครงการเริ่มมีเข้ามาแต่ไม่มาก ซึ่งทางโรงงานสมาชิกจะรับจ้างผลิตหรือแปรรูป ส่วนการซื้อขาย รับซื้อยางเท่าไร จะเป็นเรื่องของสถาบันเกษตรกร แต่อย่างไรก็ดียังไม่ทราบรายละเอียดว่าเมื่อสถาบันเกษตรกรมาส่งน้ำยางแล้วจะเก็บไว้นานเท่าใดที่จะส่งต่อให้กับโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อผลิตและจำหน่ายให้กับหน่วยงานรัฐต่อไป กำลังรอความชัดเจนจาก กยท.เช่นเดียวกัน
ขณะที่นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย (ส.ค.ย.) กล่าวเตือนเกษตกรชาวสวนยางให้ระวังและติดตามเฝ้าดู เพราะวันนี้บัตรชาวสวนยางสีเขียว/สีชมพูกำลังจะมีค่าเป็นใบเสร็จ อย่ายอมให้พวกผู้จัดการหลอกเอาไปสวมสิทธิ์
"การรับซื้อยางประเดิม 1,200 ตัน เพื่อส่งมอบให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีกระบวนการที่ให้สถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยางส่งให้กับโรงงานน้ำยางก้อนถ้วยที่ กยท.ได้แจ้งชื่อไว้ สำหรับชาวสวนที่จะมาขายยางให้กับสถาบันจะต้องเป็นสมาชิกที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง จะเป็นบัตรสีเขียว จำนวน 1.34 ล้านราย ส่วนผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 2.92 แสนราย ทาง กยท. จะออกบัตรสีชมพู โดยทั้ง 2 สีบัตรจะสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้
ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตยางที่เกษตรกรชาวสวนยางสามารถนำมาขาย ณ สถาบันเกษตรกรที่รวบรวมยาง ที่ กยท.อนุมัติ กำหนดตามพื้นที่สวนยางเปิดกรีดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.รายละไม่เกิน 15 ไร่ หรือสูงสุดไม่เกิน 450 กิโลกรัมเนื้อยางแห้ง/ เดือน
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านั้นนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านบริหาร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เริ่มรับซื้อยางพาราผ่านเครือข่ายสถาบันทั่วไปไม่ได้จำกัดแค่เครือข่าย กยท. ในวันที่ 15 มกราคมนี้ จะเปิดจุด 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง สตูล และยะลา ประเดิมนำร่องก่อน 1,200 ตัน เพื่อป้อนกระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนกระทรวงอื่นๆ คาดว่าจะทยอยแจ้งความต้องการเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งหลังจากแต่ละกระทรวงแจ้งความต้องการมาแล้ว ทาง กยท.จะเปิดจุดในจังหวัดอื่นๆ เพื่อรับซื้อยางต่อไป ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเป้าหมายการรับซื้อยางในประเทศ 2 แสนตัน
นายชัยพจน์ เรืองวรุณวัฒนา นายกสมาคมน้ำยางข้นไทย เปิดเผย ทางสมาคมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับนโยบายของรัฐบาล วันนี้เป็นวันแรกปริมาณยางในโครงการเริ่มมีเข้ามาแต่ไม่มาก ซึ่งทางโรงงานสมาชิกจะรับจ้างผลิตหรือแปรรูป ส่วนการซื้อขาย รับซื้อยางเท่าไร จะเป็นเรื่องของสถาบันเกษตรกร แต่อย่างไรก็ดียังไม่ทราบรายละเอียดว่าเมื่อสถาบันเกษตรกรมาส่งน้ำยางแล้วจะเก็บไว้นานเท่าใดที่จะส่งต่อให้กับโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อผลิตและจำหน่ายให้กับหน่วยงานรัฐต่อไป กำลังรอความชัดเจนจาก กยท.เช่นเดียวกัน
ขณะที่นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย (ส.ค.ย.) กล่าวเตือนเกษตกรชาวสวนยางให้ระวังและติดตามเฝ้าดู เพราะวันนี้บัตรชาวสวนยางสีเขียว/สีชมพูกำลังจะมีค่าเป็นใบเสร็จ อย่ายอมให้พวกผู้จัดการหลอกเอาไปสวมสิทธิ์






