thansettakij
thansettakij
ขอเยียวยาหยุดกรีดยาง3เดือน สำนักงบฯโบ้ยใช้เงินกยท.จ่ายชดเชย3,200ล้าน

ขอเยียวยาหยุดกรีดยาง3เดือน สำนักงบฯโบ้ยใช้เงินกยท.จ่ายชดเชย3,200ล้าน

13 ม.ค. 61 | 04:59 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ม.ค. 61 | 11:59 น.
หยุดกรีดยาง 3 หน่วยงานรัฐกว่า 1.2 แสนไร่ส่อเคว้ง สำนักงบฯโบ้ย กยท.ให้ใช้งบกองทุนพัฒนายางพารา เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 1.6 หมื่นรายประเมินเบื้องต้นกว่า 3,200 ล้าน ลุ้น 17 ม.ค.บอร์ด กยท.เคาะเห็นชอบหรือไม่

จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 ธันวาคม 2560 หนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพารา เป็น 1 ใน 4 มาตรการ ได้แก่ การลดปริมาณผลผลิตของหน่วยงานภาครัฐที่มีสวนยาง (ยกเว้นพื้นที่สวนยางที่ใช้ในการวิจัย) ของ 3 หน่วยงานเป้าหมาย ได้แก่ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) มีเนื้อที่สวนยาง 8.9 หมื่นไร่ กรมวิชาการเกษตร 2,000 ไร่ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีเนื้อที่เปิดกรีด จำนวน 3.01 หมื่นไร่ รวมเนื้อที่ 1.21 แสนไร่ จะหยุดกรีด 3 เดือน ระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2561 นั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว ทาง กยท.ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ร่วมกับสำนักงบประมาณเพื่อหารือถึงงบประมาณที่จะใช้ชดเชยเยียวยาพนักงานที่รับจ้างกรีดยาง (พนักงานเหล่านี้มีสวัสดิการ มีประกันสังคม และมีรายได้จากส่วนแบ่งในการกรีดยาง) ที่ได้รับผลกระทบจาก 3 หน่วยงานหยุดกรีดยาง โดยทาง กยท.เสนอให้ใช้งบกลาง เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะดูแลรักษาเสถียรภาพราคายาง แต่ทางฝ่ายสำนักงบประมาณเห็นว่า กยท.มีเงินกองทุนพัฒนายางพาราอยู่แล้วให้ใช้เงินก้อนนี้ไปก่อน เนื่องจากงบกลางเป็นงบช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉิน จำเป็น เร่งด่วนยามเกิดภัยพิบัติ เช่น มีพายุ หรือเกิดแผ่นดินไหว เป็นต้น จึงเห็นว่าให้ กยท.นำเงินดังกล่าวมาแก้ปัญหาไปก่อน

tp8-3330-a สำหรับฐานคิดคำนวณปริมาณผลผลิต (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)ผลผลิตยางพาราเฉลี่ย 226 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี โดยกรีด 10 เดือน ดังนั้นผลผลิตต่อเดือนเฉลี่ยเท่ากับ 22.6 กิโลกรัมต่อไร่ กยท.กำลังอยู่ในระหว่างการสำรวจและจัดทำหลักเกณฑ์ในการชดเชยดังกล่าวนี้

“ในวันที่ 17 มกราคมที่จะถึงนี้จะมีการประชุมบอร์ดการยางฯ ที่มี พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธาน ประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือและต้องจับตาคือ ที่ประชุมจะเห็นชอบการใช้งบจากกองทุนพัฒนายางพาราตามที่สำนักงบประมาณเสนอหรือไม่ เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก จะใช้งบจากกองทุนพัฒนายางเพียงอย่างเดียวคงไม่ไหว อาจจะต้องกลับไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกครั้ง เพื่อให้นโยบายดังกล่าวนี้สำเร็จ คือการยกระดับราคายางแผ่นรมควันไปที่เป้าหมาย 65 บาทต่อกิโลกรัม”

แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การชดเชยพนักงานกรีดยาง 3 หน่วยงานรัฐ กล่าวคือ จ่ายไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ คำนวณ รายละ 15,000 บาท (3 เดือน) จ่ายผ่าน 3 หน่วยงานรัฐ แล้วให้หน่วยงานรัฐไปกระจายสู่ผู้รับจ้างกรีด ยกตัวอย่าง กยท. จ่ายพนักงาน แบบ 60:40 ถ้ารัฐบาล จ่าย 1,000 บาทต่อไร่ ใน 1,000 บาท จะต้องแบ่งให้ กยท. 600 บาท และผู้รับจ้างกรีดยาง 400 บาท เป็นต้น

ผู้สื่อข่าว “ฐานเศรษฐกิจ” ได้ไปสอบถามหน่วยงานรัฐที่ได้รับผลกระทบในส่วนของผู้รับจ้างกรีดยาง พบว่า พนักงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) มีเนื้อที่สวนยาง 8.9 หมื่นไร่ มีผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 1.5 หมื่นคน ส่วนพื้นที่ กยท. มีจำนวนกว่า 3 หมื่นไร่ พนักงานรับจ้างกรีดยางกว่า 1,000 คน ส่วนกรมวิชาการเกษตร จำนวน 158 คน (ดูกราฟิกประกอบ) ทำให้ กยท.หรือรัฐ จะต้องจ่ายเงินชดเชยเยียวยากว่า 1.6 หมื่นคน งบประมาณเบื้องต้นคาดจะใช้ประมาณ 3,200 ล้านบาท

ขณะที่นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์มนํ้ามัน 16 จังหวัดภาคใต้ (คยป.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ กยท.จะนำเงินกองทุนพัฒนายางพารามาใช้ เนื่องจากเป็นนโยบายรัฐบาล จะต้องใช้งบกลางเท่านั้น ขอคัดค้าน ไม่ได้อิจฉาชาวสวนที่อยู่ในพื้นที่ของรัฐ แต่เกรงว่า กยท.จะใช้เงินผิดประเภทหรือไม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,330 วันที่ 11 - 13 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9